พบโพสต์อ้าง “จับคู่ไลฟ์อนาจารได้แล้ว” แท้จริงเป็นข่าวปลอม ภาพประกอบสร้างจาก AI

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบแหล่งข่าวปลอมจาก: Thread

จากกรณีพบการไลฟ์สตรีมเนื้อหาลามกอนาจารบนแพลตฟอร์ม Facebook ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง หลังจากนั้นโพสต์อ้างตำรวจจับกุมคู่ไลฟ์อนาจารบนแพลตฟอร์มดังได้แล้ว
ระบุ
ปล่อยให้ไลฟ์สดมาตั้ง 3 วัน เต็มจองึดหลาย 4 กันให้คนดู เลื่อนไปทางไหนก็เจอ ลบไม่หมดเห้อจบ
เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 69 มียอดผู้เข้าชมกว่า 5,100 ครั้ง
นอกจากนี้ยังพบโพสต์ลักษณะเดียวกัน เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 69 ระบุ
#ข่าวทั่วไทย-คู่รักไลฟ์สดฉาวมอบตัว รับคึกคะนอง-ดื่มแอลกอฮอล์ อ้างรับจ้างต่างชาติ
คู่รักชายหญิงที่ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังไลฟ์สดในลักษณะไม่เหมาะสม ล่าสุดได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
โดยทั้งสองราย (นามสมมุติ นายเอ และ นางบี) ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมให้เหตุผลว่า การกระทำดังกล่าวเกิดจากความคึกคะนอง ประกอบกับมีการดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อย จึงขาดความยั้งคิด
นอกจากนี้ ยังอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากชาวต่างชาติรายหนึ่งชื่อ “ปีเตอร์” ให้ทำการไลฟ์สดดังกล่าว โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชน การกระทำลักษณะดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ไม่ควรลอกเลียนแบบ

ตำรวจดำเนินคดีเจ้าของบัญชีที่ไลฟ์อนาจารได้แล้วจริงหรือไม่ ?
เมื่อนำภาพจากโพสต์ที่อ้างว่าตำรวจจับผู้ที่ไลฟ์อนาจารบนเฟซบุ๊ก ไปตรวจสอบด้วย Google Lens ไม่พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสำนักข่าวใด
ขณะเดียวกัน ในส่วน “เกี่ยวกับรูปภาพนี้” ของ Google ยังระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วย AI ของ Google อีกด้วย
ในส่วน “เกี่ยวกับรูปภาพนี้” ของ Google ยังระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วย AI ของ Google
จากนั้น ได้นำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation พบผลลัพธ์ระบุว่า ภาพมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI สูงถึง 96.9% และมีความเป็นไปได้ว่าเข้าข่าย Deepfake อยู่ที่ 12.9%
นำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI พบผลลัพธ์ระบุว่า ภาพมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI สูงถึง 96.9% และมีความเป็นไปได้ว่าเข้าข่าย Deepfake อยู่ที่ 12.9%
ในส่วนคำกล่าวอ้างที่ว่า มีการจับกุมเจ้าของบัญชีที่ไลฟ์อนาจารบนแพลตฟอร์มดังนั้น เมื่อตรวจสอบด้วยการค้นหาจากคำสำคัญ ยังไม่พบรายงานข่าวหรือข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับการจับกุมดังกล่าว ณ วันที่ 25 พ.ค. 69
รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยัน ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ ย้ำยังจับผู้เผยแพร่เนื้อหาลามกยังไม่ได้
ทั้งนี้ Thai PBS Verify ได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำได้ โดยอยู่ระหว่างประสานงานกับ Meta เพื่อตรวจสอบข้อมูลและติดตาม IP Address ของผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นคาดว่าอาจอยู่ในฝั่งเอเชีย
นอกจากนี้ยังระบุว่า การไลฟ์สดขณะมีเพศสัมพันธ์ในประเทศไทย ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน โดยผู้กระทำจะมีความผิดหลักๆ 2 ฉบับ ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเตือนผู้ที่กดแชร์หรือส่งต่อก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(5) ด้วยเช่นกัน
Meta ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีไลฟ์สตรีมอนาจารว่อนหน้าฟีด
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พบการไลฟ์สตรีมเนื้อหาลามกอนาจารบนแพลตฟอร์ม Facebook ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ส่วนท่าทีของเจ้าของแพลตฟอร์ม Meta บริษัทแม่ของ Facebook ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรณีไลฟ์สตรีมดังกล่าวที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Facebook เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 69 โดยโฆษกของ Meta ชี้แจงว่า บริษัทได้เร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบและจัดการกับเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎของแพลตฟอร์ม พร้อมยืนยันว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และกำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
“เนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งเป็นการละเมิดมาตรฐานชุมชนของเรา เราได้ลบเนื้อหาที่ละเมิดดังกล่าวแล้วและได้ดำเนินการกับบัญชีที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เราจะยังคงตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้และดำเนินการลบเนื้อหาที่พบว่ามีการละเมิดนโยบายของเรา” – โฆษกจาก Meta
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป หากพบเห็นเนื้อหาในลักษณะการไลฟ์สตรีม 18+ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายอนาจารและขัดต่อศีลธรรมอันดี สามารถกดรายงาน (Report) ไปยังแพลตฟอร์มได้โดยตรง เพื่อให้ทีมงานและระบบ AI ของ Facebook เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการสกัดกั้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สังคมออนไลน์เกิดความตื่นตระหนกอย่างหนัก หลังพบการแพร่กระจายของไลฟ์อนาจารบนเฟซบุ๊ก (Facebook) ติดต่อกันถึง 2 วัน โดยมีการแพร่ภาพสดเนื้อหา 18+ ลากยาวมาราธอนหลายชั่วโมงจนส่งผลกระทบวงกว้าง
ล่าสุด รมว.ดีอี ได้แถลงมาตรการป้องกันและแนวทางจัดการ ขณะที่ ตำรวจไซเบอร์เร่งตรวจสอบ URL และบุคคลในคลิปเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมจี้ถาม Facebook ประเทศไทย ถึงความล้มเหลวของระบบคัดกรองเนื้อหา ย้ำเตือนประชาชนห้ามกดถูกใจ กดแชร์เด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดทางกฎหมายเช่นเดียวกัน
ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่าได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้แทนบริษัท เมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ภายหลังเกิดกรณีไลฟ์สดอนาจารบนโซเชียลมีเดียต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินคดีกับทั้งผู้ไลฟ์ ผู้แชร์ และตรวจสอบความรับผิดของแพลตฟอร์มตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 15 ที่ขณะนี้ให้ บริษัท เมตา ส่งรายละเอียดชี้แจงเพิ่มใน 3-5 วัน รวมถึงเตรียมยกระดับกฎหมายให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดร่วม ต่อการกระทำผิดทุกประเภทบนระบบ
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบโพสต์อ้างว่าตำรวจสามารถจับกุมเจ้าของบัญชีที่ไลฟ์เนื้อหาอนาจารบน Facebook ได้แล้ว ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยภาพที่ใช้ประกอบโพสต์ไม่พบว่ามาจากสำนักข่าวหรือหน่วยงานทางการใด เมื่อตรวจสอบผ่าน Google Lens และเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ยังพบว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI
ขณะที่ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำได้ อยู่ระหว่างประสานงานกับ Meta เพื่อตรวจสอบข้อมูลและติดตาม IP Address ของผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นคาดว่าอาจอยู่ในต่างประเทศ ส่วน Meta ระบุว่าได้ลบเนื้อหาที่ละเมิดมาตรฐานชุมชนและดำเนินการกับบัญชีที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมย้ำว่าเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งถือเป็นการละเมิดกฎของแพลตฟอร์ม
ที่มา:
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบแหล่งที่มาด้วย Google Lens: เมื่อนำภาพจากโพสต์ที่อ้างว่าตำรวจจับผู้ที่ไลฟ์อานาจารบนเฟซบุ๊ก ไปตรวจสอบด้วย Google Lens ไม่พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสำนักข่าวใด
ขณะเดียวกัน ในส่วน “เกี่ยวกับรูปภาพนี้” ของ Google ยังระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วย AI ของ Google อีกด้วย
2.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI: นำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI พบผลลัพธ์ระบุว่า ภาพมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI สูงถึง 96.9% และมีความเป็นไปได้ว่าเข้าข่าย Deepfake อยู่ที่ 12.9%
3.ยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: Thai PBS Verify ได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำได้ โดยอยู่ระหว่างประสานงานกับ Meta เพื่อตรวจสอบข้อมูล
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว
ข้อมูลเท็จที่อ้างว่ามีการจับกุมผู้ไลฟ์อนาจารสำเร็จ อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและติดตามตัวผู้กระทำผิดจริง
2.สร้างความสับสนและบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อข่าวสารออนไลน์
การใช้ภาพที่สร้างจาก AI และข้อความปลอมในลักษณะคล้ายข่าวจริง อาจทำให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียแยกแยะข้อเท็จจริงได้ยาก และส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์
3.เสี่ยงต่อการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อเป็นวงกว้าง
เมื่อผู้ใช้งานกดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ อาจทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และสร้างความเข้าใจผิดในสังคมในวงกว้างมากขึ้น
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที
ควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะจากหน่วยงานทางการหรือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ ก่อนกดแชร์หรือส่งต่อ
2.ตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือค้นหาภาพ
สามารถใช้ Google Lens หรือเครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนกลับ เพื่อตรวจสอบว่าภาพดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่มาก่อนหรือมีที่มาจากแหล่งใด
3.สังเกตร่องรอยของภาพ AI หรือ Deepfake
ภาพที่สร้างจาก AI มักมีความผิดปกติ เช่น ใบหน้าบิดเบี้ยว ตัวอักษรผิดรูป มือหรือวัตถุผิดสัดส่วน รวมถึงรายละเอียดที่ดูไม่สมจริง
4.ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ในกรณีเกี่ยวข้องกับคดีหรือกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์ หน่วยงานรัฐ หรือแถลงการณ์จากแพลตฟอร์มโดยตรง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
5.หากพบเนื้อหาผิดกฎหมาย ควรกดรายงานแทนการแชร์
หากพบไลฟ์สดหรือเนื้อหาลามกอนาจารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ควรกด Report ไปยังแพลตฟอร์มทันที และหลีกเลี่ยงการบันทึก แชร์ หรือเผยแพร่ต่อ เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้








