Profile icon

คลิปไวรัล “ทรัมป์แจกใบแดงกลางสนาม” แท้จริงเป็นคลิปปลอมจาก AI

DateClock icon18:14|รอบโลก
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปไวรัล “โดนัลด์ ทรัมป์แจกใบแดงกลางสนาม” หลังถูกแชร์กว่า 1.5 ล้านครั้ง แท้จริงถูกสร้างจาก AI ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสายตรงหาประธานฟีฟ่าเพื่อคัดค้านใบแดงของ บาโลกัน เพราะมองว่าไม่เป็นธรรมจริง ขณะที่คณะกรรมการวินัยฟีฟ่ายอม "ระงับโทษแบน" จนเกิดกระแสวิจารณ์ในวงการฟุตบอล

Thai PBS Verify พบแหล่งภาพปลอมจาก: X

ภาพบัญชี X  แชร์คลิปวิดีโอ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินเข้าไปในสนามฟุตบอลและแจกใบแดงให้คณะกรรมการฟุตบอล

ภาพบัญชี X  แชร์คลิปวิดีโอ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินเข้าไปในสนามฟุตบอลและแจกใบแดงให้คณะกรรมการฟุตบอล

 

Thai PBS Verify พบบัญชี X  แชร์คลิปวิดีโอ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินเข้าไปในสนามฟุตบอล พร้อมกับแจกใบแดงให้คณะกรรมการ พร้อมระบุว่า 

“USA gets a red card” 

แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google translate  ระบุว่า  สหรัฐอเมริกาโดนใบแดง 

ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา จนทำให้มียอดผู้เข้าชม 1,508,000 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 1,100 ครั้ง รวมทั้งรีโพสต์ไปกว่า  255 ครั้ง

โดนัลด์  ทรัมป์ แจกใบแดง จริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริงหรือไม่ ด้วยการตรวจสอบผ่านเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI เช่น Hive moderation และ fauxlens พบว่า คลิปดังกล่าวมีโอกาสสูงที่จะถูกสร้างด้วย AI 

ภาพผลการตรวจสอบจาก Hive moderation

ภาพผลการตรวจสอบจาก Hive moderation

ภาพผลการตรวจสอบจาก fauxlens

ภาพผลการตรวจสอบจาก fauxlens

 

ต่อมา เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “นักเตะอเมริกาถูกใบแดง ฟุตบอลโลก” พบว่า มีการรายงาน    

Highlights | USA 2-0 Bosnia And Herzegovina | FIFA World Cup 2026™ ในช่องยูทูบ FIFA   ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 69 พบว่า ชุดนักเตะ Bosnia And Herzegovina เป็นคนละชุดกับในโพสต์ 

ภาพเปรียบเทียบนักเตะะในคลิป และในช่องยูทูบ FIFA 

ภาพเปรียบเทียบนักเตะะในคลิป และในช่องยูทูบ FIFA

สถานการณ์ฟุตบอลของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างไร? 

ดราม่าใบแดงในศึกฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อทีมชาติสหรัฐอเมริกาเอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย แต่เหตุการณ์สำคัญกลับอยู่ที่การโดนใบแดงของ โฟลาริน บาโลกัน จากจังหวะปะทะที่ถูกมองว่าไม่ได้เจตนา หลังผู้ตัดสินตรวจสอบ VAR ทำให้เขาถูกแบนอัตโนมัติและจะพลาดเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเบลเยียม

ประเด็นดังกล่าวลุกลามออกนอกสนาม เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความไม่เห็นด้วย พร้อมติดต่อไปยัง จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนคำตัดสิน โดยมองว่าการลงโทษส่งผลไม่เป็นธรรมต่อทีม

ต่อมา คณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าได้ตัดสินใจ “ระงับโทษแบน” ของบาโลกัน โดยอ้างอิงข้อกำหนดที่เปิดช่องให้ผ่อนผันได้ ส่งผลให้นักเตะสามารถลงสนามในรอบต่อไปได้ ซึ่งถือเป็นกรณีที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น และสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการฟุตบอล

การตัดสินใจนี้ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลายฝ่ายมองว่าเป็นการแทรกแซงจากการเมือง ทั้งสมาคมฟุตบอลเบลเยียม ยูฟ่า และนักวิเคราะห์ชื่อดังต่างตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของฟีฟ่า

ท้ายที่สุด แม้บาโลกันจะกลับมาลงสนามได้ แต่ทีมชาติสหรัฐอเมริกาก็พ่ายแพ้ต่อเบลเยียม 1-4 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ปิดฉากเส้นทางในฟุตบอลโลก 2026 ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ยังคงดำเนินต่อไป

เรื่องจริงเป็นอย่างไร? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบบัญชี X แชร์คลิปวิดีโอที่อ้างว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” เดินเข้าไปในสนามฟุตบอลพร้อมแจกใบแดงให้คณะกรรมการ โดยมีข้อความกำกับว่า “USA gets a red card” ซึ่งคลิปดังกล่าวมียอดเข้าชมกว่า 1.5 ล้านครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI พบว่าคลิปมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกสร้างขึ้นด้วย AI 

ขณะเดียวกัน กระแสไวรัลอาจเชื่อมโยงกับดราม่าในฟุตบอลโลก 2026 ที่ทีมชาติสหรัฐอเมริกาเอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 แต่ “โฟลาริน บาโลกัน” ถูกใบแดงจากจังหวะปะทะ ก่อนที่ภายหลังจะมีการระงับโทษแบนให้กลับมาลงสนามได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ดี ไม่พบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการหรือ FIFA ที่ยืนยันว่าโดนัลด์ ทรัมป์ มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปแต่อย่างใด

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI: เมื่อนำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป  AI เช่น Hive moderation และ fauxlens พบว่ามีโอกาสสูงในการถูกสร้างด้วย AI
  2. ใช้การค้นหาคำสำคัญ: เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “นักเตะอเมริกาถูกใบแดง ฟุตบอลโลก” พบว่า มีการรายงาน Highlights | USA 2-0 Bosnia And Herzegovina | FIFA World Cup 2026™ ในช่อง FIFA   ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 69 พบว่า ชุดนักเตะ Bosnia And Herzegovina เป็นคนละชุดกับในคลิปวิดีโอ

ผลกระทบข้อมูลเท็จ

  • ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิด โดยเฉพาะเมื่อคลิปถูกสร้างด้วย AI แต่มีบริบทเชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริง
  • บิดเบือนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ในวงการฟุตบอล และสร้างความสับสนต่อสาธารณะ
  • กระทบต่อความน่าเชื่อถือของบุคคลและองค์กรที่ถูกกล่าวถึง เช่น นักการเมืองและองค์กรกีฬา
  • กระตุ้นให้เกิดการแชร์ต่ออย่างรวดเร็วโดยไม่ตรวจสอบ เพิ่มการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ
  • อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือชี้นำความคิดเห็นหรือปลุกกระแสในสังคมออนไลน์
  • สะท้อนความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาหลอกได้แนบเนียนมากขึ้น
  • ตอกย้ำความจำเป็นของการตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อและก่อนแชร์

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ตั้งสติ อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันทีเมื่อเห็นเนื้อหาที่ดูน่าตกใจหรือดราม่า
  • ตรวจสอบแหล่งที่มา ดูว่าเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือหรือมีการอ้างอิงชัดเจนหรือไม่
  • สังเกตรายละเอียดผิดปกติของคลิป/ภาพ เช่น การตัดต่อ เสียง หรือพฤติกรรมที่ไม่สมจริง (โดยเฉพาะคอนเทนต์จาก AI)
  • เปรียบเทียบข้อมูลกับหลายแหล่งข่าว เพื่อยืนยันความถูกต้อง
  • ใช้เครื่องมือหรือแพลตฟอร์มตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • หลีกเลี่ยงการเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายข้อมูลเท็จ โดย “หยุดแชร์” หากยังไม่มั่นใจ
Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน