ผลกระทบจากโลกร้อนขึ้น ทำให้เกิดสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว! “หิมะตกหนัก” ในทะเลทรายสะฮาราที่ขึ้นชื่อว่าร้อนและแล้งที่สุด เรานำมาให้ได้ทราบ เพื่อตระหนักถึงผลเสียของโลกร้อน ทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
ในเรื่องนี้ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก “Sonthi Kotchawat” (https://shorturl.at/asBmi) ไว้ว่า

1. การที่หิมะตกในทะเลทรายสะฮาราฟังดูขัดแย้งกัน ทะเลทรายสะฮารา (Sahara) ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกมีลักษณะเด่นคือความร้อนจัด ลมแห้ง และเนินทรายที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา อย่างไรก็ตามในช่วงประมาณวันที่ 17 มกราคม 2026 บางส่วนของทางตอนเหนือของแอลจีเรียได้พบเห็นภาพที่น่าทึ่งคือเนินทรายสีทองอร่ามปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน
2. เมื่อกลางเดือนมกราคม 2569 เกิดปรากฏการณ์หิมะตกหนักในทะเลทรายสะฮาราซึ่งเป็นทะเลทรายที่ใหญ่และร้อนที่สุดในโลกตั้งอยู่ในตอนเหนือของทวีปแอฟริกาและอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1000 เมตรปกคลุมพื้นที่กว่า 9.2 ล้าน ตร.กม. มีขนาดเทียบเท่าประเทศอเมริกาหรือจีน ทะเลทรายสะฮาราเคยเกิดหิมะตกลงมา 4 ครั้งแล้วคือช่วงดือนมกราคมในปี 1979, 2016, 2018 และ 2022 สาเหตุมาจากสภาพภูมิอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วกล่าวคือช่วงเวลากลางคืนพื้นดินคายความร้อนออกมาทำให้อากาศร้อนบนทะเลทรายลอย ตัวสูงขึ้น ส่วนอากาศเย็นหรือมวลความกดอากาศสูงจากภูเขาและยุโรปได้พัดพาเข้ามาแทนที่บนผืนทะเลทราย ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างสุดขั้ว ประกอบกับลมได้พัดพาไอน้ำจากมหาสมุทรใกล้เคียงมาด้วยจึงทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็นหิมะตกลงมาจำนวนมาก...
3. โดยสรุปคือมีมวลอากาศเย็นจัดได้เคลื่อนตัวจากยุโรปและจากภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนลงสู่ทางทิศใต้เข้าสู่ทวีปแอฟริกาเหนือในช่วงฤดูหนาวทำให้อุณหภูมิในภาคเหนือของแอลจีเรียลดลงใกล้หรือต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในขณะเดียวกัน อากาศชื้นจากมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนถูกลมพัดเข้าสู่แผ่นดิน เมื่ออากาศชื้นนี้ปะทะกับอากาศเย็นกว่าบริเวณขอบด้านเหนือของทะเลทรายสะฮารา สภาพอากาศจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเกิดหิมะซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรวดเร็วและสุดขั้วจนทำให้สิ่งมีชีวิตในทะเลทรายแทบปรับตัวไม่ทัน เกิดอันตรายอย่างมาก
4. ในอนาคตโลกและประเทศไทยจะประสบกับภาวะ Extreme climateอีกหลายครั้ง เช่น ภัยพิบัติจากฝนตกอย่างฉับพลันโดยตกหนักมีน้ำท่วมเป็นหย่อม ๆ ในช่วงฤดูหนาวจะมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยขึ้น, โอกาสเกิดความแห้งแล้งอย่างหนักในฤดูร้อนรวมทั้งอาจจะมีพายุเกิดอย่างรุนแรงและเกิดหลายครั้งในรอบปีมากขึ้น เป็นต้น
สาเหตุหลักคือ “โลกร้อนขึ้น” ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น มีการเผาในที่โล่งมากขึ้น พื้นที่ป่าไม้ลดลงรวมทั้งการที่คนในประเทศขาดจิตสำนึกในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปล่อยมลพิษทั้งน้ำ อากาศและขยะมากขึ้นด้วย...

10 วิธีร่วมแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศด้วย
วิถีชีวิตของเราส่งผลกระทบอย่างมากต่อโลก “สหประชาชาติ ประเทศไทย” ให้ข้อมูลการตัดสินใจของเราจึงมีความสำคัญ ราว 2 ใน 3 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกมาจากภาคครัวเรือนหรือระดับบุคคล และภาคพลังงาน อาหาร และการขนส่งซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของเราต่างก็มีส่วนปล่อยมลพิษประมาณร้อยละ 20 ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนจึงสามารถสร้างความแตกต่างได้ ตั้งแต่ไฟฟ้าที่ใช้ อาหารที่รับประทาน ไปจนถึงวิธีการที่เดินทาง ลองเริ่มต้นด้วย 10 วิธีดังนี้
ประหยัดพลังงานที่บ้าน
การผลิตไฟฟ้าและความร้อนส่วนใหญ่ใช้พลังงานจากถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ เราสามารถใช้พลังงานให้น้อยลงได้โดยการปรับระดับการทำความร้อนและความเย็นให้ต่ำลง เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED และเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ซักผ้าด้วยน้ำเย็น หรือตากผ้าแทนการใช้เครื่องอบผ้า
เดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
ถนนทั่วโลกแน่นขนัดไปด้วยยานพาหนะ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินเป็นเชื้อเพลิง การเดินหรือขี่จักรยานแทนการขับรถจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพและความแข็งแรงอีกด้วย หากต้องเดินทางไกล ลองเปลี่ยนมาโดยสารรถไฟหรือรถประจำทาง และติดรถไปกับผู้อื่นเมื่อทำได้
รับประทานผักให้มากขึ้น
แค่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด พืชตระกูลถั่ว และเมล็ดพืชมากขึ้น และลดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมให้น้อยลง เราก็สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก โดยทั่วไปกระบวนการผลิตอาหารที่มาจากพืชจะสร้างก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า อีกทั้งยังใช้พลังงาน ที่ดิน และน้ำน้อยกว่า
เลือกวิธีเดินทาง
เครื่องบินใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมหาศาล และปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก การนั่งเครื่องบินให้น้อยลงจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุดในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากทำได้ ให้นัดพบกันในทางออนไลน์ ขึ้นรถไฟ หรือยกเลิกการเดินทางระยะไกล
รับประทานอาหารให้หมด
ทุกครั้งที่ทิ้งอาหาร เรากำลังทิ้งทรัพยากรและพลังงานที่ใช้ในการเพาะปลูก/เลี้ยง ผลิต บรรจุ และขนส่งอาหารนั้น ๆ และอาหารที่บูดเน่าอยู่ในบ่อขยะก็จะปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรงมาก ดังนั้น รับประทานอาหารที่ซื้อมาให้หมดและส่วนที่เหลือให้หมักทำปุ๋ย

ลด ใช้ซ้ำ ซ่อมแซม และรีไซเคิล
อุปกรณ์ไฟฟ้า เสื้อผ้า และสินค้าอื่น ๆ ที่ซื้อล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ณ จุดใดจุดหนึ่งของการผลิต ตั้งแต่การหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการผลิต และการขนส่งสินค้าสู่ตลาด เราสามารถช่วยรักษาสภาพอากาศของเราด้วยการซื้อของให้น้อยลง ซื้อของมือสอง ซ่อมหากซ่อมได้ และรีไซเคิล
เปลี่ยนแหล่งพลังงานในบ้าน
สอบถามบริษัทสาธารณูปโภคว่าพลังงานที่ใช้ในบ้านนั้นผลิตมาจากน้ำมัน ถ่านหิน หรือก๊าซหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ ให้ลองเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมหรือพลังงานแสงอาทิตย์ หรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงานให้บ้านของเรา
เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า
หากวางแผนที่จะซื้อรถยนต์ ลองเลือกดูรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งตอนนี้มีหลายรุ่นและราคาถูกลง แม้ว่าไฟฟ้าที่ใช้จะยังผลิตมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ แต่รถยนต์ไฟฟ้าก็ช่วยลดมลพิษทางอากาศและปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้แก๊สหรือดีเซลอย่างมีนัยสำคัญ
เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทุกการใช้จ่ายของเราส่งผลกระทบต่อโลกทั้งสิ้น เรามีอำนาจว่าจะเลือกสนับสนุนสินค้าและบริการใดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ให้เราซื้ออาหารตามฤดูกาลที่ผลิตในท้องถิ่น เลือกผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสีย
เป็นกระบอกเสียง
เปล่งเสียงของเราและชักชวนผู้อื่นให้ร่วมลงมือด้วยกัน นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ชักชวนเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน เพื่อน และครอบครัวของเราเอง บอกให้ธุรกิจต่าง ๆ รู้ว่าเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญและชัดเจน ตลอดจนเรียกร้องให้ผู้นำท้องถิ่นและระดับโลกดำเนินการในทันที
คอนเทนต์อื่นที่น่าสนใจ
📌อ่าน : โลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย
📌อ่าน : “โลกร้อนขึ้น” เกิดพายุหมุนจำนวนมาก-รุนแรงขึ้น ไม่ปรับตัวอยู่ยากขึ้น
📌อ่าน : เข้าใจการเกิด “เอลนีโญ” เพื่อร่วมลดความรุนแรงปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ทุกคนช่วยได้
📌อ่าน : ไขคำตอบ เอลนีโญ-ลานีญา ความต่างที่สุดขั้ว
📌อ่าน : นับวันยิ่งวิกฤติ! ปัญหา “น้ำท่วม กทม.” คิดใหม่..ควรทำอย่างไรดี?
📌อ่าน : “ไทย” อันดับ 4 ของโลก เสี่ยงถูกน้ำท่วมหนักปี 2050 “กรุงเทพฯ” อาจจมน้ำเกือบทั้งหมด
📌อ่าน : 4 ปัจจัยหลัก ทำค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง
📌อ่าน : “ภาวะฝาชีครอบ” เกิดจากอุณหภูมิผกผัน ทำสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 รุนแรงขึ้น
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : UN Thailand
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















