Fact-check : นโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” เพื่อไทย ทำทันทีได้จริงหรือ ?

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก : Facebook
เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพนโยบายหาเสียง พรรคเพื่อไทย เรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายและรถเมล์ติดแอร์ 10 บาท
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์แชร์ภาพป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย โดยในเนื้อหาป้ายหาเสียงระบุว่า “รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายทำได้ทันที รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท” ขณะที่คำบรรยายโพสต์ระบุว่า “อันนี้ภาพจริงหรือตัดต่อครับ ? นโยบายนี้เห็นตั้งแต่สมัยคุณยิ่งลักษณ์ มาจนถึงคุณอุ๊งอิ๊ง และก็จนล่าสุด ที่ติดใจสุดคือคำว่า “ทำทันที” ทันทีคือ…..” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 708 ครั้ง การแสดงความคิดเห็น 45 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 85 ครั้ง
Thai PBS Verify ได้ไปตรวจสอบนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย พบว่า พรรคเพื่อไทยมีการนำเสนอนโยบายนี้ตั้งแต่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร โดย Thai PBS Verify ได้กางไทม์ไลน์นโยบายนี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นของนโยบาย และปัจจุบันนโยบายนี้อยู่ในขั้นตอนไหนสามารถทำได้จริงหรือไม่
ย้อนไทม์ไลน์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
เนื่องจากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยมักจะหาเสียงมาตลอดที่มีการเลือกตั้ง และทุกครั้งจะกลายเป็นประเด็นไฮไลท์ที่มีมีการจับตาว่าโครงการจะเกิดได้จริงหรือไม่ ตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มาดูกันว่าในแต่ละปี นโยบายนี้ได้เขยิบไปอย่างไรบ้าง
ปี 2554
- พ.ค. 54: พรรคเพื่อไทย เปิดตัวนโยบายหาเสียง “20 บาทตลอดสาย” โดยตั้งเป้าหมายเพื่อลดค่าครองชีพคนเมือง และกระตุ้นให้คนหันมาใช้ระบบรางมากขึ้น
- วันที่ 23-25 ส.ค. 54: รัฐบาลยิ่งลักษณ์แถลงนโยบายต่อรัฐสภา บรรจุเรื่องการปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชนให้เป็นระบบเดียว (Common Ticket) และราคา 20 บาทตลอดสายไว้เป็น “นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มในปีแรก”
- ก.ย. 54: พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เริ่มเจรจากับ รฟม. และ รฟท. พบปัญหาเรื่องสัญญาที่รัฐทำไว้กับเอกชน (BTS และ BEM) ว่ารัฐไม่สามารถสั่งลดราคาได้ทันทีโดยไม่ชดเชย
- ต.ค. 54: เกิดมหาอุทกภัยปี 54 ทำให้ทรัพยากรและงบประมาณถูกดึงไปใช้กับการฟื้นฟูประเทศ นโยบายรถไฟฟ้าจึงถูกชะลอออกไป (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
ปี 2555
- พ.ค. 55: กระทรวงคมนาคมสรุปผลเบื้องต้นว่า หากจะทำ 20 บาทตลอดสาย รัฐต้องชดเชยส่วนต่างปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท
- มิ.ย. 55: มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ามารับตำแหน่ง รมช. คมนาคม (และขึ้นเป็น รมว. ในภายหลัง) มองว่า “20 บาทตลอดสายยังทำไม่ได้ทันที” เนื่องจาก:
- ตั๋วร่วม (Common Ticket) ยังไม่เสร็จ
- โครงข่ายยังไม่ครอบคลุม (ขณะนั้นมีเพียงสายสีเขียว สีน้ำเงิน และแอร์พอร์ตลิงก์)
- ต้องรอให้รถไฟฟ้าสร้างครบหรือมีจำนวนมากพอก่อนถึงจะคุ้มค่า
- ก.ย. 55: กระทรวงคมนาคมเสนอโมเดล “ระยะที่ 1” คือลดราคาเฉพาะสายที่รัฐบริหารเอง (เช่น แอร์พอร์ตลิงก์) แต่ก็พบปัญหาเรื่องรายได้จะไม่เพียงพอต่อการซ่อมบำรุง
ปี 2556
- มี.ค. 56: รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยกล่าวว่าหากสร้างรถไฟฟ้าครบ 10 สายตามแผน รัฐจะมีอำนาจในการบริหารจัดการราคาได้เบ็ดเสร็จมากขึ้น
- ส.ค. 56: นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่านโยบาย 20 บาทจะเกิดขึ้นได้จริงต้องรอให้โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ (ที่รัฐมีอำนาจคุมสัญญา) สร้างเสร็จก่อน โดยคาดการณ์ไว้ที่ปี 58- 60
- พ.ย. 56: การเมืองเริ่มร้อนแรงจากการชุมนุม กปปส. ทำให้การทำงานของภาครัฐในเชิงนโยบายเศรษฐกิจเริ่มชะงัก
ปี 2557
- 12 มี.ค. 57: ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้เครื่องมือหลักที่จะใช้สร้างโครงข่ายรถไฟฟ้าเพื่อรองรับนโยบาย 20 บาทถูกพับไป
- 22 พ.ค. 57: เกิดการรัฐประหาร นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่ได้เริ่มต้น
ปี 2566
- 28 เม.ย. 66: พรรคเพื่อไทยหาเสียง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
- 11 ก.ย. 66: คมนาคมชี้แจงสภา นำร่องรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง ภายใน 3 เดือน
- 17–21 ก.ย. 66: บอร์ด รฟท.และ รฟม. อนุมัติ 20 บาทตลอดสาย
- 16 ต.ค. 66: ครม. อนุมัติมาตรการ 20 บาท รถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง
- 30 พ.ย. 66: เริ่มใช้ EMV เดินทางเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง ค่าโดยสารไม่เกิน 20 บาท
ปี 2567
- 29 พ.ย. 67: ครม. ต่ออายุมาตรการ 20 บาท รถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง ถึง พ.ย. 68
- 13 มิ.ย. 67: ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สูงสุด 45 บาท
- 16 ต.ค. 67: กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม ศึกษาตั้งกองทุนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า
- 22 ต.ค. 67: กระทรวงคมนาคมศึกษาภาษีรถติด เพื่อนำมาอุดหนุนรถไฟฟ้า
ปี 2568
- 29 ม.ค. 68: ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วม
- 13 ก.พ. 68: สภาฯ รับหลักการ พ.ร.บ. ตั๋วร่วม
- มี.ค.-พ.ค. 68: กระทรวงคมนาคมเสนอใช้งบประมาณและกำไร รฟม. อุดหนุน 20 บาท
- 21 ก.ค. 68: สภา กทม. เห็นชอบค่าโดยสาร 20 บาท (แต่ต้องมีชดเชย)
- 25 ส.ค. 68: เปิดลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”
- 30 ก.ย. 68: สิ้นสุดมาตรการ 20 บาท ระยะเดิม (รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง)
- 1 ต.ค. 68: ต่ออายุ 20 บาท รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ถึง 30 พ.ย. 68
- 22 ต.ค. 68: กทม. ขึ้นค่าโดยสารสายสีเขียวส่วนต่อขยาย
- 29-30 ต.ค. 68
- ศาลปกครองสั่ง กทม. ชำระหนี้ BTS
- คมนาคมเสนอ “บัตรเหมาจ่ายรายวัน 40 บาท”
- 25 พ.ย. 68: ครม. ไฟเขียว รถไฟฟ้าเหมาจ่ายรายวัน 40 บาท
- 1 ธ.ค. 68: เริ่มใช้บัตรเหมาจ่าย 40 บาท สายสีแดงและสีม่วง
ปัจจุบันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเป็นอย่างไร ?
ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.68 – 30 พ.ย. 69 กระทรวงคมนาคมเริ่มให้บริการ บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน สำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟท.) โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุด ไม่เกิน 40 บาทต่อวันสำหรับบุคคลทั่วไป และ ไม่เกิน 30 บาทต่อวันสำหรับนักเรียนและนักศึกษา สามารถเดินทางเชื่อมต่อทั้งสองระบบได้โดยไม่จำกัดจำนวนเที่ยวตลอดวัน ใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น. ผ่านบัตร EMV ทุกธนาคาร รวมถึงบัตร Mangmoom EMV และบัตร MRT EMV
ทั้งนี้ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับสิทธิส่วนลดหรือยกเว้นค่าโดยสารตามเกณฑ์เดิมอย่างครบถ้วน โดยมาตรการดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกของการผลักดันระบบ “ตั๋วร่วม” (Common Ticket) ที่รัฐบาลตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถใช้ระบบรางทั้งหมดด้วยบัตรใบเดียวในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 ที่เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม
ความเป็นได้ในการผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย
อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยดำเนินการมาแล้วหลังการเลือกตั้งปี 2566 โดยสามารถทำได้ในเส้นทางที่อยู่ภายใต้การกำกับของภาครัฐ เช่น รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวหลังการเลือกตั้งครั้งถัดไป ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อ คือ การได้จัดตั้งรัฐบาล และการได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ขณะเดียวกัน หากเป็นรัฐบาลผสม ก็ยังต้องคำนึงพรรคร่วมรัฐบาลเช่นกัน ในการตัดสินใจเป็นนโยบายที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้น
เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทย จะชูนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงปัจจุบัน แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาประกอบ ได้แก่ การได้จัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมจริงหรือไม่ และพรรคเพื่อไทย จะได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมหรือไม่ ขณะที่อีกนโยบายที่การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยหยิบมาชู คือ รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท ถือเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตามองเช่นกัน
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบข้อมูลผ่านไทม์ไลน์นโยบาย: เมื่อตรวจสอบไทม์ไลน์นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะพบว่า เป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึง แพทองธาร ชินวัตร
- ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ อ.ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าโอกาสที่นโยบายนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง และจะได้รับการกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม









