Profile icon

คำพูด อนุทิน ขอโอกาสใช้หนี้ 2,400 บาท โครงการคนละครึ่งพลัส นักวิชาการมองเป็นการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ชี้ งบฯ ปี 69 มีอยู่แล้ว

DateClock icon13:07|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการแถลงนโยบายสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 กับคำกล่าวถึงนโยบายคนละครึ่งพลัส ว่า “ผมยังติดหนี้พี่น้องอยู่ 2,400 บาท ขอให้ผมมีโอกาสกลับมาใช้หนี้” พบว่าเป็นคำพูดที่อาจทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบาย ขณะที่ข้อเท็จจริง งบฯ ปี 2569 มีอยู่แล้วตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่หนี้ส่วนตัว แต่เป็นงบประมาณแผ่นดิน ด้านนักวิชาการชี้เป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก "การใช้งบรัฐ" ให้กลายเป็น "สัญญาใจส่วนบุคคล" เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ตรวจสอบคำพูด “อนุทิน” คนละครึ่งพลัส หลังโซเชียลตั้งคำถามเอื้อหาเสียงหรือไม่ ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงนโยบาย สำหรับการเลือกตั้งปี 2569  เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในโครงการที่มีการพูดถึง คือโครงการคนละครึ่งพลัส ระบุว่า “โครงการคนละครึ่งพลัสซึ่งแน่นอนนะครับ ผมทราบดีว่าผมยังติดพี่น้องประชาชนอีกคน ละ 2,400 บาท ดังนั้นขอให้ผมได้มีโอกาสใช้หนี้ท่านนะ ครับขอให้พรรคภูมิใจไทยได้มีโอกาสกลับมา ชำระหนี้ให้กับพวกท่านซึ่งแน่นอนว่าโครงการนี้จะต้องกลับมาแบบไม่ธรรมดาเพราะมัน จะต้องมีคำว่าพลัสกลับมาด้วยเดี๋ยวท่านจะได้รับการถ่ายทอดนโยบายทางด้านเศรษฐกิจที่ท่าน รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณดร.เอกนิตินิติธรรมภาสจะมาเสนอด้วย” 

ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแถลงนโยบายพรรค เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา

ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแถลงนโยบายพรรค เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา

หลังจากที่มีการเผยแพร่ประเด็นนี้ในโซเชียล ทำให้เกิดประเด็นการวิพากษวิจารณ์ เช่น โครงการนี้พูดเหมือนเอาเงินตัวเองมาแจก,มองว่าโครงการนี้เอาภาษีประชาชนมาใช้  นอกจากนี้คอมเมนต์บางส่วนยังตั้งคำถามว่า ใช้เงินของรัฐมาหาเสียงเอื้อประโยชน์ให้พรรคตัวเองหรือไม่  Thai PBS Verify จึงได้นำประเด็นคำพูด นายอนุทิน ชาญวีรกูล โครงการคนละครึ่งพลัสมาตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน และ ไทม์ไลน์ของโครงการดังกล่าว

เงินโครงการคนละครึ่งพลัส มาจากไหน ?

ก่อนหน้านี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เคยให้สัมภาษณ์ถึงเงินที่เอามาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส กรอบวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่ 

ไทม์ไลน์โครงการ  คนละครึ่งพลัส 

หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามารับตั้งแต่ในช่วงเดือน ก.ย. 68 ก็เริ่มคิกออฟนโยบายคนละครึ่งพลัส ดังนี้

25 ก.ย. 68: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาโครงการคนละครึ่งพลัส ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ต.ค. คาดเปิดลงทะเบียนทันที และเริ่มใช้จ่ายช่วงปลาย ต.ค. – ธ.ค. 68

30 ก.ย. 68: ครม. เห็นชอบเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 68 จากเดิม 300 บาท เพิ่มอีก 1,700 บาท แบ่งจ่าย 2 งวด สามารถกดเป็นเงินสดได้และธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่าโครงการคนละครึ่งอาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่ถึง 0.4% ของ GDP เนื่องจากเป็นมาตรการเงินโอนที่ไม่สร้างงานหรือรายได้ใหม่

1 ต.ค. 68: รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง ระบุจะเสนอ ครม. ภายในสัปดาห์ และกำหนดเริ่มใช้สิทธิวันแรก 29 ต.ค. 68

7 ต.ค. 68: ครม. อนุมัติโครงการคนละครึ่งพลัส เปิดให้ประชาชน 20 ล้านสิทธิ ใช้จ่ายช่วง ต.ค.–พ.ย. คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 0.3–0.4% ของ GDP

15 ต.ค. 68: เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก โดยต้องยื่นเอกสารที่กระทรวงมหาดไทย และธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

29 ต.ค. 68: โครงการคนละครึ่งพลัส เปิดให้ประชาชนเริ่มใช้จ่ายเป็นวันแรก

31 ต.ค. 68: ป.ป.ช. รับไต่สวนกรณีโยกงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) 5 แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยไม่ได้ตั้งงบชดเชย กระทบวินัยการคลัง

3 พ.ย. 68: นายกรัฐมนตรี สั่งเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 โดยเน้นดูแลกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่น

17 พ.ย. 68: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 อยู่ระหว่างหารือกรอบวงเงิน และอาจใช้งบกลางร่วมด้วย คาดความชัดเจนภายในเดือน ธ.ค. 2568

18 พ.ย. 68: ครม. เห็นชอบโครงการพัฒนาทักษะ (Upskill / Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อจูงใจให้พัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สถานการณ์ปัจจุบันโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เป็นอย่างไร ? 

คนละครึ่งพลัส เฟส 2

โฆษกรัฐบาลยืนยันว่า โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการและได้หารือกับ กกต. แล้วว่าไม่สามารถดำเนินโครงการใหม่ที่ผูกพันงบประมาณได้ พร้อมโต้ข้อกล่าวหาจากพรรคเพื่อไทยว่า ไม่เป็นความจริง โดยชี้ว่าโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ถูกชะลอตั้งแต่รัฐบาลก่อน เพราะเห็นว่ามีความจำเป็นน้อยกว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและไม่มีงบรองรับ เมื่อเทียบกันแล้วคนละครึ่งพลัสใช้งบประมาณน้อยกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงจุด กระจายตัว และให้ผลระยะยาวมากกว่าแจกเงินก้อนใหญ่ในระยะสั้น 

“ขอโอกาสใช้หนี้” กลยุทธ์สื่อสารหาเสียงคนละครึ่งพลัส 

อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การสื่อสารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญหาเสียงในการเลือกตั้ง  โดยใช้ถ้อยคำอย่าง “ขอโอกาสให้ได้ใช้หนี้” เพื่อจับอารมณ์และความรู้สึกของประชาชน 

อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในความเป็นจริง โครงการลักษณะนี้คือการใช้งบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินส่วนตัว พร้อมอธิบายว่า หากภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง โครงการคนละครึ่งพลัสยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง และสามารถดำเนินต่อได้ เนื่องจาก มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ดูแลด้านกระทรวงการคลัง ซึ่งใช้งบกลางที่จัดทำไว้แล้วในงบประมาณปี 69 รัฐบาลใหม่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนสาระสำคัญของงบประมาณปีนี้ได้มากนัก ทำได้เพียงใช้งบตามกรอบเดิม

ส่วนการเปลี่ยนนโยบายหรือจัดสรรงบใหม่จริง ๆ จะเกิดขึ้นได้ในกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 70 ซึ่งจะเริ่มประมาณเดือน พ.ค. 70 หลังรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ”

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

ประโยคที่นายอนุทิน ใช้สื่อสารว่า “ผมยังติดหนี้พี่น้องอยู่ 2,400 บาท… ขอให้ผมมีโอกาสกลับมาใช้หนี้” จากการตรวจสอบพบข้อเท็จจริง ดังนี้

  • อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ มธ. วิเคราะห์ว่า เป็นการใช้ “วาทกรรมทางการเมือง” ในการจับอารมณ์ความรู้สึก เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “การใช้งบรัฐ” ให้กลายเป็น “สัญญาใจส่วนบุคคล” เพื่อจูงใจให้คนเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
  • งบประมาณมีอยู่แล้วตามกรอบกฎหมาย: ในแง่การบริหาร งบปี 2569 ถูกจัดทำไว้แล้ว หากพรรคภูมิใจไทยหรือรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ก็สามารถดำเนินโครงการต่อตามกรอบงบประมาณเดิมได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเป็น “การใช้หนี้ส่วนตัว” แต่เป็นการบริหารงบประมาณตามที่ ครม. เคยอนุมัติหลักการไว้เมื่อ 7 ต.ค. 68 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบผ่านแหล่งข้อมูล: พบการให้สัมภาษณ์ของ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์ถึงเงินในโครงการคนละครึ่งพลัส กรอบวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท โดยส่วนแรกนำมาจาก  งบกลางสำรองฉุกเฉิน วงเงินประมาณ 22,000 ล้านบาท และอีกส่วนมาจากงบประมาณโครงการในปี 2569  วงเงิน 19,000 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 68
  2. ตรวจสอบข้อมูลผ่านไทม์ไลน์นโยบาย: เมื่อตรวจสอบไทม์ไลน์นโยบาย พบว่าเป็นโครงการที่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ในระยะที่ 2 ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกิดการยุบสภาเกิดขึ้น
  3. ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า คำพูดดังกล่าว แคมเปญหาเสียงในการเลือกตั้ง  เพื่อจับอารมณ์และความรู้สึกของประชาชน
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน