Profile icon

แชร์ว่อน “อังคณา” ย้ำประหารชีวิตไม่ช่วยลดอาชญากรรม Thai PBS Verify ตรวจสอบพบเป็นข่าวเก่าปี 61 ไม่เกี่ยวกับคดีปัจจุบัน

DateClock icon19:33|สังคมและสุขภาพ
อังคณา นีละไพจิตร โดนเพจดัง ขุดข่าวเก่าปี 2561 มาสวมรอยคดีปี 69 ปลุกกระแสเกลียดชัง เจ้าตัวยืนยันไม่เคยโพสต์ค้านโทษประหารคดีฆ่ายกครัว เช็กความจริงกับ Thai PBS Verify ได้ที่นี่

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก : Facebook

โพสต์จากเพจ หมอไม่บ่น Doctor Not Aggressive

Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ของผู้ใช้บัญชี Facebook ชื่อ หมอไม่บ่น Doctor Not Aggressive หลังเผยแพร่ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

ควรเอาไปให้แกเลี้ยง

ทั้งนี้ในคลิปปรากฎภาพของ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมข้อความระบุว่า

อังคณา ย้ำชัด ประหารชีวิตไม่ช่วยลดปัญหาอาชญากรรม ควรเน้นแก้ไขที่ต้นเหตุ

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 270 ครั้ง รวมถึงแสดงความคิดเห็นอีกกว่า 90 ครั้ง

“อังคณา” โพสต์คัดค้านการประหารชีวิตจริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบด้วยคำสำคัญ เราไม่พบโพสต์ของนางอังคณา ที่เกี่ยวข้องกับคดีการจับกุม นายฑนา หรือ “ป๋อง” และนายธงชัย หรือ “ธง” สองผู้ต้องหาในคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซีย น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี และคดีฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูกฝังอำพราง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกโพสต์ในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. 69 โดยเป็นการแสดงความคิดเห็นถึงความยุติธรรมในคดีคนหาย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวระบุว่า

ความยากในการเข้าถึงความยุติธรรมในคดีคนหายคือ จนท มักคิดว่าผู้สูญหายอาจหลบหนีไปเองเพราะเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง จึงอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ส่งผลให้เกิดคดีมีความล่าช้าในการติดตามหาตัวผู้สูญหาย และผู้กระทำผิด กรณีการหายตัวของ 3 พ่อแม่ลูก ถ้าเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง และนำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กรัสเซียสองคนก็คงไม่เกิดขึ้น … กรณีนี้ ไม่ค่อยเห็นมีใครวิพากษ์วิจารณ์ หรือตำหนิตำรวจ แต่โยนความผิดมาที่นักสิทธิมนุษยชนแทน

โพสต์ล่าสุดจากเฟซบุ๊ก Angkhana Neelapaijit

จากโพสต์จะเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นของโทษประหารแต่อย่างใด

ข้อความดังกล่าวมาจากไหน ?

จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนกลับของ Google Lens เราพบว่าภาพดังกล่าวไปตรงกับข่าว “อังคณา” เชื่อ “โทษประหารชีวิต” ไม่ได้ช่วยให้ ‘อาชญากรรม’ ลดลง! ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ข่าวสด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 61 ซึ่งเป็นช่วงที่นางอังคณา ยังคงอยู่ในตำแหน่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยเป็นการกล่าวถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชายอายุ 26 ปี คดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ตรัง พฤติการณ์ก่อเหตุเป็นการใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิตรวม 24 แผล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 61

ผลการค้นหาด้วย Google Lens

“อังคณา” ยืนยันไม่ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องโทษประหารในคดีล่าสุด

เราสอบถามไปยัง นางอังคณา ซึ่งยืนยันกับ Thai PBS Verify ว่า เธอยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยข้อความที่ถูกนำมาใช้ ก็เป็นเรื่องการให้ความเห็นไปเมื่อปี 2561 ในฐานะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สิ่งที่พูดไปทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลจากรายงานของคณะกรรมการสิทธิ์ฯ ในเรื่องโทษประหารชีวิต ซึ่งในตอนนั้นคณะกรรมการสิทธิ์ฯ ก็ได้พูดถึงทางเลือกอื่นแทนการลงโทษร้ายแรง เช่น การให้จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดโทษ

“เมื่อใดก็ตามที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สังคมก็มักจะกลับมาโจมตีในลักษณะนี้เหมือนเดิม ราวกับการล่าแม่มด ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีใครตั้งคำถามเลยว่า ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปี 2569 เราแทบจะไม่ได้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการสืบสวนสอบสวน การจับกุม การยกเว้นโทษ หรือการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด แต่กลับกลายเป็นว่ามีความพยายามที่จะทำให้คนเกลียดชังและหาคนมารับผิดชอบแทนมากกว่า”

นอกจากนี้ยังระบุว่า กรณีล่าสุดที่คนในครอบครัวหายไปถึง 3 คน แต่ตำรวจกลับมองว่าที่บ้านยังเปิดไฟอยู่ หรือการที่เขามีหนี้สิน ก็คิดไปในทางที่ว่าอาจจะสมัครใจหนีไปเอง ซึ่งหากได้รับการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ตั้งแต่แรก ก็อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งที่สองขึ้น และการที่มีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเป็นสายให้ตำรวจ (นิ้ว) นั้น ก็ต้องมีการสืบสวนอย่างจริงจังว่าทำไมเขาถึงสามารถนำเครื่องแบบตำรวจมาสวมใส่เพื่อหลอกลวงผู้คนได้

อังคณา นีละไพจิตร

อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ในฐานะนักสิทธิมนุษยชน เราเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษมาโดยตลอด เพราะในกรณีที่เราไม่รู้แน่ชัดว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ หากมีการประหารชีวิตไปแล้วก็ไม่สามารถเรียกชีวิตคืนมาได้ ดังนั้น สิ่งที่คณะกรรมการสิทธิ์ฯ ชุดก่อนเรียกร้องมาโดยตลอด คือทางเลือกอื่นแทนการลงโทษที่รุนแรง เช่น การพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดโทษ ซึ่งผู้กระทำผิดก็จะไม่สามารถกลับออกมาสู่สังคมได้อีก แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่า ผู้กระทำผิดติดคุกเพียงไม่กี่ปีก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะไม่ได้ออกมาให้ความคิดเห็นถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับทั้งสองคดี เพราะคิดอยู่แล้วว่าจะต้องมีคนกลับมาโจมตีอีก ซึ่งก็เกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มมีการทำคอนเทนต์เพื่อหารายได้ ก็รู้สึกว่ามีการสร้างคอนเทนต์ในทางที่สร้างความเกลียดชังและความเข้าใจผิดให้มากขึ้น ดังนั้นหากยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ก็คงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปแจ้งความซ้ำอีกครั้ง

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

  • นางอังคณา “ไม่ได้โพสต์คัดค้านโทษประหารชีวิต” ในคดีล่าสุด: จากการตรวจสอบโพสต์ล่าสุดของ นางอังคณา นีละไพจิตร เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. 69 ไม่พบการแสดงความคิดเห็นเรื่องโทษประหารชีวิตแต่อย่างใด มีเพียงการตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรมและประสิทธิภาพของตำรวจในการติดตามคดีคนหาย (3 พ่อแม่ลูก) ที่ล่าช้าจนนำไปสู่โศกนาฏกรรมซ้ำสองกับเด็กรัสเซีย
  • ข้อความในภาพมาจาก “ข่าวเก่าปี 61”: ภาพและคำพูดที่ถูกนำมาแชร์ แท้จริงแล้วมาจากข่าวของเว็บไซต์ข่าวสด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 61 ในช่วงที่นางอังคณายังดำรงตำแหน่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งเป็นการให้ความเห็นตามรายงานวิชาการของ กสม. กรณีการประหารชีวิตนักโทษคดีฆ่าชิงทรัพย์ที่ จ.ตรัง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่ อ.บางละมุง ในปี 2569 แม้แต่น้อย
  • เจ้าตัวยืนยันถูกแอบอ้าง เตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี: นางอังคณายืนยันกับ Thai PBS Verify ว่ายังไม่ได้ออกความคิดเห็นเรื่องโทษประหารในคดีล่าสุด พร้อมชี้ว่าปัจจุบันมีการนำเรื่องราวไปสร้างคอนเทนต์หลอกลวงเพื่อหารายได้และปั่นกระแสความเกลียดชัง ซึ่งหากยังไม่หยุดพฤติกรรมล่าแม่มดดังกล่าว จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • สืบค้นโพสต์ต้นฉบับของผู้ถูกกล่าวหา (Keyword Search): ตรวจสอบบัญชีส่วนตัวและช่องทางสื่อสารของ นางอังคณา นีละไพจิตร ไม่พบโพสต์หรือแถลงการณ์ที่พูดถึงการคัดค้านโทษประหารชีวิตในคดีฆ่ายกครัวชลบุรีหรือคดีเด็กรัสเซีย พบเพียงโพสต์วันที่ 3 ส.ค. 69 ที่วิจารณ์การทำงานของตำรวจในการติดตามคดีคนหาย

  • สแกนภาพย้อนกลับด้วย Google Lens: นำภาพที่ปรากฏในเพจไปสแกนหาต้นตอ พบว่าตรงกับภาพข่าวของสำนักข่าวข่าวสด หัวข้อ “อังคณา เชื่อ โทษประหารชีวิต ไม่ได้ช่วยให้ อาชญากรรม ลดลง!” เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 61 ซึ่งเป็นบริบทการทำงานในฐานะ กสม. เมื่อ 8 ปีก่อน

  • สัมภาษณ์เปิดใจ นางอังคณา นีละไพจิตร: เจ้าตัวระบุว่า สังคมมักใช้บทบาทนักสิทธิมนุษยชนเป็น “แพะรับบาป” หรือ “ล่าแม่มด” เวลาเกิดเหตุรุนแรง แทนที่จะไปตั้งคำถามกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม พร้อมชี้แจงว่า จุดยืนของ กสม. คือการเสนอ “จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดโทษ” เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดกลับมาสร้างอันตรายในสังคมได้อีก ไม่ใช่การปล่อยตัวคนร้ายออกมาก่อเหตุซ้ำ

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • กระตุ้นความเกลียดชังและวัฒนธรรมล่าแม่มด: การนำข่าวเก่าเมื่อ 8 ปีก่อนมาสวมรอยปั่นกระแสร่วมกับคดีสะเทือนขวัญ มีเจตนาเบี่ยงเบนความโกรธแค้นของสังคมให้มาตกที่นักสิทธิมนุษยชน จนเกิดการด่าทอใช้ความรุนแรงทางวาจาเกินกว่าเหตุ
  • กลโกงการสร้างคอนเทนต์ขยะเพื่อหารายได้: เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมในยุคดิจิทัลที่ผู้สร้างคอนเทนต์จงใจใช้ข่าวปลอมและตัดต่อข้อมูลเพื่อเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ และสร้างรายได้บนความสับสนและความเศร้าสะเทือนใจของสังคม
  • เบี่ยงเบนประเด็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม: การเบนเข็มความผิดไปให้นักสิทธิมนุษยชน ทำให้สังคมละเลยการตั้งคำถามที่แท้จริงต่อประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ความล่าช้าในการสืบสวนคดีคนหาย หรือกรณีที่ผู้ก่อเหตุสามารถนำเครื่องแบบตำรวจมาสวมใส่เพื่อหลอกลวงเหยื่อได้

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • สังเกตวันที่และบริบทของรูปภาพ: เมื่อเห็นภาพอินโฟกราฟิกหรือคำสัมภาษณ์นักการเมือง/บุคคลสาธารณะที่ดูยั่วยุอารมณ์ ให้ลองนำภาพไปค้นหาย้อนกลับ (Reverse Image Search) หรือเช็กวันที่ของข่าวต้นฉบับก่อนด่วนตัดสิน

  • แยกแยะระหว่าง “การคัดค้านโทษประหาร” กับ “การปล่อยผู้กระทำผิด”: สังคมควรทำความเข้าใจว่า การเสนอทางเลือกแทนโทษประหารชีวิตในทางสิทธิมนุษยชน คือการลงโทษด้วยการ จำคุกตลอดชีวิตจริงโดยไม่มีการลดหย่อนโทษ เพื่อกักขังคนร้ายไม่ให้กลับออกมาทำร้ายสังคม ไม่ใช่การปกป้องคนผิดให้พ้นโทษ

  • หยุดแชร์และร่วมรายงานเพจปั่นกระแส: หลีกเลี่ยงการกดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์โพสต์จากเพจที่เน้นการใช้ความเกลียดชังทำคอนเทนต์เรียกร้องเอ็นเกจเมนต์ และสามารถส่งลิงก์มาให้ Thai PBS Verify ช่วยทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตัดวงจรเฟคนิวส์ในสังคมออนไลน์

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน