โพสต์อ้าง “ไวรัสนิปาห์” โผล่ศิริราช-จันทบุรี กรมควบคุมโรคยัน ไทยยังไม่พบผู้ป่วย

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Facebook
โพสต์อ้าง “ไวรัสนิปาห์” ถึงไทยแล้ว พบเคสผู้ป่วยที่ รพ.ศิริราช 1 ราย และจันทบุรี 6 ราย
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบเพจเฟซบุ๊กชื่อ ข่าวชลบุรีวันนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 290,000 คน โพสต์ข้อความระบุว่า
ด่วน..”ไวรัสนิปาร์“…
ถึงไทยแล้ว
“ใส่แมส”…ปัองกันตัวไว้
ศิริราช 1 case จันทบุรี 6 case
โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกถึง 14,000 ครั้ง รวมถึงแชร์ข้อความดังกล่าวไปกว่า 11,000 ครั้งด้วยกัน
ไวรัสนิปาห์ ระบาดในไทยจริงหรือไม่ ?
เราตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม โดยเป็นข่าวเก่าที่เคยถูกโพสต์สร้างกระแสไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถูกนำมาโพสต์ใหม่อีกครั้ง ยืนยัน ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ในไทย แต่อย่างใด
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ยืนยัน ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ในไทย แต่อย่างใด
ไวรัสนิปาห์คืออะไร และแพร่กระจายได้อย่างไร ?
ไวรัสนิปาห์เป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยปกติจะแพร่เชื้อจากสัตว์ เช่น ค้างคาวผลไม้ ไปสู่มนุษย์ หรือผ่านทางอาหารที่ปนเปื้อน โดยโรคนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1999 ระหว่างการระบาดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในมาเลเซียและสิงคโปร์
การระบาดล่าสุดอยู่ที่ไหน ?
การระบาดของไวรัสนิปาห์ ล่าสุดเกิดขึ้นจริงในประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดย UK Health Security Agency ซึ่งเป็น หน่วยเฝ้าระวังโรคระบาดของรัฐบาลอังกฤษ และเว็บไซต์ The Economic Times ซึ่งเป็นสื่อของประเทศอินเดีย รายงานยืนยันพบการระบาดของไวรัสนิปาห์ ในรัฐเวสต์เบงกอล จำนวน 2 ราย และเมื่อวันที่ 27 มกราคม กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวของอินเดียยืนยันว่า ผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 196 ราย ได้รับการยืนยันว่า มีผลตรวจเป็นลบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Times Of India ซึ่งเป็นสื่อในประเทศอินเดีย รายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชาวอินเดียที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เมื่อเดือนธันวาคมเสียชีวิตแล้ว 1 ราย ด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต รัฐเวสต์เบงกอล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา โดยแพทย์ระบุว่า แม้ว่าเธอจะหายจากโรคติดเชื้อนิปาห์แล้ว แต่เธอก็มีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง โดยอีกรายเป็นพยาบาลชายปัจจุบันได้หายจากการติดเชื้อแล้ว
สื่อของประเทศอินเดีย รายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหญฺิงที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ล่าสุดเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา
ไวรัสนิปาห์มียารักษาหรือไม่ ?
ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ ระบุว่า สำหรับยารักษานั้นปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในระยะที่ 2 จาก 3 ระยะ ซึ่งหากเกิดการระบาดอย่างหนัก ก็สามารถที่จะผลิตวัคซีนออกมาอย่างเร่งด่วนได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยจะเป็นลักษณะของ mRNA เช่นเดียวกับโควิด-19 ซึ่งการทดสอบปัจจุบันนั้นมีการทดสอบกับคนมาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้มีการทดสอบกับคนจำนวนมาก เนื่องจากการระบาดยังไม่ได้เป็นการระบาดในวงกว้าง โดยที่ผ่านมาพบการระบาดเพียง 2-3 คน และการระบาดก็ได้หยุดไป ทำให้การพัฒนาวัคซีน จึงไม่ได้มีความเร่งรีบมากนัก
ส่วนการตรวจหาว่าเชื้อไวรัสนั้น ปัจจุบันสามารถตรวจได้ด้วยวิธีตรวจสารคัดหลั่ง เช่น วิธี PCR ควบคู่กับการเจาะเลือด เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าการตรวจด้วยวิธี PCR อย่างเดียวบางเคสไม่พบเชื้อ แต่กลับไปพบเชื้ออยู่ในแอนติบอดีในเลือดของผู้ป่วยแทน
ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการโดย Thai PBS Verify พบข้อเท็จจริงดังนี้:
-
ไทยยังปลอดเชื้อ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันชัดเจนว่า ข้อความที่ระบุว่ามีผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ที่ศิริราช 1 ราย และจันทบุรี 6 รายนั้นเป็น “ข่าวปลอม” และประเทศไทย “ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์แต่อย่างใด” ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวเก่าที่เคยถูกนำมาสร้างกระแสและถูกนำมาโพสต์ซ้ำ
-
สถานการณ์จริงอยู่ที่อินเดีย: การระบาดของไวรัสนิปาห์ล่าสุดเกิดขึ้นที่รัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย โดยเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 สื่ออินเดียรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ติดเชื้อเมื่อเดือนธันวาคม เสียชีวิต 1 รายจากภาวะแทรกซ้อน (หัวใจหยุดเต้น) หลังจากหายจากโรคแล้ว ส่วนผู้ป่วยอีกรายที่เป็นพยาบาลชายหายดีแล้ว
กระบวนการตรวจสอบ
-
ตรวจจับแหล่งที่มา: พบต้นตอข่าวปลอมมาจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ข่าวชลบุรีวันนี้” (ผู้ติดตามกว่า 290,000 คน) ที่โพสต์ข้อความแจ้งเตือนแบบเร่งด่วน สร้างความเข้าใจผิดว่าเชื้อเข้าไทยแล้ว
-
ยืนยันกับหน่วยงานหลัก: ทีมงานสอบถามโดยตรงไปยัง “กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการเฝ้าระวังโรคระบาด เพื่อยืนยันสถานะผู้ป่วยในประเทศไทย
- ตรวจสอบกับสำนักข่าวต่างประเทศ: ตรวจสอบกับสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อจากประเทศอินเดีย พบเพียงรายงานการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ 1 ราย และยังไม่พบการติดเชื้อเพิ่มเติมจากการระบาดครั้งล่าสุดแต่อย่างใด
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
การแพร่กระจายของข่าวปลอมนี้ส่งผลกระทบดังนี้:
-
สร้างความตื่นตระหนกในสังคม: การใช้คำว่า “ด่วน” “ถึงไทยแล้ว” และอ้างชื่อโรงพยาบาล/จังหวัด ทำให้ประชาชนหวาดกลัวการระบาด ทั้งที่ไม่มีมูลความจริง
-
ความเข้าใจผิดด้านสุขภาพ: ทำให้คนเข้าใจผิดว่าสถานการณ์รุนแรงจนต้อง “ใส่แมส” เพื่อป้องกันนิปาห์เป็นการเฉพาะ ทั้งที่โรคนี้ไม่ได้แพร่ระบาดง่ายเหมือนโควิด-19 ในปัจจุบัน
-
กระทบความเชื่อมั่น: สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลศิริราช และจังหวัดจันทบุรี ที่ถูกอ้างอิงในข้อมูลเท็จ
ความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับข้อมูลเท็จนี้
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
เมื่อพบเห็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการระบาดของโรค ควรปฏิบัติดังนี้:
-
ตั้งสติ อย่าเพิ่งเชื่อคำว่า “ด่วน”: ข่าวปลอมมักใช้คำกระตุ้นอารมณ์ให้ตื่นกลัว เพื่อให้รีบแชร์
-
เช็กแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ: อย่าเชื่อเพียงเพราะเป็นเพจดัง ให้ตรวจสอบข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
-
เข้าใจธรรมชาติของโรค: ไวรัสนิปาห์ไม่ได้ติดต่อกันง่ายเหมือนไข้หวัดใหญ่ การวินิจฉัยต้องใช้ทั้งวิธี PCR และตรวจเลือดควบคู่กัน
-
หยุดส่งต่อ: หากไม่มั่นใจในความถูกต้อง ห้ามแชร์ต่อเด็ดขาด เพื่อตัดวงจรข่าวปลอม








