โพสต์อ้าง “ข่าวด่วน” พร้อมภาพผู้เสียชีวิตปาเลสไตน์ แท้จริงเป็นภาพเหตุการณ์ปี 67

ข่าวบิดเบือนDateClock icon13:27|รอบโลกViews0
พบโพสต์อ้างภาพผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์ ถูกนำมาโพสต์ระบุ “ข่าวด่วน” จนผู้คนคิดว่าเป็นเหตุการณ์ล่าสุด แต่ Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้ว พบภาพดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์ในปี 67 ถูกนำมาเผยแพร่ใหม่โดยไม่ระบุช่วงเวลา ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิด

Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวบิดเบือนจาก: X

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบโพสต์หนึ่งที่อ้างว่าเป็น “ข่าวด่วน” พร้อมแนบภาพผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์ โดยมีข้อความภาษาอังกฤษว่า

#Bigbreaking news  

Please do not treat this as normal or ignore it.

Palestinians also have the right to live

แปลด้วย Google Translate ความหมายว่า

#ข่าวใหญ่ด่วน 🇮🇷 🇦🇺

โปรดอย่ามองว่าเป็นเรื่องปกติหรือเพิกเฉยต่อเรื่องนี้

ชาวปาเลสไตน์ก็มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่เช่นกัน

ภาพผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์ เป็นเหตุการณ์จริงหรือไม่

เมื่อตรวจสอบภาพจากเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสำนักข่าว AP โดยมีคำบรรยายว่า ชาวปาเลสไตน์ร่วมไว้อาลัยญาติพี่น้องที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซา ณ ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในเมืองราฟาห์ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ก.พ. 67 (ปี 2024) (ภาพถ่ายโดย AP/Fatima Shbair) 

ตรวจสอบภาพจากเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสำนักข่าว AP โดยมีคำบรรยายว่า ชาวปาเลสไตน์ร่วมไว้อาลัยญาติพี่น้องที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซา ณ ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในเมืองราฟาห์ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ก.พ. 67 (ปี 2024) (ภาพถ่ายโดย AP/Fatima Shbair)

แสดงให้เห็นว่า ภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริง แต่ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบันตามที่โพสต์กล่าวอ้างแต่อย่างใด

เกิดอะไรขึ้นที่เมืองราฟาห์ ?

เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญเพิ่มเติม พบรายงานของ Thai PBS เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 ระบุว่า “อิสราเอลถล่มเมืองราฟาห์ เสียชีวิตกว่า 100 คน – ช่วยตัวประกันได้ 2 คน” ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลและช่วงเวลาของภาพจาก AP ที่ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในเมืองราฟาห์ 

12 ก.พ.67 อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมืองราฟาห์ซึ่งอยู่ติดชายแดนอียิปต์ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่สนใจเสียงทัดทานจากนานาชาติ รวมถึงองค์กรด้านมนุษยธรรมที่เกรงว่าการโจมตีเมือง ซึ่งถือเป็นพื้นที่หลบภัยแห่งสุดท้ายของชาวปาเลสไตน์ในกาซา ประมาณ 1,400,000 คน ทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมขั้นร้ายแรง ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขของฮามาส ระบุว่า การโจมตีเมืองราฟาห์ของอิสราเอล ทำให้บ้าน 14 หลัง และมัสยิด 3 แห่ง ถูกทำลาย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คน ส่งผลให้ภาพรวมของผู้เสียชีวิตจากสงครามในกาซา เพิ่มเป็น 28,176 คน 

สถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดในฉนวนกาซา

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในฉนวนกาซา ตามรายงานของ Al Jazeera ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 69 ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลได้เพิ่มความเข้มข้นของการโจมตีในพื้นที่ ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายทั่วฉนวนกาซา ท่ามกลางการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เมื่อเดือนตุลาคม

แพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 25 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่มีการหยุดยิงมีมากกว่า 800 ราย

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่า ภาพผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์ที่ถูกนำมาโพสต์อ้างเป็น “ข่าวด่วน” บน X นั้น เป็นภาพเหตุการณ์จริงจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเมืองราฟาห์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 ตามรายงานของ AP อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวนำภาพเก่ามาเผยแพร่ใหม่โดยไม่ระบุช่วงเวลา พร้อมใช้ข้อความเชิงปลุกอารมณ์ ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอดีต ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ล่าสุด

 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens: เมื่อตรวจสอบภาพจากเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสำนักข่าว AP โดยมีคำบรรยายว่า ชาวปาเลสไตน์ร่วมไว้อาลัยญาติพี่น้องที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซา ณ ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในเมืองราฟาห์ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ก.พ. 67 (ปี 2024) (ภาพถ่ายโดย AP/Fatima Shbair) 

แสดงให้เห็นว่า ภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริง แต่ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบันตามที่โพสต์กล่าวอ้างแต่อย่างใด

2.ค้นหาด้วยคำสำคัญ: เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญเพิ่มเติม พบรายงานของ Thai PBS เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 ระบุว่า “อิสราเอลถล่มเมืองราฟาห์ เสียชีวิตกว่า 100 คน – ช่วยตัวประกันได้ 2 คน” ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลและช่วงเวลาของภาพจาก AP ที่ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในเมืองราฟาห์ 

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลลักษณะนี้

1.ทำให้เข้าใจสถานการณ์คลาดเคลื่อน การนำภาพเก่ามาอ้างเป็น “ข่าวด่วน” ทำให้ผู้รับสารเชื่อว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งที่จริงเป็นเหตุการณ์ในอดีต ส่งผลให้การรับรู้ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งผิดพลาด

2.กระตุ้นอารมณ์และการแชร์โดยไม่ตรวจสอบ ข้อความเชิงปลุกอารมณ์ เช่น “อย่าเพิกเฉย” ทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ โกรธ หรือสงสาร และตัดสินใจแชร์ต่อทันทีโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา

3.สร้างความตื่นตระหนกหรือความเข้าใจผิดในวงกว้าง เมื่อข้อมูลถูกแชร์ต่อจำนวนมากในแพลตฟอร์มอย่าง X อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าสถานการณ์รุนแรงขึ้นทันที ทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น

4.ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารโดยรวม เมื่อผู้คนพบภายหลังว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจต่อข่าวสาร แม้กระทั่งจากสื่อหลัก 

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

1.ตรวจสอบแหล่งที่มาและวันที่ของข้อมูล ควรดูว่ามีการระบุสำนักข่าว วันเวลา หรือบริบทชัดเจนหรือไม่ หากไม่มี อาจเป็นสัญญาณของข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด

2.ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนกลับ สามารถใช้เครื่องมืออย่าง Google Lens เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยถูกเผยแพร่ที่ใดมาก่อน และเป็นเหตุการณ์เมื่อใด

3.เปรียบเทียบกับสื่อหลักหลายแหล่ง ตรวจสอบข้อมูลกับสื่อที่เชื่อถือได้ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงก่อนเชื่อหรือแชร์

4.ระวังข้อความที่เร้าอารมณ์หรือกดดันให้แชร์ โพสต์ที่ใช้คำว่า “ข่าวด่วน” หรือมีเนื้อหากระตุ้นอารมณ์ มักถูกออกแบบให้แชร์เร็ว ควรหยุดพิจารณาก่อนทุกครั้ง
5.หลีกเลี่ยงการแชร์ต่อหากยังไม่ยืนยัน หากยังไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงการส่งต่อ เพื่อไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายข้อมูลคลาดเคลื่อนในสังคมออนไลน์

 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน