Profile icon

โพสต์อ้างภาพฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ถูกโจมตี แท้จริงสร้างจาก AI

DateClock icon15:58|รอบโลก
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ที่อ้างว่าเผยแพร่ภาพฐานทัพสหรัฐฯ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกโจมตี พบว่าไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของคลิปได้ และผลวิเคราะห์จากเครื่องมือตรวจจับ AI ระบุว่ามีแนวโน้มเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการกดดันอิหร่านจากประเด็นน้ำมันและเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

Thai PBS Verify พบแหล่งภาพปลอมจาก: Threads

ตรวจสอบพบโพสต์อ้างว่าเป็นภาพฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตี 

ระบุ

US bases in Bahrain and Kuwait are under heavy Iran bombardment.

Long live Almighty Iran 🇮🇷 

 แปลด้วย Google Translate ได้ว่า

ฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตกำลังถูกอิหร่านระดมโจมตีอย่างหนัก

ขอให้อิหร่านผู้ยิ่งใหญ่จงเจริญ 🇮🇷 

โพสต์ดังกล่าวมีจำนวดยอดเข้าชม 3,800 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 มิ.ย 69

คลิปฐานทัพอากาศของสหรัฐ ถูกโจมตีจริงหรือไม่ ?

เมื่อนำภาพบางส่วนจากคลิปดังกล่าวไปค้นหาด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาที่ชัดเจน หรือภาพที่ตรงกับสำนักข่าวหลักใด ๆ จากนั้นจึงนำคลิปวิดีโอไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation ซึ่งผลการวิเคราะห์ระบุว่า คลิปดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI 

ตรวจสอบคลิปด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติหลายจุดในคลิป เช่น มีข้อความเล็ก ๆ ด้านขวาล่างว่า “Al Dhafra Air Base, UAE” ซึ่งดูเหมือนถูกใส่กำกับไว้บนภาพ ไม่ใช่ป้ายจริงในสถานที่ คล้ายรูปแบบอักษรที่สร้างจาก AI ขึ้นมาในภาพ

ทั้งนี้ยังรวมถึง ภาพแสดงการระเบิดหลายจุดพร้อมกัน มีวัตถุคล้ายจรวดหรือขีปนาวุธพุ่งเต็มท้องฟ้า ซึ่งเป็นฉากที่ดูรุนแรงผิดปกติและพบได้บ่อยในภาพที่สร้างด้วย AI

รายละเอียดบางส่วน เช่น ควัน เปลวไฟ และวัตถุบนพื้น มีลักษณะที่ดูไม่สอดคล้อง

สถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลางเป็นอย่างไร ?

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 69 Thai PBS รายงานว่า สหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาต ที่เคยอนุมัติให้มีการขายน้ำมันของอิหร่านได้ โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ระบุว่าจะขยายเวลาผ่อนผันให้ทำธุรกรรมน้ำมันอิหร่าน ไปได้จนถึงวันที่ 17 ก.ค.นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 5

ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังจากศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ ถูกโจมตีในบริเวณและใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เตือนว่าการกระทำของอิหร่านในบริเวณช่องแคบดังกล่าว เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมา ส่วนฝั่งอิหร่านยังไม่แสดงความเห็นหรือออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีเรือ

ขณะที่รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน ออกมาตอบโต้กรณีสหรัฐฯ ยกเลิกใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน โดยระบุว่า เป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจของทั้งสองประเทศ พร้อมเตือนว่าจะตอบโต้การละเมิดของสหรัฐฯ

8 ก.ค.2569 สื่อสังคมออนไลน์ เผยนาทีเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงหลายครั้งในเมืองบันดาร์ อับบาส ทางตอนใต้ของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คน หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่อ้างว่าเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ อ้างว่าโจมตีเป้าหมายกว่า 80 จุดในอิหร่าน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ 85 จุดในบาห์เรนและคูเวต

ด้านสื่อกึ่งทางการอิหร่าน รายงานว่า มีชาวประมงของอิหร่าน เสียชีวิต 2 คนจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และชาวประมงบาดเจ็บ 2 คน

การโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน ทำให้หลายชาติอาหรับออกมาประณามการกระทำดังกล่าว ทั้งคูเวตที่ระบุว่าอิหร่านละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงยังโจมตีบาห์เรน เป็นการบ่อนทำลายความพยายามที่จะลดความตึงเครียดในภูมิภาค เช่นเดียวกับอียิปต์ กาตาร์ และโอมานที่ประณามการโจมตีของอิหร่านเช่นกัน

ขณะที่ ญาซิม มุฮัมมัด อัลบุดัยวี เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวสะท้อนว่าอิหร่าน ยังคงมุ่งบ่อนทำลายความพยายามสร้างความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดกองบัญชากลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อสกัดไม่ให้อิหร่านคุกคามเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งระบุว่าสหรัฐฯ กำลังลงโทษอิหร่านจากกรณีที่แสดงท่าทีก้าวร้าวต่อเรือสินค้าและลูกเรือพลเรือนที่กำลังสัญจรผ่านน่านน้ำดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่สื่ออิหร่านยืนยันมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ

การเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกระลอกของกองทัพสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้โอกาสระหว่างเข้าร่วมประชุมสุดยอดเนโตที่ตุรกีเมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) ระบุว่า บันทึกความเข้าใจที่สหรัฐฯ เคยบรรลุกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาครอบล่าสุด พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกครั้งในคืนนี้

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

ตรวจสอบพบว่าโพสต์ที่อ้างว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกอิหร่านโจมตี พร้อมเผยแพร่คลิปการระเบิดนั้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริง โดยการตรวจสอบด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาจากสำนักข่าวหลัก และการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือตรวจจับ AI พบว่าคลิปมีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI อีกทั้งมีจุดผิดสังเกตหลายประการ 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วย Google Lens: เมื่อนำภาพบางส่วนจากคลิปดังกล่าวไปค้นหาด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาที่ชัดเจน หรือภาพที่ตรงกับสำนักข่าวหลักใด 
  2. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI: นำคลิปวิดีโอไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation ซึ่งผลการวิเคราะห์ระบุว่า คลิปดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI 

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้

  1. ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์จริง คลิปที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริง ทั้งที่รายละเอียดในภาพไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่งผลให้เกิดความสับสนระหว่าง “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง” กับ “ภาพที่ถูกสร้างขึ้น”
  2.  เพิ่มการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนบนสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้ใช้แชร์ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบ อาจทำให้เนื้อหาที่ผิดพลาดแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้คนจำนวนมากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
  3. ลดความน่าเชื่อถือของภาพข่าวและข้อมูลจากเหตุการณ์สำคัญ การใช้ AI สร้างภาพเหตุการณ์จริง อาจทำให้ผู้รับสารเกิดความไม่ไว้วางใจต่อภาพข่าวจากเหตุการณ์สำคัญ แม้แต่ภาพที่เป็นหลักฐานจริง

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1.  ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพหรือคลิปก่อนเชื่อและแชร์ต่อ ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เผยแพร่ครั้งแรก เผยแพร่เมื่อใด และมีสำนักข่าวหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือรายงานเหตุการณ์เดียวกันหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาจากข้อความบรรยายเพียงอย่างเดียว
  2. ใช้เครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับเพื่อตรวจสอบต้นทาง สามารถใช้เครื่องมือ เช่น Google Lens หรือการค้นหาภาพย้อนกลับ เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยถูกเผยแพร่ที่ใดมาก่อน หรือเป็นภาพจากเหตุการณ์อื่นที่ถูกนำมาใช้ใหม่หรือไม่
  3. สังเกตความผิดปกติของภาพและวิดีโอ ควรพิจารณารายละเอียด เช่น การเคลื่อนไหวของบุคคล สีหน้า มือ นิ้ว ตัวอักษร ป้าย หรือวัตถุต่าง ๆ ในภาพ หากมีลักษณะผิดธรรมชาติ อาจเป็นสัญญาณว่าภาพถูกสร้างหรือแก้ไขด้วย AI
  4. เปรียบเทียบกับรายงานจากหลายแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หากเป็นเหตุการณ์สำคัญ เช่น สงคราม การเมือง หรือภัยพิบัติ ควรตรวจสอบข้อมูลจากสำนักข่าวหลายแห่ง รวมถึงดูภาพถ่ายหรือวิดีโอจากแหล่งข่าวที่มีการยืนยันสถานที่และเวลา

 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน