Profile icon

ข่าวจริง “ไอร์แลนด์” ประณาม “อิสราเอล” จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า

ข่าวจริงDateClock icon07:38|รอบโลกViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กหลังมีการแชร์ข้อมูลระบุ "ไอร์แลนด์ประณามอิสราเอล จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า" โดยจากกระบวนการตรวจสอบจากสำนักข่าวต่างประเทศ ล้วนยืนยันว่ามีการจับกุมรวมถึงใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจริง สรุปไล่เรียงความจริงทั้งหมดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook

โพสต์ภาพที่มีข้อความระบุว่า ไอร์แลนด์ประณามอิสราเอล จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า

Thai PBS Verify พบโพสต์จากเพจ Facebook ที่ชื่อ Thailand Stand with Palestine ไทยเคียงข้างปาเลสไตน์ โพสต์ภาพที่มีข้อความระบุว่า

ไอร์แลนด์ประณามอิสราเอล จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า

โดยคำบรรยายของภาพดังกล่าวระบุว่า

“สิ่งที่อิสราเอลทำนั้น ในความเห็นของผม ถือว่าผิดกฎหมาย”

นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์กล่าวว่า “ยอมรับไม่ได้” ที่พลเมืองชาวไอริชที่เข้าร่วมขบวนเรือลำเลียงความช่วยเหลือไปยังกาซ่าถูกอิสราเอลจับตัว

ด้านประธานาธิบดีคอนนอลลี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนอังกฤษเป็นเวลาสามวัน กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ “น่าเศร้าใจมาก” และถึงแม้จะ “ภูมิใจในตัวน้อง”สาวของเธอมาก แต่เธอก็ “เป็นห่วงเธอมาก”

ดร. มาร์กาเร็ต คอนนอลลี น้องสาวของประธานาธิบดีแคทเธอรีน คอนนอลลี แห่งไอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในพลเมือง 12 คน
ผู้จัดขบวนเรือกล่าวว่า เรือ 10 ลำจากขบวนเรือ 60 ลำ ถูกสกัดกั้นในน่านน้ำสากลและถูกกองกำลังอิสราเอลขึ้นไปบนเรือเมื่อเช้าวันจันทร์

ขบวนเรือ Global Sumud Flotilla บรรทุกนักกิจกรรมบนเรือกำลังขนส่งอาหาร นมผงสำหรับเด็ก และความช่วยเหลือทางการแพทย์สำหรับชาวปาเลสไตน์ในกาซ่า ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่และประชากรส่วนใหญ่ 2.1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น อิสราเอลยังคงปิดล้อมกาซ่าทั้งทางน้ำ บกและทะเล

โพสต์ดังกล่าวทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 1,500 ครั้ง รวมถึงถูกแชร์ออกไปกว่า 170 ครั้ง

น้องสาวประธานาธิบดีไอร์แลนด์ ถูกอิสราเอลจับตัวจริงหรือไม่ ?

เราใช้การตรวจสอบด้วยคำสำคัญว่า “Dr. Margaret Connolly” ผ่าน Google Search พบข้อมูลจาก RTÉ (สำนักข่าวสาธารณะของไอร์แลนด์) ยืนยันการควบคุมตัว ดร.มาร์กาเร็ต คอนนอลลี และพลเมืองไอริชคนอื่น ๆ รวม 8 คน โดยกองทัพอิสราเอลบริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งไซปรัส

รายงานข่าวจาก RTÉ (สำนักข่าวสาธารณะของไอร์แลนด์) เรื่องการควบคุมตัว ดร.มาร์กาเร็ต คอนนอลลี และพลเมืองไอริชคนอื่น ๆ รวม 8 คน โดยกองทัพอิสราเอล

นอกจากนี้ยังพบรายงานข่าวจาก สำนักข่าว AP ระบุว่า กองทัพเรืออิสราเอลได้นำกำลังบุกขึ้นเรือบรรเทาทุกข์ในน่านน้ำสากลตอนกลางวันแสก ๆ ห่างจากชายฝั่งกาซากว่า 250 ไมล์ทะเล

คลิปจากสำนักข่าวเอพี รายงานข่าว กองทัพเรืออิสราเอล (กรอบสีแดง) บุกขึ้นเรือบรรเทาทุกข์ในน่านน้ำสากล

คลิปจากสำนักข่าว AP

ขณะที่ The Independent (UK) รายงานปฏิกิริยาทางการเมืองที่รุนแรงจากผู้นำระดับสูงของไอร์แลนด์ โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่า พฤติการณ์ของอิสราเอลในครั้งนี้เข้าข่าย “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

The Independent (UK) รายงานปฏิกิริยาทางการเมืองที่รุนแรงจากผู้นำระดับสูงของไอร์แลนด์

อิสราเอลใช้ความรุนแรงในการควบคุมตัวจริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบเราพบรายงานข่าวจาก The Guardian รายงานข่าวเจาะลึกกรณีที่ อิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอทำร้ายและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อกลุ่มนักกิจกรรมนานาชาติ จนกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการทูต

The Guardian รายงานข่าวเจาะลึกกรณีที่ อิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอทำร้ายและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อกลุ่มนักกิจกรรมนานาชาติ

ทั้งนี้ เบน-กวีร์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว เป็นภาพของกลุ่มนักกิจกรรมและอาสาสมัครนานาชาติที่ถูกจับกุมตัว (รวมถึง ดร. มาร์กาเร็ต คอนนอลลี น้องสาวประธานาธิบดีไอร์แลนด์) ในสภาพที่ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยสายเคเบิลไทร์ หน้าผากแนบติดกับพื้น ขณะที่มีการเปิดเพลงชาติอิสราเอลคลออยู่ด้านหลัง โดยเบน-กวีร์ ได้เดินโบกธงชาติอิสราเอลและพูดจาเยาะเย้ยถากถางผู้ถูกคุมขังอย่างชัดเจน

คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัวของ เบน-กวีร์ เป็นภาพขณะเดินโบกธงชาติอิสราเอลและพูดจาเยาะเย้ยถากถางผู้ถูกคุมขัง

คลิปจากโพสต์ของเบน-กวีร์

การกระทำดังกล่าวถูกประณามอย่างรุนแรงจากชาติตะวันตก โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของสเปนระบุว่า เป็นการกระทำที่ “น่ารังเกียจ น่าอับอาย และไร้มนุษยธรรม” ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิตาลีมองว่า เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” แม้แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลเองรวมถึงนายกฯ เนทันยาฮู ก็ยังต้องออกมาสั่งอพยพผู้ถูกกักตัวออกนอกประเทศอย่างรวดเร็วและตำหนิว่า พฤติกรรมของ เบน-กวีร์ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

นายกฯ เนทันยาฮู สั่งอพยพผู้ถูกกักตัวออกนอกประเทศอย่างรวดเร็วและตำหนิว่าพฤติกรรมของ เบน-กวีร์ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

ขบวนเรือ Global Sumud Flotilla คืออะไร ?

ขบวนเรือ Global Sumud Flotilla (GSF) หรือที่เรียกในภาษาอาหรับว่า Usṭūl aṣ-Ṣumūd al-ʿĀlamī (แปลว่า ขบวนเรือแห่งความยืนหยัดระดับโลก) คือ ขบวนเรือสัญชาติพลเรือนที่รวมตัวกันในระดับสากล เพื่อทำภารกิจเชิงสัญลักษณ์และส่งมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประชาชนในฉนวนกาซา พร้อมทั้งท้าทายมาตรการปิดล้อมทางทะเลของอิสราเอล

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของขบวนเรือ Global Sumud Flotilla (GSF)

จุดเริ่มต้นและการรวมตัว

  • ผู้จัดตั้ง: เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักกิจกรรมและองค์กรภาคประชาสังคมหลายกลุ่มในเดือนกรกฎาคม 2025 (พ.ศ. 2568) เช่น Freedom Flotilla Coalition (FFC), Global Movement to Gaza และกลุ่ม Sumud Nusantara เพื่อตอบโต้สถานการณ์สงครามและความอดอยากในฉนวนกาซา
  • ขนาดของขบวนเรือ: ได้รับการบันทึกว่าเป็นขบวนเรือภาคพลเรือนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในภารกิจ (ช่วงปี 2025 – ปัจจุบันในเดือนพฤษภาคม 2026) มีเรือเข้าร่วมกว่า 40–50 ลำ ทยอยออกเดินทางจากท่าเรือต่างๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น อิตาลี สเปน ตูนิเซีย และตุรกี
  • ผู้เข้าร่วม: มีอาสาสมัครกว่า 500 คน จากกว่า 56 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไม่ได้มีแค่กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่รวมถึงแพทย์ พยาบาล ทนายความ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และบุคคลที่มีชื่อเสียง (เช่น เกรตา ธุนเบิร์ก นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เคยเข้าร่วมสนับสนุนขบวนเรือนี้ที่บาร์เซโลนาด้วย)

อาสาสมัครกว่า 500 คน จากกว่า 56 ประเทศทั่วโลก

เป้าหมายหลักของขบวนเรือ

  • ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์: ลำเลียงอาหาร ยา เวชภัณฑ์ และนมผงสำหรับเด็ก ไปส่งให้ถึงมือชาวปาเลสไตน์โดยตรง
  • สร้างเส้นทางเดินเรือพลเรือน (People’s Sea Corridor): พยายามเปิดเส้นทางขนส่งทางเรือของภาคประชาชน เพื่อทำลายการผูกขาดการตรวจสอบและการปิดล้อมทางทะเลของอิสราเอลที่ดำเนินมานานเกือบ 18 ปี
  • กดดันทางด้านการเมือง: ดึงสายตาของประชาคมโลกให้หันมามองวิกฤตสิทธิมนุษยชนในกาซา และกดดันรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ยุติการเพิกเฉยต่อสถานการณ์นี้

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1. การสืบค้นขั้นต้นและตรวจสอบแหล่งที่มา
จากการตรวจสอบโพสต์ของเพจ Facebook ชื่อ “Thailand Stand with Palestine ไทยเคียงข้างปาเลสไตน์” ที่มียอดปฏิสัมพันธ์สูง ทีมงานได้ตั้งต้นตรวจสอบด้วยการนำคำสำคัญ (Keywords) ภาษาอังกฤษ เช่น “Dr. Margaret Connolly” และ “Gaza flotilla detained” ไปสืบค้นผ่าน Google Search เพื่อหาแหล่งข่าวปฐมภูมิ (Primary Sources) จากทั้งในประเทศไอร์แลนด์และสำนักข่าวสากล

2. การยืนยันข้อมูลการจับกุมบุคคลสำคัญ
ทีมข่าวได้ทำการตรวจสอบข้ามฐานข้อมูล (Cross-Checking) กับสื่อมวลชนกระแสหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลในโพสต์ดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ซึ่งพบหลักฐานรองรับดังนี้

  • RTÉ (สำนักข่าวสาธารณะของไอร์แลนด์): ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ดร.มาร์กาเร็ต คอนนอลลี แพทย์ชาวไอริชซึ่งเป็นน้องสาวของประธานาธิบดีแคทเธอรีน คอนนอลลี แห่งไอร์แลนด์ และพลเมืองไอริชคนอื่น ๆ รวม 8 คน ถูกกองทัพอิสราเอลควบคุมตัวไปจริง
  • สำนักข่าวเอพี (AP): ระบุพิกัดอย่างชัดเจนว่า กองทัพเรืออิสราเอลได้เข้าสกัดกั้นและนำกำลังบุกขึ้นเรือบรรเทาทุกข์ในขบวน Global Sumud Flotilla ในพื้นที่น่านน้ำสากล ห่างจากชายฝั่งกาซากว่า 250 ไมล์ทะเล
  • The Independent (UK): ยืนยันคำกล่าวของผู้นำไอร์แลนด์ โดยระบุว่ารองนายกรัฐมนตรีได้ออกแถลงการณ์ประณามพฤติการณ์ของอิสราเอลว่าเข้าข่าย “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

3. การตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการใช้ความรุนแรง
สำหรับประเด็นที่ว่าอิสราเอลมีการกระทำที่รุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อตัวประกันจริงหรือไม่ ทีมงานได้สืบค้นเชิงลึกจนพบรายงานข่าวสืบสวนจากสำนักข่าว The Guardian และ The Times of Israel ซึ่งยืนยันข้อเท็จจริงดังนี้

  • คลิปหลักฐาน: อิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว แสดงภาพกลุ่มนักกิจกรรมนานาชาติรวมถึง ดร.มาร์กาเร็ต ในสภาพถูกมัดมือไพล่หลังด้วยสายเคเบิลไทร์ หน้าผากแนบติดกับพื้น โดยมีการเปิดเพลงชาติอิสราเอลข่มขู่และพูดจาเยาะเย้ยถากถางจริง
  • ปฏิกิริยาทางการทูต: คำประณามจากชาติตะวันตกที่ระบุในโพสต์เป็นเรื่องจริง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของสเปนระบุว่าเป็นการกระทำที่ “น่ารังเกียจ น่าอับอาย และไร้มนุษยธรรม” และนายกรัฐมนตรีอิตาลีมองว่า “ยอมรับไม่ได้และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” จนท้ายที่สุด นายกฯ เนทันยาฮู และรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลต้องสั่งอพยพผู้ถูกกักตัวออกนอกประเทศโดยด่วนเพราะพฤติกรรมของเบน-กวีร์ ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ

สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง

แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะถูกเผยแพร่โดยเพจขับเคลื่อนทางการเมืองบน Facebook แต่จากการตรวจสอบหลักฐานเชิงประจักษ์และฐานข้อมูลข่าวสารระดับโลกพบว่า เนื้อหาทั้งหมดเป็น “เรื่องจริง” ไม่ใช่ข่าวปลอม ข้อมูลตัวบุคคล เหตุการณ์จากสื่อระดับสากล รวมถึงคำแถลงการณ์ของผู้นำประเทศต่าง ๆ ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงทุกประการ

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน