วันนี้ (31 ก.ค.2569) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุม สมช.ได้พิจารณาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีมติสำคัญที่จะกระชับมาตรการให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ดังนี้
1. มาตรการรักษาความปลอดภัย กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยในรูปแบบต่างๆ รวมถึงเฝ้าระวังการก่อเหตุนอกพื้นที่และติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันเน้นย้ำให้หน่วยความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจควบคุมบริเวณชายแดน โดยควบคุมคนเข้า-ออก เพราะที่ผ่านมาคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจจะหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องควบคุมการเข้า-ออกให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
2. การบังคับใช้กฎหมาย เน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งกลุ่มที่เพิ่งปฏิบัติการไปและกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธ หรือ อยู่ในกลุ่มที่กำลังเตรียมการก่อเหตุ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
3. ที่ประชุมฯ เห็นชอบให้ทบทวนเนื้อหาการพูดคุย เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก จึงได้ชะลอไว้ช่วงหนึ่ง แต่หากมีการพูดคุยต่อ อยากให้มีการควบคุมเนื้อหาที่จะพูดคุยว่าจะมีเรื่องอะไรก่อนหลังบ้าง ตามแนวทางของหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีข้อสังเกตจากที่ประชุมว่าให้ไปทบทวนเนื้อหาการพูดคุยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่
4. ที่ประชุมฯ เน้นย้ำให้เปิดช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ในการให้ผู้เห็นต่างที่พร้อมจะกลับคืนสู่สังคม และเบื่อหน่ายกับการต่อสู้กลับคืนสู่สังคม โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ และเน้นไปที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก
5. ที่ประชุมฯ เน้นย้ำเรื่องการร่วมมือกับมาเลเซีย โดยให้ประสานทางการทูตและความมั่นคงกับมาเลเซีย และที่สำคัญประเทศไทยจะมีการออกหมายแดงอินเตอร์โพล ดำเนินการนำตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หนีคดีไปอยู่ในมาเลเซียให้กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้ได้ออกหมายแดงไปแล้วบางส่วน ฉะนั้นจึงจะร่วมมือกับมาเลเซียเพื่อนำคนเหล่านั้นกลับมาลงโทษตามกฎหมายด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
6. เรื่องการสื่อสารต่อสาธารณะ เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวปลอม ข่าวยั่วยุ บ่อนทำลายให้เกิดความแตกแยกของประชาชนในพื้นที่ หรือหน่วยงานภาครัฐ จึงอยากให้ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติเรื่องข่าวต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศการยั่วยุในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุม สมช.ได้ประเมินสถานการณ์หลังเลื่อนกำหนดการพูดคุยกับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือกลุ่ม BRN ด้วยหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า นโยบายบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ต้องมีการพูดคุยกันต่อ แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสมและบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้นำไปสู่การสร้างสันติสุขและบรรลุเป้าหมาย
อ่านข่าว
สารภาพแล้ว! "ป๋อง-ธง" ลักทรัพย์-ยิง 2 พี่น้องรัสเซียดับ อำพรางศพป่าเขาชีจรรย์
"สถานทูตอังการา" เปิดเอกสารชี้แจงข้อสงสัยดำเนินการกรณี "ฮลุน โซโล่"









