คลิปไวรัล “ฝังคนทั้งเป็นในซูดาน” พบสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: X
ภาพบัญชี X คลิปวิดีโอคล้ายภาพหลุมศพ พร้อมข้อความระบุว่า “In Sudan, people are buried alive, their hands stretched out!”
Thai PBS Verify บัญชี X คลิปวิดีโอคล้ายภาพหลุมศพ พร้อมข้อความระบุว่า
“In Sudan, people are buried alive, their hands stretched out!”
แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google Tranlste ระบุว่า
“ในซูดาน มีคนถูกฝังทั้งเป็น และยังเห็นมือของพวกเขายื่นโผล่ออกมาจากพื้นดิน”
โดยคลิปวิดีโอใน x นี้มียอดผู้เข้าชม 923,000 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 531 ครั้ง อีกทั้งมีการแสดงคิดเห็น 107 ข้อความและรีโพสต์ออกไป 272 ครั้ง
คลิปวิดีโอนี้ใช่เหตุการณ์ฝังคนทั้งเป็นในซูดานหรือไม่ ?
เพื่อตรวจสอบว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวใช่เหตุการณ์จริงหรือไม่ Thai PBS Verify ได้นำคลิปไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิปวิดีโอ AI เช่น Hive moderation และ fauxlens พบว่ามีโอกาสสูงที่ภาพดังกล่าวจะถูกสร้างจาก AI โดยเครื่องมือ Hive Moderation พบโอกาสที่ภาพดังกล่าวจะถูกสร้างจาก AI สูงถึง 69.8%
ผลการตรวจสอบจาก Hive moderation ระบุว่าสร้างจาก AI อยู่ที่ 69.8%
ขณะที่ผลการตรวจสอบภาพ AI จากเครื่องมือ FauxLens ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ภาพดังกล่าวจะถูกสร้างจาก AI อยู่ที่ 80%
ภาพผลการตรวจสอบจาก fauxlens ระบุว่าสร้างจาก AI อยู่ที่ 80%
ขณะเดียวกันเมื่อสังเกตในช่วงท้ายคลิปจะขึ้นเครดิตชื่ออินสตาแกรม ซึ่งเมื่อนำชื่อดังกล่าวไปค้นหาชื่อบัญชีของ Instagram พบว่าตรงกับบัญชี a61630742 ที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 69 และอ้างว่าซูดานฝังคนทั้งเป็นเช่นกัน
โดยมีการพูดถึงกล่าวว่า
“ดูสิครับพี่น้อง ดูสภาพของประชาชนชาวซูดานเหล่านี้สิ Abu Loloหรือ อัลฟาเตห์ อับดุลเลาะห์ อิดริส เป็นผู้บัญชาการทหารระดับสูงของกองกำลังกึ่งทหาร RSF และดูไบได้ร่วมมือกันฝังพวกเขาทั้งเป็น และปล่อยให้มือโผล่พ้นดินออกมา เมืองทั้งเมืองถูกฝังในลักษณะนี้ และคุณสามารถมองเห็นภาพนี้ยาวไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาเลยครับ”
ภาพอิสตราแกรมบัญชี a61630742
เหตุการณ์ฝังทั้งเป็นในซูดานมีจริงหรือไม่ ?
ในช่วงสงครามกลางเมืองซูดาน องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกหลายแห่งระบุว่ามีพฤติการณ์จับคนฝังทั้งเป็นจริง โดยเกิดขึ้นในภูมิภาคดาร์ฟูร์ (Darfur):
- หลักฐานจาก Human Rights Watch (HRW): ได้เผยแพร่ข้อมูลและคลิปสัมภาษณ์เหยื่อผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทางชาติพันธุ์ต่อชาวมัสซาลิท (Massalit) ในเมืองเอล เจนินา (El Geneina) โดยเหยื่อระบุว่าตนเองและเพื่อน ๆ ถูกกองกำลังกึ่งทหาร Rapid Support Forces (RSF) จับฝังทั้งเป็นลงในหลุมขนาดใหญ่

- รายงานจากองค์กรบรรเทาทุกข์สากล (Islamic Relief): ออกแถลงการณ์รายงานความโหดร้ายในดาร์ฟูร์ โดยมีข้อมูลยืนยันว่ากลุ่มติดอาวุธมีการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ล่วงละเมิดทางเพศ และจับพลเรือนฝังทั้งเป็น (Buried Alive) ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่โลกมองข้าม

นอกจากนี้ ในปี 2568-2569 ยังมีการค้นพบหลุมศพขนาดใหญ่ (Mass Graves) ที่บรรจุร่างผู้เสียชีวิตนับร้อยนับพันศพจากการถูกซ้อมทรมานกระจายอยู่ทั่วกรุงคาร์ทูมและเขตดาร์ฟูร์ด้วย

สถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศซูดานเป็นอย่างไร?
ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิ.ย. 69 สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หลายประเทศตะวันตก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ออกมาเตือนว่า กองกำลังกึ่งทหาร RSF อาจเตรียมยกระดับการโจมตีเมืองอัล-โอบีด ในซูดาน ซึ่งทำให้พลเรือนประมาณ 500,000 คน รวมถึงผู้พลัดถิ่นกว่า 100,000 คน เสี่ยงเผชิญเหตุสังหารหมู่ครั้งใหญ่ โดยสงครามในซูดานที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี ได้ทำให้มีผู้พลัดถิ่นเกือบ 14 ล้านคน และเกิดทั้งความอดอยากและความรุนแรงทางชาติพันธุ์
นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย องค์การสหประชาชาติและหลายประเทศจึงเรียกร้องให้กดดันทั้ง RSF และกองทัพซูดานให้หยุดความรุนแรง ปกป้องประชาชน และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ขณะที่ RSF เคยถูกกล่าวหาว่าก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในดาร์ฟูร์ แต่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปวิดีโอที่อ้างว่า “มีการฝังคนทั้งเป็นในซูดานจนเห็นมือโผล่จากพื้นดิน” ด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิปวิดีโอ AI พบว่า เป็นคลิปที่ถูกสร้างจาก AI ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันมีการรายงานว่า กองกำลังกึ่งทหาร RSF อาจเตรียมยกระดับการโจมตีเมืองอัล-โอบีด ในซูดานอีกครั้ง
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรววสอบคลิป AI: เมื่อนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Hive Moderation และ FauxLens ผลตรวจพบแนวโน้มว่า “มีโอกาสสูงเป็นสื่อที่สร้างจาก AI” ไม่ใช่ภาพถ่ายเหตุการณ์จริง
- ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา: โดยสังเกตเครดิตที่ปรากฏในช่วงท้ายคลิป ซึ่งนำไปสู่การค้นหาบัญชี Instagram ต้นทาง พบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นผู้โพสต์คลิปนี้เอง พร้อมข้อความอ้างเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ผิด คิดว่าเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นจริงตามคลิป
- บิดเบือนภาพรวมของวิกฤตมนุษยธรรมในซูดาน ทำให้แยกไม่ออกระหว่าง “เหตุจริง” กับ “คอนเทนต์ AI”
- กระตุ้นความตื่นตระหนก ความกลัว และอารมณ์โกรธในสังคมออนไลน์
- อาจสร้างความเกลียดชังหรือความรุนแรงต่อฝ่ายที่ถูกกล่าวหา โดยไม่มีหลักฐานยืนยัน
- ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารและข่าวจริง ทำให้ผู้คนเริ่มไม่เชื่อสื่อ
- เพิ่มภาระให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องใช้ทรัพยากรในการตรวจสอบข่าวปลอม
- อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของสังคมหรือผู้กำหนดนโยบาย หากนำข้อมูลผิดไปใช้อ้างอิง
- ทำให้การรับรู้เหตุการณ์สงครามบิดเบี้ยว และกลบความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ต่อทันที ควรหยุดตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
- ตรวจสอบแหล่งที่มา ว่าโพสต์มาจากบัญชีที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และมีต้นทางชัดเจนหรือไม่
- สังเกตความผิดปกติของเนื้อหา เช่น ภาพดูเกินจริง รายละเอียดแปลก หรือไม่มีสื่อหลักรายงานยืนยัน
- ระวังเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์รุนแรงเกินจริง เพราะมักถูกใช้เพื่อดึงความสนใจ
- ตรวจสอบด้วยการค้นหาภาพย้อนกลับ (reverse image search) หรือดูว่ามีรายงานซ้ำจากหลายแหล่งหรือไม่
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ได้รับความนิยม









