Profile icon

คลิป “ทรัมป์” จูบแรปเปอร์สาว ว่อนโซเชียลฯ ตรวจสอบพบเป็นคลิป AI

DateClock icon10:40|รอบโลก
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปอ้างว่าเป็นภาพโดนัลด์ ทรัมป์ จูบกับแรปเปอร์สาว พร้อมเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ลับและคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน จนได้รับความสนใจและถูกแชร์เป็นจำนวนมาก แท้จริงเป็นคลิปที่ถุกสร้างจาก AI และไม่พบหลักฐานจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือยืนยันข้อกล่าวอ้างตามที่ถูกเผยแพร่

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก : X

ภาพ X แชร์คลิปทรัมป์จูบผู้หญิง พร้อมอ้างข่าวลือว่าเขามีสัมพันธ์ลับกับคนดังที่เชื่อมโยงคดีเอปสตีน

ภาพ X แชร์คลิปทรัมป์จูบผู้หญิง พร้อมอ้างข่าวลือว่าเขามีสัมพันธ์ลับกับคนดังที่เชื่อมโยงคดีเอปสตีน

 

Thai PBS Verify พบบัญชี X แชร์วิดีโอ โดนัลด์  ทรัมป์ จูบกับผู้หญิง พร้อมข้อความระบุว่า 

“Information leaked from the West Wing of the White House implicates Trump in a secret affair with a celebrity, allegedly linked to the Jeffrey Epstein case. Trump has reportedly ordered the White House surveillance cameras to be turned off for fear of further leaks.” 

แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google Translate ระบุว่า 

“มีข้อมูลรั่วไหลจากฝั่งเวสต์วิงของทำเนียบขาว ซึ่งพัวพันถึงทรัมป์ในความสัมพันธ์ลับกับคนดังรายหนึ่ง โดยถูกกล่าวอ้างว่าเชื่อมโยงกับคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทรัมป์ได้สั่งให้ปิดกล้องวงจรปิดภายในทำเนียบขาว เนื่องจากเกรงว่าจะมีข้อมูลรั่วไหลเพิ่มเติม”   

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 69 มีการยอดเข้าชม 4,353,000 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก  1,100 ครั้ง รวมทั้งมีการรีโพสต์ไปกว่า  497 ครั้ง 

จากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า ภาพผู้หญิงในคลิปวิดีโอดังกล่าวคล้ายกับ นิกกี้ มีนาจ นักร้องชื่อดังของสหรัฐฯ 

คลิปวิดีโอนี้เป็นคลิปจริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบวิดีโอ AI เช่น The hive.ai และ Fauxlens พบว่า เป็นวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI

ผลตรวจสอบจากเว็บไซต์  the hive.ai 

ผลตรวจสอบจากเว็บไซต์  the hive.ai

ผลตรวจสอบจากเว็บไซต์ fauxlens

ผลตรวจสอบจากเว็บไซต์ fauxlens

บัญชีที่โพสต์มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ?

เมื่อตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชีพบว่า บัญชีดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเมื่อเดือน ส.ค. 63 อยู่ในพื้นที่เอเชียตะวันตก

ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี

ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี

โดนัลด์ ทรัมป์ – นิกกี มีนาจ ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร?

Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญทั้งภาษาไทย  “ทรัมป์  นิกกี้ มีนาจ” และ “Donald Trump Nicki Minaj” พบการรายงานเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา  ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวติดตลกในงานเลี้ยง White House Correspondents’ Dinner ปี 2026 ซึ่งถูกเลื่อนมาจัดใหม่ว่า แร็ปเปอร์นิกกี มีนาจ เริ่มเต้นทเวิร์กในช่วงที่เกิดเหตุยิงกันเมื่อเดือนเมษายน

ทรัมป์กล่าวว่า “หลังจากได้ยินเสียงปืน หลายคนตะโกนว่า ‘หมอบลง! หมอบลง!’ ซึ่งทำให้นิกกี มีนาจ เริ่มเต้นทเวิร์ก คุณเชื่อไหม?”

ยูทูบ The Economic Time

ยูทูบ The Economic Time

ทั้งนี้ Thai PBS Verify พบว่าการแสดงจัุดยืนทางการเมืองของนิกกี มีนาจที่ผ่านมาเคยแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายบางประการของทรัมป์ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนจุดยืนและออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยเธอเคยขึ้นเวทีร่วมในงาน Trump Accounts Summit พร้อมประกาศตัวว่าเป็น “แฟนคลับอันดับ 1 ของประธานาธิบดี” 

นอกจากนี้ นิกกียังได้รับเชิญให้เข้าพบทรัมป์ที่ห้องทำงาน Oval Office ในทำเนียบขาว และได้โพสต์ภาพร่วมกันลงโซเชียลมีเดีย พร้อมใช้แฮชแท็ก “#WhiteHouseBarbie” และยกให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนโปรดที่สุดตลอดกาล ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ยังมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงหยอกล้อกันบนเวทีสาธารณะ 

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียซึ่งอ้างว่าเป็นภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ จูบกับผู้หญิง พร้อมเชื่อมโยงไปถึงความสัมพันธ์ลับและคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ได้รับความสนใจและถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางนั้น จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่า คลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์จริง แต่เป็นวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือที่เรียกว่า Deepfake โดยผลการตรวจสอบจากเครื่องมืออย่าง Hive AI และ Fauxlens ชี้ตรงกันว่าเป็นสื่อสังเคราะห์ 

ขณะเดียวกัน ข้อความที่แนบมากับคลิปก็เป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ไม่ปรากฏหลักฐานจากแหล่งข่าวที่น่-เชื่อถือมาสนับสนุน อีกทั้งยังไม่พบว่าสื่อมวลชนกระแสหลักรายงานเหตุการณ์ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด ส่วนภาพของผู้หญิงในคลิปมีลักษณะคล้ายศิลปินชื่อดังอย่างนิกกี มีนาจ แต่ก็ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว สรุปได้ว่าเนื้อหาทั้งหมดเป็นข้อมูลเท็จที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นการแชร์ในโลกออนไลน์ ผู้ใช้งานจึงควรใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบวิดีโอ AI: เมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบวิดีโอ AI เช่น the hive.ai และ fauxlens พบว่า  เป็นวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI

2.ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ พบข่าวทรัมป์พูดติดตลกในงาน White House Correspondents’ Dinner 2026 ว่า นิกกี มีนาจ เต้นทเวิร์กตอนได้ยินเสียงปืน อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่ามีสื่อหลักนำเสนอคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

ผลกระทบของข้อมูลเท็จ

  • ทำให้สาธารณะเข้าใจผิดและรับข้อมูลคลาดเคลื่อน
  • กระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบุคคลที่ถูกกล่าวถึง
  • ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารในสื่อออนไลน์โดยรวม
  • สร้างความสับสน และทำให้แยกแยะข้อมูลจริง–เท็จได้ยากขึ้น
  • เสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือชี้นำความคิดเห็นหรือสร้างความขัดแย้งในสังคม
  • สะท้อนความท้าทายของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในยุคที่ AI สร้างสื่อปลอมได้แนบเนียน
  • อาจทำให้ผู้ใช้งานแชร์ข้อมูลต่อโดยไม่ตรวจสอบ ส่งผลให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายรวดเร็ว

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ โดยพิจารณาว่าเผยแพร่จากสื่อหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือหรือไม่
  • อย่ารีบแชร์เนื้อหาที่มีข้อความกระตุ้นอารมณ์ เช่น ทำให้ตกใจ โกรธ หรือสร้างความเกลียดชัง เพราะอาจเป็นกลยุทธ์ของข้อมูลเท็จ
  • ตรวจสอบภาพและวิดีโอว่ามีการตัดต่อหรือสร้างด้วย AI หรือไม่ โดยสังเกตความผิดปกติ เช่น ภาพไม่ต่อเนื่อง รายละเอียดใบหน้า มือ หรือแสงเงาที่ผิดธรรมชาติ
  • ค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งข่าวเพื่อเปรียบเทียบและยืนยันข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ต่อ
  • หากเป็นประเด็นเกี่ยวกับบุคคลสาธารณะหรือข้อกล่าวหาร้ายแรง ควรรอข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินหรือส่งต่อ
  • หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ควรหยุดการเผยแพร่ และช่วยแจ้งเตือนผู้อื่นเพื่อป้องกันการกระจายของข้อมูลผิด
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน