Profile icon

ตรวจสอบแล้ว: ภาพ “อนุทิน” ถ่ายรูปคู่ “เบน สมิธ” พบสร้างจาก AI

ข่าวปลอมDateClock icon13:40|การเมืองViews0
ตรวจสอบแล้ว ภาพ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นั่งรับประทานอาหารคู่กับ "เบน สมิธ" นักธุรกิจที่ถูกโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ Thai PBS Verify ใช้เครื่องมือตรวจสอบผลยืนยัน "เป็นภาพ AI"

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงโพสต์จากเพจ CSI LA เผยแพร่ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร่วมกับนายเบน สมิธ

Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ของเพจเฟซบุ๊กชื่อ CSI LA หลังโพสต์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับภาพของ นายเบน สมิธ (หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์) นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ที่มีกระแสข่าวว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ พร้อมระบุข้อความว่า

เบน ทุกอย่างให้เธอแล้ว อะไรก็เบน เบนไปทุกที่ รู้จักทุกคน เบนอยู่คู่การเมืองไทยมามากกว่า 20 ปี

โดยโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 50,000 ครั้ง รวมถึงแชร์โพสต์ไปกว่า 4,600 ครั้งอีกด้วย

ภาพ AI จริงหรือไม่ ?

เรานำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI ของ Google Lens ที่จะค้นหา SynthID ของภาพว่าเป็นภาพที่ถูกสร้างจาก AI หรือไม่ พบว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ของ Google

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงผลการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบรายละเอียดภาพว่าสร้างจาก Google AI

ลายน้ำดิจิทัล SynthID คืออะไร ?

SynthID คือลายน้ำที่ถูกฝังไว้ในภาพเมื่อมีการสร้างหรือแก้ไขภาพด้วย AI ของ Google ซึ่งแม้ว่าภาพจะถูกตัดต่อหลังจากนั้น แต่สำหรับข้อมูลรูปภาพ SynthID ที่ใช้เครือข่ายประสาทเทียมสองเครือข่าย เครือข่ายแรกจะปรับเปลี่ยนค่าสีแต่ละค่า (ค่าพิกเซล) ในภาพอย่างละเอียดอ่อนมาก จนตาของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ถึงความแตกต่างได้ เพื่อให้สามารถทำการตรวจสอบได้ว่าภาพนั้นถูกสร้างจาก AI ของ Google หรือไม่ โดยปกติจะมีรูปดาวแบบ 4 แฉก (Sparkle) เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าฟีเจอร์นั้นทำงานด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ว่าจะเป็นการเขียนข้อความ, การแต่งรูปภาพ หรือการสรุปข้อมูล

คำชี้แจงจาก “นายอนุทิน” ว่าอย่างไร ?

เราพบคำชี้แจงของ นายอนุทิน จากการรายงานข่าวของ Thai PBS ในวันที่ 7 ก.พ. 69 โดย นายอนุทิน ได้ออกมาแถลงข่าวกรณีที่มีการปล่อยภาพนั่งรับประทานอาหารคู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียงโดยระบุว่า

ภาพดังกล่าวเป็นภาพเอไอ

พร้อมให้เหตุผลว่า

ใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็น รมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรก ตามรูปมีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมณ์อะไร และผู้หญิงคนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้า แม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้

ต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

คลิปคำชี้แจงจากนายอนุทิน

เบน สมิธ คือใคร ?

เบน สมิธ (Ben Smith) หรือชื่อจริงคือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชาวแอฟริกาใต้ที่มีสายสัมพันธ์กว้างขวางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเขากลายเป็นที่รู้จักในประเทศไทย จากการถูกนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน อภิปรายในสภาฯ พาดพิงว่า เป็นตัวละครสำคัญที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนสีเทา โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2568 สำนักงาน ปปง. (AMLO) ได้อายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากเครือข่ายที่ระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับ ยิม เลียก และเบน สมิธ

สำนักงาน ปปง. (AMLO) ได้อายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากเครือข่ายที่ระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับ ยิม เลียก และเบน สมิธ

ขณะที่ เบน สมิธ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่าไม่เคยกระทำความผิดทางอาญา และได้มอบหมายให้ทนายความฟ้องร้องหมิ่นประมาท นายรังสิมันต์ โรม เพื่อเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ซึ่งศาลอาญาได้รับฟ้องแล้ว

