
“ลูกรัก แม่เป็นคนแปลกหน้า เป็นคนนอกในบ้านของตัวเอง”
ลลนา หรือ ‘ลัล’ แม่ของลดา ภรรยาของณัฐ อ่านเพียงเท่านี้ ลลนาคือใครก็ตามที่ถูกระบุไว้ในใบเกิดว่าเป็นเพศหญิง ลลนาบอกเล่าชีวิตการเป็นลูกสาวที่แบกความหวังให้เป็นหมอของครอบครัวไว้ แต่มันพังทลายลงทันทีที่ใบลาออกถูกยื่นในชั้นปีที่ห้าของการเรียนแพทย์ พร้อมกับสายสัมพันธ์พ่อลูกที่ขาดสะบั้นลง ลลนาเลือกเป็นสิ่งที่เธอรัก ทำงานบาร์เทนเดอร์ที่พอเลี้ยงชีพได้ แม้จะไม่สามารถหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกให้กลับมาเหมือนเคย

บ้านที่เคยร้องขอสิ่งใดก็ได้สำหรับลลนา ประตูรั้วของบ้านกลับปิดลง ไม่เชื้อเชิญให้เข้าไปอย่างที่ใจคิด
‘ฉันแต่งงานกับณัฐ หลังแม่เสียไปได้หนึ่งปี’ นั่นคือคำอธิบายสำหรับชีวิตสมรสของลลนา
ลลนาเป็นคนเอ่ยปากขอณัฐแต่งงาน โล่งใจที่ณัฐไม่ถามถึงเหตุผล เพราะความรู้สึกเคว้งหลังสูญเสียแม่ นั่นคือการสูญเสียบ้านหลังเดียวที่มี ความรู้สึกที่ยิ่งกว่าคนไร้บ้านของลลนา ตอกย้ำให้ยืนเกาะรั้ว กดออดขอเข้าไปในบ้านหลังใหม่
ลลนากำลังหาบ้านใหม่ ณัฐเป็นบ้านหลังไม่ใหญ่มาก แต่คงน่าอยู่
ชีวิตครอบครัว ลลนาเป็นแม่ และเป็นผู้ชายคนหนึ่ง
คำโปรยปรากฏด้านหลังปกหนังสือ ‘อันกามการุณย์’

ลลนาก้าวเท้าเดินไปหาสามีที่นอนอยู่บนเตียง ‘ณัฐ ลัลว่าลัลเป็นผู้ชาย’
ลลนากล่าวนิ่งเรียบ ใบหน้าสับสนปรากฏกับผู้เป็นสามี มั่นใจหรือ? คือคำถามที่ลลนาได้รับกลับมา
ไม่มีการพูดถึงเรื่องแปลงเพศ ไม่มีคำว่ายอมรับ มีเพียงคำว่าเรายังไม่พร้อม การหย่าร้างไม่ได้เกิดขึ้นในวันนั้น แต่ปะทุขึ้นมาตามรอยร้าวที่ค่อย ๆ ปริแยกในความสัมพันธ์
ฝนไม่ปราณี ชุ่มฉ่ำไปทั่วฟ้าและเรือนร่างของลลนา ชายคาตึกหลังหนึ่งกลางถนนทรงวาดไม่ได้ทำให้อบอุ่น ได้เทียบเท่ากับมือที่ยื่นมาโอบรับลลนา เขาคือชายผู้โอบรับลลนาด้วยความการุณย์ ปราศจากคำถามแม้ลลนาคือคนแปลกหน้าที่มาเยือน เขาคนนั้นกลับเปิดประตูรับลลนาในยามค่ำคืนอยู่ร่ำไป จากเพียงที่พักพิงในวันเจอพายุ คูหาตึกทรงวาดกลับเป็นที่ลลนามาเยี่ยมเยียนชายผู้การุณย์อยู่บ่อยครั้ง
ศีลธรรมที่ใครยึดถือ ไร้ความหมายเมื่อความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากขึ้น ก้าวล่วงไปถึงความรู้สึกผิดต่อลูกและสามีที่นอนคอยอยู่บนเตียงที่บ้าน

ความสัมพันธ์ที่สลักรอยอันถาวรทิ้งไว้ หาใช่ประตูกระจกที่คอยเปิดต้อนรับลลนา แต่คือชายผู้ที่ลลนาตกหลุมรัก ผู้ที่ทำให้ลลนาสามารถเป็นตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ เขาการุณย์เหมือนชื่อ ลลนาไม่รู้จะทิ้งเขาได้อย่างไร และจะรักเขาอย่างเต็มหัวใจได้อย่างไร เมื่อเขาเดินไปตามสิ่งที่เขารัก รักมากกว่าตึกคูหาทรงวาด ตึกที่เคยเป็นของเขา ที่วันนี้เป็นเพียงโกดังเก็บของ ที่ลลนาทำได้เพียงมองจากภายนอก ไม่หลงเหลือว่าเป็นที่ที่เคยอยากกลับมาอีกแล้ว
ครั้งสุดท้าย ทั้งสองต่างจำกันได้ ลลนาจำเบอร์ของเขาได้ จำเสียงลมหายใจที่คุ้นเคยจากปลายสายได้ ต่างจำได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
“ความเป็นอื่นช่างเกิดขึ้นได้ง่ายเสียจริง”
เป็นเรื่องดีที่สายใยแม่ลูกไม่ได้ผุพัง หรือถูกริบคืนไปง่ายดายราวกับสิ่งของที่มีวันแตกสลาย
“ความเป็นแม่คือสิ่งสากล แม่เพิ่งได้มารู้ในวันที่เป็นแม่ของลูก ไม่ว่าจะเห็นเด็กที่ไหน คนไหน แม่จะนึกถึงลูกเสมอ”
“เวลานี้ที่แม่เปลี่ยวเหงา แม่โดดเดี่ยว แม่ไม่ใช่ลูกของใคร ไม่ได้ให้กำเนิดใคร ไม่อาจแต่งงานหรือร่วมรักกับใคร ด้วยเหตุนี้ แม่ถึงได้เฝ้าแต่นึกถึงลูก สายใยจากลูกทำให้แม่มีตัวตน”

ลลนาไม่เคยตั้งคำถามกับการเป็นแม่ พอ ๆ กับที่ไม่เคยตั้งคำถามกับความเป็นชายของตนเอง ความเป็นลูก เป็นภรรยา เป็นคนรัก อาจไม่หลงเหลือให้ลลนามีตัวตน แต่ความเป็นแม่คือสิ่งที่ลลนานึกคิดก่อนสิ่งอื่นใด ลลนาพยายามจะนึกถึงลูกก่อนเสมอ แม้ในวันที่เป็นอื่นจากสถานที่ที่ไป จากคนที่พบเจอ แม้ในวันที่ลลนาเป็นผู้ชาย ลลนาก็คือแม่ของลูกสาวอันเป็นที่รัก
ความเป็นแม่ และเป็นอื่นของลลนา ที่หลายบทบาทในชีวิตดูจะสวมใส่ได้ไม่พอดี ผกผันไปกับสิ่งที่ลลนาต้องการจะเป็น แต่ทางกลับกัน ลลนาไม่ได้ตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งที่เกิดขึ้น แต่เลือกที่จะเป็นและสูญเสียบางสิ่งไป อาจมีบางจังหวะที่นึกคิดว่าหากไม่เลือกเป็นสิ่งที่ใจต้องการ หากพ่อ สามี ยอมรับในสิ่งที่ลลนาเป็น หลายความสัมพันธ์ที่ยึดโยงกับตัวตนของลลนา จะยังคงเดิมหรือไม่
หากมองผ่านเปลือกนอกเข้าไปยังตัวตนของลลนา ลลนาคือคนหนึ่งคน คนหนึ่งคนที่ใช้ชีวิตภายใต้ความเป็นเพศหญิง ไม่ต่างกับใครอีกหลายคนที่ถูกผูกตัวตนไว้กับเพศ ผูกไว้อย่างแยกขาดจากกันไม่ได้ แม้จะพยายามทลาย ‘ความเป็นอื่น’ ด้วยความเป็นชายและเป็นแม่ เป็นภรรยาที่มีความสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง แต่นั่นยิ่งกลับทำให้ลลนาไม่เหลือตัวตนใดให้ยึดเหนี่ยว

ชีวิตของลลนา ชวนตั้งคำถามถึงตัวตนที่เป็นอิสระจากเรื่องเพศ เลือกในสิ่งที่เป็นตนเอง แม้สิ่งที่เลือกจะถูกคำถามจากใครอื่น แม้มีบางวันที่รู้สึกไม่พอดีกับร่างกายที่หุ้มห่อความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายในไว้
แม้จะไม่ได้เรียกตนเองว่า ‘เควียร์’ แต่การตัดสินใจนอกเหนือกรอบบรรทัดฐานทางเพศที่ถูกกำหนดไว้ ปรากฏขึ้นในเรื่องราวของลลนา และการุณย์อย่างเด่นชัด ตึกคูหาบนถนนทรงวาดและการุณย์ คือสิ่งที่ลลนาได้พบในวันที่กำลังตามหาการยอมรับในตัวเองจากโลกภายนอก และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ลลนามีตัวตน
การุณย์เป็นนางโชว์ เป็นอีกความสัมพันธ์ที่หลบซ่อนไว้สำหรับลลนา ในวันที่ลลนากำลังตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้ชาย การุณย์เล่าว่าเขายังมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คนที่ทำให้เขาได้อยู่ที่ตึกบนถนนทรงวาดที่เขารัก
และวันหนึ่งการุณย์คงได้พบสิ่งที่เขารักมากกว่าตึกหลังนี้ เขาเคยบอกลลนาไว้อย่างนั้น ถ้าเขาเจอสิ่งที่รักมากกว่า เขาจะย้ายออกไป และสิ่งที่เขารักไม่ใช่ลลนา การุณย์เดินจากไปในวันที่ลลนาได้กลับมาทบทวนถึงตัวตนของตนเอง ได้กลับมาหนักแน่นในความเป็นแม่ ที่เธอเชื่อมั่นมาเสมอ การเป็นผู้ให้กำเนิดลูกสาว จะไม่เลือนหายไปแม้ในวันที่ตัดสินใจจะเป็นผู้ชาย

อันกามการุณย์ไม่ใช่หนังสือที่บอกให้เลือกยอมรับในตัวตนที่แตกต่างของใครต่อใคร แต่หยิบยื่นให้เห็นในมุมที่เราอาจต้องเผชิญความเป็นอื่น ที่อยู่เหนือไปกว่าความเป็นเพศเสียอีก นั่นคือการท้าทายระบบสองเพศในสังคม ด้วยความตรงไปตรงมาของตัวละคร ที่ถูกถ่ายทอดมาจากประสบการณ์และอุปสรรคของผู้ข้ามเพศ ที่ได้แลกเปลี่ยนในชุมชนออนไลน์ FTM Thailand ความรู้สึกที่สื่อผ่านวรรณกรรมจึงไม่ได้ใช้สัญญะ หรือการตีความหมายที่สลับซับซ้อน
ความเปล่าเปลี่ยวของลลนาที่ดำเนินไปตลอดหลายฉาก รวมไปถึงการตัดสินใจที่อยู่ระหว่างเส้นของความถูกผิด แม้ใครหลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลลนา หรือมองสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องผิด ลลนาไม่ได้แก้ต่างให้กับสิ่งเหล่านั้น แต่กลับทำให้เห็นความลึกซึ้งที่อยู่ภายในตัวตนของใครต่อใคร มองเห็นความลื่นไหลของเพศที่ไปไกลเกินกว่าขนบของสังคม ที่มิติทางเพศมีหลากหลาย และหลายครั้งก็แยกขาดออกจากเนื้อตัวภายนอกที่มองเห็น

Playread : อันกามการุณย์ (Non fa niente)
ผู้เขียน : ลาดิด (LADYS)
สำนักพิมพ์ : ลาดิดและมูนสเคป (Ladys & Moonscape)
PlayRead : คอลัมน์รีวิวหนังสือประจำ Decode.plus เมื่อกองบรรณาธิการขอ add หนังสือ (ที่อยากอ่าน) ไว้ในเพลย์ลิสต์ พบกับหนังสือหลากหลายสไตล์ หลากหลายวิธีการเล่าเรื่องที่เชื่อมร้อยกับชีวิตและสังคม แวะมาหาอ่านกันได้ทุกเย็นวันพฤหัสบดี

มนุษย์ตัวเล็กคนหนึ่งในสังคมที่เป็นทาสแมว สนใจทุกเรื่องราวรอบตัว มีท้องฟ้าที่สดใสเป็นรางวัลของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
