ตรวจสอบแล้ว: คลิปอ้าง Thai PBS รายงาน ไทยเตรียมกริพเพนถล่มพนมเปญ

Thai PBS Verify พบว่าเป็นข่าวปลอม ที่ทำให้เข้าใจผิด โดยมีข้อเท็จจริง คือ เหตุการณ์ความไม่สงบแนวชายแดนไทย – กัมพูชา แต่ข้อมูลเท็จ คือ รายการงานข่าวเหตุการณ์โดยอ้างอิงว่ามาจากไทยพีบีเอส
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Instagram, X และ TikTok
วันนี้ (26 ก.ค. 68) พบการแชร์คลิปวิดีโอเครื่องบิน กริพเพน (Gripen) เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศ เป็นจรวดอากาศที่นำระเบิดด้วยวิถีแสงเลเซอร์ และระเบิดร่อน พร้อมข้อความประกอบภาษาอังกฤษว่า
🚨 BREAKING: Thailand is planning to bomb Cambodia’s capital — Phnom Penh — if rocket attacks on Thai territory continue. 🇹🇭💥🇰🇭
Source: Thai PBS
ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ข่าวด่วน! ประเทศไทยเตรียมถล่มกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ที่มา : Thai PBS” โดยเผยแพร่ในหลายช่องทางทั้ง Instagram บัญชี iran_military_officiall , X อาทิบัญชี NewsDaily, AlexandruC4, Defence Index, IránIsrael และ TikTok บัญชี dream.life722 ซึ่งมียอดชมคลิปดังกล่าวหลักหมื่น อีกทั้งยังมีการแชร์และ รีโพสต์ไปกว่าหกร้อยครั้ง
ภาพบัญชี AlexandruC4 คลิปวิดีโอเครื่องบินกริพเพน กำลัง Take off จากสนามบิน
ภาพบัญชี iran_military_officiall แชร์คลิปวิดีโอเครื่องบินกริพเพน กำลัง Take off จากสนามบิน
ภาพบัญชี Defence Index แชร์คลิปวิดีโอเครื่องบินกริพเพน กำลัง Take off จากสนามบิน
Thai PBS ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีการนำเสนอข่าวรวมถึงเผยแพร่ภาพข่าวในประเด็นดังกล่าว ตามที่ถูกกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด
ตรวจสอบผ่านเครื่องมือตรวจสอบภาพ
จากการตรวจสอบภาพด้วยการนำโปรแกรม InVID-WeVerify แยกเฟรมแต่ละภาพ นำภาพที่ได้ใช้เครื่องมือ Google Lens ตรวจสอบภาพพบว่าภาพในคลิปดังกล่าวไม่มีการเผยแพร่ในสื่อของ Thai PBS
กองทัพแจงเป็นคลิปฝึกซ้อม
นอกจากนี้ ยังได้ส่งคลิปให้ทางกองทัพอากาศตรวจสอบ ได้ยืนยันว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปการฝึกซ้อมขับเครื่องบินกริพเพนที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานีเท่านั้น ไม่ได้เป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
สรุปสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (ศปก.ทภ.2) สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญ ตามที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา ประจำวันที่ 26 ก.ค. 68 ณ เวลา 16.00 น.
- สถานการณ์การสู้รบ ทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังในที่ตั้ง เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงจากเวลา 12.00 น. มากนัก
- การอพยพประชาชน ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน พื้นที่ตอนในทั้ง 4 จังหวัดอย่างต่อเนื่องปัจจุบันดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าพื้นที่รวบรวมพลเรือนแล้ว จำนวน 97,431 คน
- ผลกระทบต่อประชาชน พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายใน จ.บุรีรัมย์ จรวด BM-21 ตกในพื้นที่ 28 นัด ไม่มีรายงานการสูญเสียต่อชีวิตของประชาชน
พร้อมขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก และติดตามการแจ้งเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด และหากมีการประกาศภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบจากแหล่งข่าว : จากการสัมภาษณ์กองทัพอากาศไทย พบว่าคลิปดังกล่าว เป็นเพียงคลิปการฝึกซ้อมขับเครื่องบินที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นฝึกบินปกติเท่านั้น และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน
- ตรวจสอบจากเครื่องมือ : ใช้ภาพทำการค้นหาผ่านโปรแกรม InVID-WeVerify และ Google Lens พบว่าไม่ปรากฏภาพหรือวิดีโอดังกล่าวในสื่อของ Thai PBS
- ตรวจสอบแหล่งอ้างอิง : ตรวจสอบเนื้อหาที่เผยแพร่จากเว็บไซต์ และสื่อต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส ไม่พบการเผยแพร่เนื้อหาหรือภาพข่าวดังกล่าว ทั้งนี้ อีกหนึ่งข้อสังเกตใน การอ้างถึงแหล่งอ้างอิง ที่ควรมีการระบุลิงก์เชื่อมโยงไปยังต้นทางของต้นฉบับ เพื่อสามารถให้เปรียบเทียบได้ ซึ่งไม่พบการระบุลิงก์เชื่อมโยงดังกล่าว
ผลกระทบของข้อมูลนี้
- สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน
คลิปวิดีโออาจสร้างความเข้าใจผิดจนอาจเกิดเหตุการณ์อพยพ หรือเตรียมการหนีภัยโดยที่ไม่มีการเตรียมพร้อมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่งผลต่อสุขภาพจิตของคน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดน
- ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา
ข้อมูลเท็จอาจทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันระหว่างประชาชนหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศสร้างบรรยากาศของความหวาดระแวง หากแพร่กระจายต่อไป อาจถูกนำไปใช้โดยกลุ่มที่หวังผลทางการเมืองหรือความมั่นคง
- กระพือความขัดแย้งที่มีอยู่
ขณะนี้เกิดความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “คำประกาศสงคราม” หรือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความรุนแรงกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ทั้งจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรงข้าม
- ลดความน่าเชื่อถือของสื่อและหน่วยงานรัฐ
หากไม่ตรวจสอบและชี้แจงทันเวลา ประชาชนอาจสูญเสียความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐและสื่อเสี่ยงต่อการเกิดข่าวปลอมในประเด็นความมั่นคงที่ล่อแหลม
- เพิ่มการแชร์ต่อจำนวนมาก
การแชร์ต่อจากยอดผู้เข้าชมและรีโพสต์ ทำให้ควบคุมยาก ในการแก้ไขความเข้าใจผิด และอาจกลายเป็น “ความเชื่อ” ในบางกลุ่ม
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าแชร์ต่อทันที
แม้ว่าจะดูเป็นประเด็นที่เร่งด่วนหรือกระทบความรู้สึก อย่าแชร์ต่อหากยังไม่แน่ใจในความจริง - ตรวจสอบแหล่งที่มา
ตรวจสอบจากหน่วยงาน เช่น กองทัพ กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักข่าวมากกว่า 1 แหล่ง - สังเกตแหล่งอ้างอิงข้อมูล
การอ้างอิงข้อมูลแหล่งที่มา จะต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ลิงก์เว็บไซต์ เพื่อส่งกลับไปยังต้นทางของเนื้อหา









