ช่วงนี้เป็นช่วง “โรคไข้หวัดใหญ่” ระบาดในเมืองไทย เฉพาะปี 69 (1-16 ม.ค.) มีผู้ป่วยถึง 32,944 คน ขณะที่ปี 2568 มีผู้ป่วยถึง 1,197,668 คน เสียชีวิต 119 คน (สถิติจากกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 16 ม.ค. 69) ด้วยเหตุนี้เราจึงขอนำ 10 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ “ไข้หวัดใหญ่” มาให้ได้ทราบกัน สู่การป้องกันเพื่อความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว
“ไข้หวัดใหญ่” อันตรายอย่างไร?
10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลดังนี้ว่า

1. ไข้หวัดใหญ่อาจอันตรายถึงชีวิต!
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สามารถแพร่กระจาย และติดต่อได้ง่ายทำให้ลูกน้อยและคนในครอบครัวเจ็บป่วย จนอาจต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และทำให้เสียชีวิตได้ ในสหรัฐอเมริกาไข้หวัดใหญ่ทำให้เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึงปีละ 20,000 คน
2. ไข้หวัดใหญ่ติดต่อง่ายสุด ๆ
เพียงแค่ได้รับละอองฝอยซึ่งมีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ปนจากการไอหรือจามของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ หรือบางครั้งลูกอาจติดไข้หวัดใหญ่จากการเอามือไปหยิบจับสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสติดอยู่ แล้วมาสัมผัสกับ ปาก จมูก หรือตาของตัวเอง ผู้ที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ตั้งแต่หนึ่งวันก่อนมีอาการ ไปจนถึง 5-7 วัน ดังนั้นลูกน้อยที่เล่นและอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้มาก

3. เจ็บนิด ป่วยหน่อย...อย่าวางใจ
ไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก เด็กเล็กและเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด โรคทางระบบประสาท โรคปอด โรคหัวใจ โรคเลือด เบาหวาน โรคตับ โรคไต ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีโอกาสเกิดความเจ็บป่วยรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นแม้ลูกรักจะมีอาการเล็กน้อยก็อย่าวางใจ ควรรีบพาไปพบแพทย์
4. จดจำอาการสำคัญไว้ให้ดี ๆ
อาการของไข้หวัดใหญ่คือ มีไข้ ไข้อาจขึ้นสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย หนาวสั่น อ่อนเพลีย บางครั้งอาจคลื่นไส้อาเจียนอาการมักรุนแรงและเป็นนานกว่าหวัดธรรมดา

5. แย่แล้ว ลูกป่วย...ช่วยอย่างไร?
รอช้าไม่ได้ หากลูกน้อยอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะถ้าน้อยกว่า 2 ปี หรือมีโรคประจำตัว และมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ให้รีบพาไปพบแพทย์ เพราะเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตได้
แต่หากลูกอายุมากกว่า 5 ปี ไม่มีโรคประจำตัว อาจบรรเทาอาการเบื้องต้นด้วยการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ให้ลูกนอนพักผ่อน และดื่มน้ำมาก ๆ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
6. อาการแบบนี้อันตราย! รีบไปพบแพทย์
แม้แต่เด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือเคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาก่อน ก็มีโอกาสที่จะป่วยหนักจากไข้หวัดใหญ่ หากลูกรักมีอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้า...ให้รีบพาไปพบแพทย์
- งอแงมาก หรือซึม
- ปัสสาวะน้อยลง
- อาเจียนรุนแรง
- หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก
- อาการของไข้หวัดใหญ่ดีขึ้นแล้ว แต่กลับมา มีไข้ขึ้นอีกและไอมากขึ้น
- มีโรคประจำตัว (เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หอบหืด หรือ เบาหวาน) และมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่

7. ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
การให้ลูกน้อยและทุกคนในครอบครัวรวมถึงตัวเราเอง ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุด ประสิทธิภาพของวัคซีนขึ้นอยู่กับเชื้อที่ได้รับว่าตรงกับเชื้อที่อยู่ในวัคซีนหรือไม่ และยังขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น และอย่างไรก็ตามวัคซีนสามารถลดอัตราป่วยและตายได้
อีกวิธีหนึ่งในการป้องกันเด็กทารกจากไข้หวัดใหญ่คือ การฉีดวัคซีนในคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าจะสามารถป้องกันทารกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่ง 2-3 เดือนหลังคลอด
8. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ มีความปลอดภัย
องค์การอนามัยโลก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำให้เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัยป้องกันไข้หวัดใหญ่โดยการฉีดวัคซีน เพราะเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด วัคซีนถูกผลิตขึ้นโดยผ่านกระบวนการผลิตและการควบคุมความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด วัคซีนไข้หวัดใหญ่หลายล้านโดส (dose) ถูกใช้ทั่วโลก โดยมีข้อมูลยืนยันถึงความปลอดภัย

9. วัคซีนนี้...ควรฉีดทุกปีจริง ๆ
เนื่องจากสายพันธุ์เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดจะแตกต่างกันไปทุกปี การฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่คาดว่าจะระบาดในช่วงปีนั้น ดังนั้นวัคซีนที่ผลิตในแต่ละปีจึงเหมาะที่จะป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สำหรับปีใดปีหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันโรคจากการฉีดวัคซีนจะลดต่ำลงตามธรรมชาติหลังจาก 6-12 เดือนไปแล้ว องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
10. เทคนิคสำคัญ ป้องกันการแพร่เชื้อ
นอกจากให้ลูกน้อยได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีแล้ว ควรสอนให้ลูกรู้จักวิธีการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อโรค นั่นคือปิดปากเวลาไอหรือจามด้วยกระดาษทิชชู และทิ้งกระดาษเมื่อใช้เสร็จ ไม่อยู่ใกล้ชิดและใช้ของร่วมกับผู้ป่วย ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้มือขยี้ตา หรือเอานิ้วเข้าปาก และคุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้ ของเล่นลูก
วิธีการเหล่านี้เป็นการลดโอกาสป่วยจากโรคทุกชนิด แต่การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไข้หวัดใหญ่
📌อ่าน : เตือน! “ไข้หวัดใหญ่” กำลังระบาดมาก เนื่องจากสายพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม
คอนเทนต์อื่นที่น่าสนใจ
📌อ่าน : “ภาวะฝาชีครอบ” เกิดจากอุณหภูมิผกผัน ทำสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 รุนแรงขึ้น
📌อ่าน : อันตรายต้องระวัง! อากาศเย็นแต่แดดเปรี้ยงตอนกลางวัน แบคทีเรีย-ไวรัสเติบโตได้ดี
📌ฟัง : โรคสุดฮิตที่มาพร้อมกับฤดูหนาว
📌อ่าน : หนาวกระทบสุขภาพ "โรคเยื่อบุจมูกอักเสบ" อันตรายที่ต้องระวัง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















