ตรวจสอบแล้ว : โพสต์ปลอมอ้างไทยรับแผนที่กัมพูชา 1:200,000

พบโพสต์อ้างไทยรับแผนที่กัมพูชา 1:200,000 ระบุ “จบแล้วไnย คุย JBC จบ ยึด MOU 2543 #แล้วเรื่องแผนที่คือใช้อันไหน ทหารยึดอันเก่า 1:50,000 ถ้ายึด mou 2543 คือ 1:200,000 คือไทยต้องเสียดินแดนให้งั้นรึ?” ทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจผิดและโจมตีรัฐบาลจำนวนมาก“
จากการตรวจสอบเรื่องนี้ Thai PBS Verify พบว่าเป็น “ข่าวปลอม” ที่มีลักษณะบิดเบือน เพื่อสร้างความเข้าใจผิด โดยจากการตรวจสอบพบว่า เป็นการโพสต์ก่อนที่ฝ่ายรัฐบาลจะแถลง ซึ่งทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจผิดและโจมตีรัฐบาลจำนวนมาก
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Facebook
ภาพบันทึกหน้าจอแสดงโพสต์ปลอม
ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “มาดามแหม่ม MadamQueen” โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความ “จบแล้วไnย คุย JBC จบ ยึด MOU 2543 #แล้วเรื่องแผนที่คือใช้อันไหน ทหารยึดอันเก่า 1:50,000 ถ้ายึด mou 2543 คือ 1:200,000 คือไทยต้องเสียดินแดนให้งั้นรึ?” พร้อมโพสต์ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) ครั้งที่ 6 รวมถึงภาพของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และภาพของ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้กดถูกใจกว่า 3,400 คน รวมถึงแชร์โพสต์ไปกว่า 280 ครั้ง
ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบพบว่า โพสต์ดังกล่าวถูกโพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มิ.ย. 68 เวลา 15.45 น. ซึ่ง ณ ขณะนั้น กระทรวงการต่างประเทศของไทย ยังไม่ได้มีการแถลงข่าวแต่อย่างใด
กระทรวงการต่างประเทศระบุ ไม่มีวาระประเด็นแผนที่ 1:200,000
สำหรับผลการประชุม JBC ไทย – กัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 68 เวลา 22.30 น. ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายร่วมกันหารืออย่างกว้างขวางซึ่งในประเด็นการดำเนินงานด้านเทคนิคภายใต้กรอบกลไก JBC ได้แก่ (ลิงก์บันทึก)
(1) รับรองผลการประชุมคณะอนุกรรมาธิการร่วมไทย – กัมพูชา (Joint Technical Sub-Committee (JTSC)) ครั้งที่ 4 (14 กรกฎาคม 2567) ณ เมืองเสียมราฐ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันต่อตำแหน่งที่ตั้งของหลักเขตถึง 45 หลัก และเห็นชอบให้นำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ในการจัดทำภาพถ่ายทางอากาศเพื่อความรวดเร็วในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน
(2) เห็นชอบให้มีการแก้ไขแผนแม่บทว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี 2546 (TOR 2003) เพื่อนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ในการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ
(3) เห็นชอบการส่งชุดสำรวจร่วมไปลงสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ระหว่างหลักเขตแดนที่ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันในพื้นที่ที่ใช้ลำน้ำ หรือเส้นตรงเป็นเส้นเขตแดน โดยมอบหมายให้ JTSC ไปหารือและจัดทำข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Instruction: TI) ร่วมกันต่อไป
(4) เห็นชอบให้มีการจัดทำข้อกำหนดทางเทคนิคการเดินสำรวจในพื้นที่ตอนที่ 6 (จากเขาสัตตะโสม จนถึงหลักเขตแดนที่ 1 ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ) ซึ่งเป็นประเด็นคงค้างมาตั้งแต่ปี 2554 โดยมอบหมาย JTSC จัดทำข้อกำหนดทางเทคนิคการเดินสำรวจ ไปพร้อม ๆ กับการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อเสนอต่อ JBC ต่อไป
อย่างไรก็ดี การประชุมมิได้มีการหารือในประเด็นที่กัมพูชาจะนำพื้นที่ 4 จุด เข้าสู่การพิจารณาของ ICJ และมิได้มีการหารือประเด็นแผนที่ 1:200,000 คณะกรรมการปักปันสยาม – อินโดจีน ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือในประเด็นเทคนิคในการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 2 ของการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตามแผนแม่บทฯ
ภาพบันทึกหน้าจอแสดงข่าวแถลงจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวยืนยันมีเพียงฝ่ายกัมพูชาแถลง
นายพงศธัช สุขพงษ์ ผู้ประกาศข่าวทันโลก กับ Thai PBS ซึ่งเดินทางไปรายงานข่าวการประชุมในครั้งนี้ระบุว่า การประชุมในครั้งนี้มีการลงนามในเอกสารบันทึกการประชุม ที่หมายถึงทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน และเห็นพ้องต้องกันในประเด็นใด ก็จะมีการบันทึกไว้และมีการลงนามร่วมกัน ซึ่งมีการเห็นพร้อมต้องกันใน 4 ข้อ ที่เป็นเรื่องเชิงเทคนิค ที่ได้มีการรายงานข่าวไปในเบื้องต้น แต่จะมีเพียงฝ่ายกัมพูชา ที่มีการออกแถลงการณ์ออกมาในช่วงของการประชุม ที่พูดถึงการแสดงจุดยืนของกัมพูชา ในการยื่นพื้นที่พิพาท 4 จุด ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ รวมถึงการยึดมั่นต่อ MOU 2543 ที่ไทยกับกัมพูชาเห็นชอบร่วมกัน ซึ่งได้มีการพูดถึงแผนที่ 1:200,000 ขึ้นมาในแถลงการณ์ฉบับนี้ แต่สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมไม่ได้หารือเรื่องแผนที่มาตรา 1:200,000 แต่อย่างใด และไม่ได้มีวาระนี้อยู่ในการประชุมอีกด้วย (ลิงก์บันทึก)
พงศธัช สุขพงษ์ ผู้ประกาศข่าวทันโลก กับ Thai PBS
นอกจากนี้ระบุว่า การประชุมในครั้งนี้มีการหยิบเรื่องพิพาท 4 จุดมาพูดคุยกันในการประชุมวงเล็ก ซึ่ง เอกอัครราชทูตประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย -กัมพูชา ฝ่ายไทย ที่ได้มีการแถลงข่าว ก็ได้มีการหยิบยกประเด็นพื้นที่พิพาท 4 จุดที่กัมพูชา มีการส่งเรื่องไปยังศาลโลกมาพูดคุยด้วยเช่นเดียวกัน แต่กัมพูชาระบุว่าได้รับคำสั่งมาไม่ให้พูดคุยเรื่องนี้ อีกทั้งเอกสารการประชุมก็ไม่ได้มีการระบุถึงการยอมรับแผนที่มาตรา 1:200,000 อีกด้วย
กระบวนการตรวจสอบ
ตรวจสอบวัน-เวลาการโพสต์ : พบโพสต์ถูกเผยแพร่วันที่ 14 มิ.ย. 68 เวลา 15.45 น. ก่อนที่ทางการไทยจะแถลง ทำให้เกิดการตีความคลาดเคลื่อน
ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานทางการ : กระทรวงการต่างประเทศไทย ระบุว่า ไม่มีการหารือเรื่อง “แผนที่ 1:200,000” ในวาระการประชุม JBC ครั้งนี้ และประเด็นแผนที่ปรากฏเพียงในแถลงการณ์ของฝ่ายกัมพูชา ไม่ใช่จากไทย
ยืนยันจากผู้สื่อข่าวภาคสนาม : นักข่าวจาก Thai PBS ที่เข้าร่วมทำข่าวยืนยันว่า มีเพียงฝ่ายกัมพูชาแถลงเรื่องแผนที่ และไทยไม่ได้ตกลงยอมรับ
ผลกระทบจากข่าวปลอม
1. สร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง
- ประชาชนเข้าใจผิดว่าไทยยอมเสียดินแดนให้กัมพูชา
- เกิดกระแสโจมตีรัฐบาลบนโลกออนไลน์ ทั้งแชร์ซ้ำและแสดงความคิดเห็นเชิงลบ
2.กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- ทำให้ประชาชนบางส่วนมีท่าทีไม่เป็นมิตรต่อประเทศเพื่อนบ้านจากข้อมูลที่ผิด
- บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ
- ทำให้ภาพลักษณ์ของฝ่ายไทยถูกมองว่าขาดความโปร่งใสและเสียผลประโยชน์ให้ต่างชาติ

ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
ตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
- เช่น กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ
- สังเกตลักษณะข่าวบิดเบือน
- ใช้ถ้อยคำเร่งเร้า, โพสต์ก่อนแถลงการณ์ทางการ, ขาดหลักฐานยืนยันจากแหล่งข้อมูลทางการ
อย่าแชร์ต่อทันที
- หยุดและไตร่ตรองก่อนแชร์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายแหล่งก่อน
- แจ้งแพลตฟอร์มหรือเพจตรวจสอบข่าว
- เช่น แจ้งไปยัง Facebook เพื่อช่วยสกัดกั้นการแพร่กระจายของข่าวปลอม
ให้ความรู้แก่คนใกล้ตัว
- ช่วยอธิบายหรือส่งต่อข้อมูลตรวจสอบแล้วให้คนอื่นเข้าใจข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง






