ช่วงนี้ลมสงบ อากาศเย็น ฝุ่น PM 2.5 ในเขต กทม. และปริมณฑลสูงเกินค่ามาตรฐานในหลายทุกเขต ใครที่อยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นสูงโปรดระวังตัว-ใส่หน้ากากกันด้วย
ปัจจัยที่ทำให้ฝุ่น PM 2.5 มีค่าสูงหรือต่ำในพื้นที่ใด ๆ หากมีครบรับรองฝุ่นสูงแน่นอน ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก “Sonthi Kotchawat” (https://shorturl.at/Wfhtq) ไว้ว่า
จากการเก็บตัวอย่างและทำวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าฝุ่น PM 2.5 จะสูงหรือจะต่ำขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ปริมาณฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิดบนผิวโลก, ความเร็วลมในอากาศ, ความชื้นสัมพัทธ์ และอุณหภูมิในบรรยากาศ

1. ปริมาณฝุ่นPM 2.5 เกิดจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ การเผาไหม้ถ่าน, แก๊สโซลีน, น้ำมันดีเซล, ชีวมวล, การเผาไม้ตอซังฟางข้าวและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมทั้งการเผาสิ่งต่าง ๆ ในที่โล่ง เช่น ไฟไหม้ป่า เป็นต้น

2. ฝุ่น PM 2.5 จะสัมพันธ์กับอุณหภูมิในบรรยากาศ หากอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส และมีมวลอากาศเย็นมาปกคลุมผิวดิน ฝุ่นจะมีค่าสูงขึ้น

3. ความเร็วลมที่พัดในแนวราบ หากต่ำกว่า 3 เมตรต่อวินาที หรือ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะมีโอกาสที่จะทำให้ฝุ่น 2.5 รุนแรงขึ้น

4. ฝุ่น PM 2.5 มีความสัมพันธ์กับค่าความชื้นในบรรยากาศ ฝุ่น PM 2.5 จะมีค่าสูงขึ้นเมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ในช่วงระหว่าง 50-84% และฝุ่น PM 2.5 จะมีค่าต่ำลง หากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ในช่วงระหว่าง 30 - 50% ความชื้นสัมพัทธ์จะจับฝุ่นไว้และตกลงมา
ดังนั้น ปัจจัยที่จะทำให้ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ต่าง ๆ สูงมากคือ ปริมาณมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่มีจำนวนมาก, อุณหภูมิในพื้นที่ดังกล่าวต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ประกอบกับมีความเร็วลมในแนวราบต่ำกว่า 3 เมตรต่อวินาทีหรือ10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งมีค่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศตั้งแต่ 50% ขึ้นไป หากองค์ประกอบดังกล่าวครบก็จะทำให้ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ดังกล่าวมีค่าสูงมาก

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวดูแลสุขภาพตนเอง และบุคคลในครอบครัวเพื่อรับมือกับฝุ่น PM 2.5 ดังนี้
- สำรองหน้ากากป้องกันฝุ่น เช่น หน้ากากอนามัย หรือหน้ากาก N95
- ดูแลสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ
- กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แกงจืดตำลึง ผัดผักบุ้ง ฟักทองผัดไข่ ผัดบรอกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก แครอทลวก บรอกโคลีลวกจิ้มน้ำพริก เป็นต้น
- ทำความสะอาดบ้าน และอุปกรณ์ภายในบ้าน โดยเฉพาะจุดที่สะสมฝุ่น เช่น แอร์ พัดลม มุ้งลวด เครื่องนอน และเน้นการทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำ
- หมั่นตรวจเช็กบ้านปิดช่องหรือรู ตามขอบประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 จากภายนอกไม่ให้เข้ามาในอาคารในช่วงฝุ่นสูง
- วันที่ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งให้เปลี่ยนมาออกกำลังกายภายในอาคารแทน
- สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรสำรองยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
- สังเกตตนเองและบุคคลในครอบครัว หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์
- ช่วยกันลดฝุ่น PM 2.5 เช่น ลดการปิ้งย่างที่ใช้เตาถ่าน งดจุดธูปเทียนทั้งภายในและภายนอกอาคาร งดการเผาในที่โล่ง ลดการใช้รถดีเซลที่ปล่อยควันดำ รวมถึงร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อช่วยดักฝุ่นละออง
ทั้งนี้ ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ให้ตื่นตัวและติดตามข่าวสาร เพราะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้เกิดทุกพื้นที่ ทุกเวลา หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
คอนเทนต์อื่นที่น่าสนใจ
📌อ่าน : “ภาวะฝาชีครอบ” เกิดจากอุณหภูมิผกผัน ทำสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 รุนแรงขึ้น
📌อ่าน : เตือน! “ไข้หวัดใหญ่” กำลังระบาดมาก เนื่องจากสายพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม
📌อ่าน : อันตรายต้องระวัง! อากาศเย็นแต่แดดเปรี้ยงตอนกลางวัน แบคทีเรีย-ไวรัสเติบโตได้ดี
📌ฟัง : โรคสุดฮิตที่มาพร้อมกับฤดูหนาว
📌อ่าน : หนาวกระทบสุขภาพ "โรคเยื่อบุจมูกอักเสบ" อันตรายที่ต้องระวัง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