อย่างไก็ตามสำหรับ นายอนุทิน เคยปรากฏภาพถ่ายร่วมเฟรมกับ เบน สมิธ มาแล้วเช่นกัน แต่นายอนุทินชี้แจงว่า เป็นเพียงการพบปะในงานสังคมตามปกติในลักษณะของ “เพื่อนของเพื่อน” ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือธุรกิจ และเขายังเคยปฏิเสธการขอสัญชาติไทยของ เบน สมิธ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย อีกด้วย

ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีภาพของ นายเบน สมิธ ปรากฏอยู่ร่วมกันภายในภาพ ซึ่งภายหลังนายอนุทิน ระบุว่าเป็นเพียง เพื่อนของเพื่อน

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

ภาพที่แชร์กันคือ “ภาพปลอม” (AI-Generated)

ภาพที่เพจ CSI LA และโซเชียลมีเดียแชร์กันอยู่นั้น ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง แต่เป็นภาพที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีหลักฐานยืนยันคือ:

  • ตรวจพบลายน้ำ SynthID: เครื่องมือตรวจสอบพบร่องรอยลายน้ำดิจิทัลของ Google ที่ฝังอยู่ในพิกเซลภาพ ซึ่งใช้ยืนยันว่าภาพนี้ถูกสร้างจาก AI ของ Google

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

การตรวจสอบด้วยเทคโนโลยี (Technical Verification)

ใช้เครื่องมือ Reverse Image Search (Google Lens) เพื่อหาที่มาดั้งเดิม

  • ตรวจสอบ Digital Watermark หรือ SynthID เพื่อยืนยันว่าภาพถูกสร้างโดย AI หรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้พบว่า ภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ของ Google

การตรวจสอบด้วยตรรกะและหลักฐานทางกายภาพ (Physical & Logical Check)

  • วิเคราะห์จุดผิดสังเกตในภาพ: Timestamp ภาพระบุปี 2005 (พ.ศ. 2548) แต่รูปลักษณ์หน้าตาของนายอนุทินในภาพดูไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาดังกล่าว (ดูแก่กว่าความเป็นจริง)

  • องค์ประกอบศิลป์: บุคคลล้อมรอบและสุภาพสตรีที่นั่งข้าง ๆ ไม่มีตัวตนจริง หรือนายอนุทินไม่รู้จักแม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของภาพที่ AI เจนเนอเรตขึ้นมา

ผลกระทบของข้อมูลเท็จเหล่านี้

  • ต่อผู้ลงคะแนน (Voters): ก่อให้เกิดความสับสนและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ผิด (Misinformed) โดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนเข้าคูหา

  • ต่อกระบวนการประชาธิปไตย: บิดเบือนการแข่งขันที่ควรสู้กันด้วยนโยบาย ให้กลายเป็นการสู้ด้วยการทำลายชื่อเสียง ลดทอนความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง

  • ต่อความสงบสุขในสังคม: ข้อมูลที่ปนเปื้อนอารมณ์ความเกลียดชัง จะยิ่งขยายความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนให้รุนแรงขึ้น แม้การเลือกตั้งจะจบลงแล้วแต่ความขัดแย้งยังคงอยู่

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • “เอ๊ะ” ก่อน “แชร์”: หากภาพหรือข่าวมีเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ หรือทำลายชื่อเสียงใครอย่างรุนแรง ให้ทำการตรวจสอบก่อนเสมอ

  • มองหาช่องทาง “Official”: ตรวจสอบข่าวสารผ่านสื่อที่น่าเชื่อถือ หรือ ข่าวที่ได้รับการตรวจสอบ Fact-check โดยเฉพาะ

  • อย่าเป็น “มือส่งต่อ” ความเกลียดชัง: หากยังไม่ชัวร์ 100% “หยุดแชร์” ทันที การไม่แชร์คือการตัดวงจรข่าวปลอมที่ได้ผลที่สุด

  • แจ้งเบาะแส: หากพบเห็นข้อมูลที่เข้าข่ายทุจริตหรือบิดเบือนส่งมาให้เราช่วยเช็กกับ ThaiPBSVerify ได้ที่
    • Website : www.thaipbs.or.th/Verify
    • Facebook : www.facebook.com/thaipbsverify
    • IG : www.instagram.com/ThaiPBSVerify
    • TikTok : www.tiktok.com/@ThaiPBSVerify
    • LINE : www.thaipbs.or.th/LINEVerify
    • Threads : www.threads.com/@thaipbsverify

***หมายเหตุ***

กระบวนการตรวจสอบที่ Thai PBS Verify ใช้ทำการตรวจสอบนั้น เป็นการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า AI-generated Content & Deepfake Detection Tools ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ทีมงานจะทำการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในลำดับถัดไปอีกครั้ง

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน