Interview“ด้านกลับของการ ‘ปลุกกระแสชาตินิยม’ คือ รัฐที่อ่อนแอ ขี้ขลาด หวาดกลัว ไร้ศักยภาพในการจะดูแลประชาชนถึงหยิบวาทกรรมอันนี้มาใช้ ในไทย เมียนมา กัมพูชาและอีกหลายประเทศใช้ได้ เพราะที่ผ่านมารัฐไม่สามารถจะตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในระดับที่ประชาชนพอใจได้เลย”
ผศ.ดร. พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
จากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทำให้คนชายแดนเกือบ 300,000 คน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นฐานในประเทศของตัวเองในศูนย์อพยพ ในสภาวะวิกฤตแบบนี้รัฐที่ดีต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ซ้ำเติมประชาชน? จากรอบแรกจนถึงรอบนี้คนจำนวนมากเดือดร้อนแต่ไร้การเยียวยา ประชาชนจำนวนมากสูญเสียชีวิตที่สงบสุข ไม่สามารถทำไร่ทำนาสูญเสียอาชีพ ต้องปล่อยวัว-ควายไว้ในสนามรบ จำนวนไม่น้อยอยู่ในสถานะเสมือนล้มละลาย
ขบคิดไปด้วยกันกับบทสัมภาษณ์ของผศ.ดร. พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ ที่ทำงานเรื่องความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน มองทางออกให้ประเทศไทยไปต่อได้โดยที่ประชาชนบอบช้ำน้อยที่สุด
เพราะ…รัฐที่รักประชาชน ไม่เติมเชื้อไฟความขัดแย้ง
เพราะ…’การเยียวยาดีเลย์’ คือการละเมิดสิทธิ์ซ้ำ
“แทนที่จะรบกัน คุยกัน เชื่อเถอะค่ะในโลกใบนี้ไม่มีสนามรบไหน ที่ไม่จบลงด้วยการพูดคุยเจรจาและหาทางออกร่วมกัน งานวิจัยมีทั่วโลก…เรานำเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้เรามานำเรื่องสันติภาพดีไหม?”

นักข่าวที่ใส่ใจบทสนทนาของผู้คนระหว่างทาง และออกเดินทางตามป้ายบอกทาง 'ความเป็นมนุษย์'
น้ำมันแพง แพงเพราะอะไร




