“วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

การเมือง
12:49
จำนวนผู้ชม 487
“วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย
Botnoi Voice
“วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs GEd ทำลายราคาสินค้าเกษตร ทำประเทศ-เกษตรกรไทย สูญรายได้มหาศาล เตรียมยื่นร้อง ป.ป.ช.-ศาลจังหวัด-ศาลปกครอง-ศาล รธน.ฟันเอาผิด

วันที่ 29 ก.ย.2568 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า 15 ปีที่ผ่านมา เงินที่ควรจะอยู่ในกระเป๋าของเกษตรกรไทย กลับถูกสูบออกไปเหมือนเราถูกใช้เป็นตู้เอทีเอ็มของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ หรือทุนใหญ่ในประเทศปีละกว่า 60,000 ล้านบาท นี่ไม่ใช่ตัวเลขเล่นๆ แต่มันคือเลือดเนื้อ น้ำพักน้ำแรง และอนาคตของลูกหลานคนไทย ที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อในชื่อสวยหรูว่า “การพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรม”

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

โดยทั้งหมดนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2553 พรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เข้าร่วมรัฐบาล และได้ส่งนายศุภชัย โพธิ์สุ ไปเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเป็นคนเซ็นประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10/2553 ซึ่งปรากฏว่า ขัดต่อ พ.ร.บ.กักพืชปี 2507 ที่เป็นกฎหมายแม่อย่างชัดเจน เพราะว่า พ.ร.บ.กักพืช ห้ามนำเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรมเข้ามาภายในประเทศไทย อนุญาตให้นำเข้ามาได้ เฉพาะเพื่อการวิจัยและการทดลองเท่านั้น

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า แต่ปรากฏว่า ประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่นายศุภชัยเซ็นนั้น อนุญาตให้นำพืชตัดต่อพันธุกรรม ให้นำเข้าไปใช้ในอุตสาหกรรมได้ จึงเป็นการเปิดประตูผิดกฎหมาย และนี่คือจุดเริ่มต้นของความหายนะของเกษตรกรไทย ที่ทำให้เงินทุนไทยและเงินของเกษตรกรไทยรั่วไหลเกินกว่า 900,000 ล้านบาทใน 15 ปีที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

วันนี้กระบอกสูบที่แข็งแรง อันที่ 2 ถูกยื่นออกมาสูบเลือดสูบเนื้อของพี่น้องเกษตรกรไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นพืชตัดต่อพันธุกรรมที่ชื่อ Genome Edited โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เซ็นประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 11 ก.ค.2567 เรื่องการรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร ซึ่งก็คือ พันธุกรรมที่ขัดต่อกฎหมายคือ พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 อย่างชัดเจน

พูดให้ชัดๆ คือ ข้าวโพดประเทศไทยมีความต้องการใช้ปีละ 9 ล้านตัน แต่พี่น้องเกษตรกร ผลิตได้เพียง 5 ล้านตัน จริง ๆ แล้วราคาจะต้องขึ้นไปสูงกว่านี้เพราะขาดแคลน แต่มีการนำเข้าพืช GMOs พืชอุตสาหกรรม อีกประมาณปีละ 2.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท นอกจากนั้นถั่วเหลืองประเทศไทยมีความต้องการใช้ปีละ 2 ล้านตัน แต่เกษตรกรผลิตได้เพียง 110,000 ตันจึงมีการนำเข้าพืช GMOs อีกประมาณ 1.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท
ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

นอกจากนั้นยังมีการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นอื่นอีกประมาณ 15,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังเสียค่าลิขสิทธิ์เมล็ดพันธุ์อีกกว่า 5000 ล้านบาท รวมแล้วมากกว่า 60,00-70,000 ล้านบาทต่อปี

นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า เงินเหล่านี้ถูกดูดออกจากกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกรไทย เหมือนเปิดเครื่องสูบพญานาคขนาดยักษ์ ให้ต่างชาติมาสูบกินเลือดเนื้อเกษตรกรคนไทย แล้วผลลัพธ์คืออะไร ราคาข้าวโพดไทย ตกต่ำเหลือเพียง 7-8 บาท ทั้งที่ขาดแคลน ควรจะขายได้ไม่ต่ำกว่า 15 บาท

มันสำปะหลังไทยราคาตกขายไม่ออก ถั่วเหลืองถูกกดราคา แม้แต่ข้าวก็ยังตกต่ำ เพราะนายทุนนำเข้าพืช GMOs มาทดแทนพืชกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ทำให้พี่น้องเกษตรกร ขาดทุนขายสินค้าเกษตรไม่ได้ราคา หนี้สินพุ่งไม่หยุด 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียแล้วเกินกว่า 900,000 ล้านบาท
ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

เราจะไม่ลืมว่า ใครเปิดประตูนำเข้าพืช GMOs ในปี 2553 ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง และใครกำลังจะเปิดประตูเพื่อตัดต่อพันธุกรรมที่ชื่อ Genome Edited ในวันนี้ ควรหยุดการสูบเลือดสูบเนื้อเกษตรกรไทย นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางกฎหมาย แต่มันคือสงครามเพื่อเอาชีวิตรอดของประเทศ และเป็นการทวงคืนอนาคตของเกษตรกรไทย ประเทศไทยไม่ใช่ห้องทดลองของบริษัทข้ามชาติ และเกษตรกรไทย ไม่ได้เป็นหนูทดลองให้ใครหลอกขายพืชตัดต่อพันธุกรรมอีก

หากรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีความห่วงใยเกษตรกรจริง อย่างที่ปากพูด ต้องยกเลิกประกาศอัปยศเหล่านี้ทันที มิเช่นนั้นท่านอย่าคาดหวังเลยว่า เกษตรกรไทยมากกว่า 30 ล้านคน จะไว้วางใจ ให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี และให้ท่านทำนโยบายที่สูบเลือดสูบเนื้อ ดูดกินถึงกระดูก พี่น้องเกษตรกรไทยอีกต่อไป
ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

อย่างไรก็ตาม นายวรวัจน์จะยื่นร้อง 1.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยด่วน ซึ่งหากพบการกระทำผิด ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณา และเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความผิดจริยธรรมร้ายแรง และดำเนินการถอดถอนผู้ถูกร้องจากตำแหน่ง พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง รวมถึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2553

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

2.ฟ้องศาลจังหวัด เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ (ทั้งรายบุคคลและในรูปแบบกลุ่ม) ให้ศาลพิจารณาสั่งให้รัฐหยุดการดำเนินนโยบายหรือประกาศที่ก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน , ห้ามนำเข้า GMO และ GEd โดยมิชอบ

3.ร้องศาลปกครอง ให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2553 และให้จำเลยชดเชยค่าเสียหายแก่โจทย์พร้อมดอกเบี้ย รวมถึงมีคำสั่งคุ้มครองห้ามจำเลยนำเข้าพืช GMO และ GEd อีกต่อไป

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

4.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกร้องว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีมูล ให้มีคำสั่งถอดถอนผู้ถูกร้องจากตำแหน่ง และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวรวัจน์ อภิปรายนั้น ได้เปิดคลิปวีดีโอที่ทำจาก AI โดย สส.ของพรรคภูมิใจไทย เช่น นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ขอให้ประธานวินิจฉัยเรื่องการเอ่ยชื่อรัฐมนตรีท่านโน่น และรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มา 15 ปีที่แล้ว ตนไม่แน่ใจว่า พรรคภูมิใจไทยเพิ่งจะได้เป็นแกนนำ 15 ปีที่ผ่านมาใครเป็นแกนนำตนจำไม่ได้ รวมถึงนายณัฏฐช์นน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ที่ลุกขึ้นประท้วงเช่นกัน โดยขอให้ประธานวินิจฉัยว่า ในการใช้ AI ในการอภิปราย ต้องมีมาตรฐาน

ภาพประกอบข่าว “วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMOs ทำลายระบบเกษตรไทย

ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่า เรื่อง AI เป็นเรื่องใหม่ ไม่มีข้อบังคับห้าม แต่ตนอยากให้พึงระมัดระวัง ขอให้อยู่ในประเด็น ขอให้อภิปรายในเชิงคัดค้านหรือสนับสนุนนโยบายที่รัฐบาลแถลง นอกจากนั้น ตนคิดว่ายังไม่เหมาะสม ไม่ใช่วาระของการแถลงนโยบาย เดี๋ยวจะเป็นการอภิปรายตัวรัฐมนตรีหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และย้ำว่าขอให้อยู่ในประเด็น

อ่านข่าว : “ภคมน” จวกรัฐบาลหยุดดันทุรัง “แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้มทุน-ไร้โอกาสทางเศรษฐกิจ

"อนุทิน" มองควรยกเลิก MOU กัมพูชา หากไทยไม่ได้ประโยชน์

อนาคต “แม่สาย” กับแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ยั่งยืน