วันนี้ (28 พ.ค.2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม ในวาระพิจารณากระทู้ถามด้วยวาจา โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามของ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.พรรคประชาชน เรื่องแนวทางจัดการปัญหาอุบัติเหตุ จากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ
นายศุภณัฐ หยิบยกเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และชี้ถึงความล้มเหลวเชิงระบบในการดำเนินโครงการใหญ่ 5 ขั้นตอน 1.การข้ามขั้นตอนในคู่มือ 2.วิศวกรสนามสั่งเริ่มงานโดยพลการโดยไม่รอใบอนุญาต 3.ไม่ได้แจ้งปิดการเดินรถ กับ รฟท. ขณะก่อสร้างเหนือราง 4.ไม่มีการเปลี่ยนเหล็กยึด และ 5.มีการตรวจสอบเครน ทุก 3 เดือน ตามที่กฎหมายกำหนด
ซึ่งบริษัทก่อสร้างและบริษัทที่ปรึกษาทำผิดสัญญาชัดเจน ซึ่งนายกฯ เคยบอกยกเลิกสัญญา แต่จนปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิกสัญญา กับบริษัทอิตาเลียนไทย และให้ขึ้นแบล็กลิสต์หรือไม่ เพื่อไม่ให้เข้ามาประมูลโครงการภาครัฐได้อีก
นายสิริพงศ์ ตอบกระทู้ว่า ตั้งแต่เหตุการณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งการปฏิบัติต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รฟท. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ล่าสุดส่งหนังสือไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอทราบแนวทางซึ่งมีความเห็นเกี่ยวกับระเบียบว่า การใช้ดุลยพินิจของ รฟท. การบอกเลิกสัญญาทางปกครองควรคำนึงถึงผลดี - ผลเสีย ต่อสาธารณะและหลักความได้สัดส่วนและพอสมควรแก่เหตุ รวมถึงผลกระทบของการบอกเลิกสัญญาประกอบด้วย
นายสิริพงศ์ กล่าวชี้แจงว่า สิ่งที่จะตามมายังมีทรัพย์ที่ผู้รับจ้างดำเนินการไปก่อนหน้านี้ และยังไม่ได้ส่งมอบงาน ซึ่งอาจจะนำไปสู่การฟ้องร้องในอนาคต และสัญญาดังกล่าวบริหารสัญญามา 99.5% เหลือ 22 ช่วง ใช้เวลาอีก 5 เดือนจะแล้วเสร็จ
หากยกเลิกสัญญาในช่วงนี้คาดว่า จะขยายเวลาออกไปอีก 2 ปี รวมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งไม่ได้หมายความว่ากระทรวงคมนาคม จะไม่บอกเลิกสัญญาแต่คำนึงถึงทุกมิติ ซึ่งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนย่อมมาอันดับ 1 และสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ แต่เกิดขึ้นจากการหละหลวมการดำเนินการที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน และสิ่งนี้จำเป็นนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ ในการควบคุมงานก่อสร้าง
นายศุภณัฐ กล่าวว่า ฝากไปยังนายกฯว่า หากจะสั่งอะไรให้ปรึกษาอัยการก่อน ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ แต่สุดท้ายทำไม่ได้ หรือจะสั่งโดยไม่ต้องออกข่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจคาดหวังว่า จะสั่งยกเลิกเอาจริงเอาจัง แต่สุดท้ายทำไม่ได้
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า แนวทางยกเลิกสัญญามี 2 วิธี 1. รอให้ทำเสร็จก่อน ถึงงวดสุดท้ายแล้วค่อยสั่งยกเลิกสัญญา 2. มีเหตุ ตึก สตง.มีการกระทำผิดเช่นกัน และถามต่อเกี่ยวกับกรณีสมุดพกผู้รับเหมา ที่กรมบัญชีกลางดำเนินการ หากถูกตัดแต้มไปเรื่อย ๆ จากอุบัติเหตุและการกระทำผิด สามารถบอกเลิกสัญญาได้ แต่สมุดพกยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่า แล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2569 จึงยังไม่สามารถหักแต้มหรือลดชั้นผู้รับเหมาได้ จึงถามถึงความคืบหน้าและประกาศ Deadline ที่ชัดเจน
นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า หนังสือจากอัยการที่ให้ความเห็นเพิ่งถึง รฟท.เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องสมุดพกได้ติดตามและตอบไม่ได้ว่าแล้วเสร็จเมื่อไหร่ เพราะไม่ใช่บุคคลที่เซ็นหรือคนออกสมุดพก ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง แต่กระทรวงคมนาคมกำลังติดตามอยู่
จากนั้น นายศุภณัฐ หยิบยกสำนวนต่างชาติมาอธิบายว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ซึ่งสัญญาสรุปว่า ยังไม่ยกเลิกแม้ว่าจะมีเจตจำนงยกเลิก จะประกาศการยกเลิก แต่สุดท้ายการกระทำจริง ๆ คือไม่ยกเลิก ที่เรียกว่า พูดแล้วไม่ทำ หรือจะพูดก่อนทำไม หากยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเสียหน้า พูดมั่ว ๆ พูดหาเสียง พูดสร้างภาพหรือไม่ สืบเนื่องจากการยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับเหมาอิตาเลียนไทย และย้ำว่าสามารถขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทดังกล่าวได้ โดยยกเหตุโครงการ ตึก สตง. ถล่มมาขึ้นแบล็กลิสต์
พร้อมถามว่า 3 คดี “ตึก สตง.ถล่ม ใช้เวลาสอบ บริษัท ไอทีดี อิตาเลียนไทย เป็นเวลา 3 เดือน ส่วน กรณีเครนถล่ม อ.สีคิ้ว บริษัท ไอทีดี อิตาเลียนไทย ใช้เวลาสอบ 4 เดือนก่อนแถลงผลสอบ
แต่ว่าเหตุถนนยุบหน้าโรงพยาบาลวชิระ บริษัทซิโนไทย และ ช.การช่าง ซึ่งถนนยุบใช้เวลาสอบตั้งแต่เดือน ก.ย.2568 และผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่มีการแถลงผลสอบ และจากข่าวที่ได้มา บอกว่าพูดรับเหมาไม่ผิด โทษเหตุสุดวิสัย โทษประปา โทษน้ำใต้ดิน โทษทุกอย่าง ยกเว้นผู้รับเหมา
นายศุภณัฐ กล่าวว่า “ทั้งที่เป็นหลุมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศที่เกิดขึ้น เป็นเหตุที่ร้ายแรง และมีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน ใต้หลุมนั้นและอุโมงค์เคลื่อน จึงถามว่ามาตรฐานการทำงานการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อผู้รับเหมา ขึ้นอยู่กับผู้รับเหมานั้นเป็นใครหรือไม่ ทำไมผลสอบ ตึก สตง.ถล่ม หรือเครนถล่ม ใช้เวลา 3-4 เดือน แต่ถนนยุบที่ รพ.วชิระ บริษัทซิโนไทย ทำผ่านมา 8 เดือนแต่แถลงการณ์ไม่ได้”
นายสิริพงศ์ ชี้แจงต่อว่า ปัจจัยในการสอบสวนแต่ละกรณี และความรวดเร็วแต่ละเรื่องแตกต่างกัน หน่วยงานที่ตรวจสอบแต่ละกรณีอาจมีความแตกต่างกัน ซึ่งผลการสอบสวนกรณีถนนยุบทาง กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้รับรายงาน และรับจะไปติดตามให้ แต่ไม่ทราบว่ารับทราบข้อมูลวงในมาได้อย่างไร โดยยืนยันว่าแนวทางที่นายกฯได้ให้มาในการสอบสวนได้ปิดชื่อ โดยไม่ได้สนว่าเป็นใคร ยืนยัน กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการอย่างถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมาย และตรงไปตรงมาอย่างที่สุด
“ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก แต่การจะอ้างเหตุของการกระทำหนึ่งของเหตุการณ์หนึ่ง แล้วไปดำเนินการกับอีกเรื่องหนึ่ง มันอาจจะไม่มีความครบถ้วนทางด้านกฎหมาย เพราะกฎหมายอาจจะไม่อนุญาตให้เราทำได้ เช่น ตอนที่พวกเราทุกคนลงสมัคร สส.พฤติกรรมบางพฤติกรรม ที่ยังไม่ได้ถูกชี้มูล และยังไม่ได้ถูกตัดสิน แต่เป็นพฤติกรรมที่ออกเทา ๆ เราก็ยังรับรองให้เขาลงสมัครได้ เพราะกฎหมายยังไม่ได้ระบุว่าเขาเป็นคนผิด หรือการกระทำอย่างหนึ่ง อาจไม่ได้เป็นเหตุผลในการดำเนินการอีกอย่างหนึ่งเป็นต้น” นายสิริพงศ์ กล่าว
อ่านข่าว
"อนุทิน" ตอบกระทู้ฝ่ายค้าน เหตุถนนยุบ คาดเปิดจราจร 9 ต.ค.นี้
รฟม.ปรับแผน ใช้ทราย 8,000 ลบ.ม.ถมหลุมยุบสามเสน คาด 6 วันเสร็จ
นายกฯ ยันคุมสถานการณ์ถนนทรุดได้แล้ว สั่งเร่งหาสาเหตุ ห่วง สน.สามเสนเสาเข็มขาด
กรณีศึกษาท่อแตก-ถนนทรุด "ญี่ปุ่น" ฟื้นฟูพื้นที่เมืองใน 1 สัปดาห์
เร่งอุดช่องว่างอุโมงค์ถนนทรุด "อนุทิน" ขอโทษ ปชช.ย้ำเอาผิดแพ่ง-อาญาเข้มงวด










