วันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 2026 องค์การอวกาศยุโรปอีซา (ESA : European Space Agency) รายงานในเว็บไซต์ของ อีซา (www.esa.int) ว่า อีซากำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการทดสอบกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต (PLATO) คาดว่า จะแล้วเสร็จพร้อมถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเพื่อปฏิบัติภารกิจภายในปี ค.ศ. 2026 และได้กำหนดวันส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตขึ้นสู่อวกาศถึงล่าสุดแล้วว่า จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ค.ศ. 2027
ถ้าไม่เกิดเหตุให้ต้องเลื่อนกำหนดออกไป ภายในเดือนมกราคม ค.ศ. 2027 นักวิทยาศาสตร์บนโลก ก็จะมีกล้องโทรทรรศน์อวกาศเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกล้อง เพื่อเสริม “ทัพ” การค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ในย่านหรือบริเวณรอบดาวฤกษ์ เรียกกันว่า “goldilocks” (“โกลดิล็อกส์”) หรือที่คุ้นเคยกันมากกว่า คือ “ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง” (“Goldilocks planet”)
มีใครอีกไหมในจักรวาล ?
ถึงปัจจุบัน จริง ๆ แล้ว ก็มีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้ว เป็นจำนวนมากกว่า 6,000 ดวง และกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจริงหรือไม่อีกจำนวนหนึ่ง แล้วทำไมจึงยังต้องมีความพยายามในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะกันอีก ?
คำตอบใหญ่ตรงๆ ก็คือ คำถามว่า “มีใครอีกไหมในจักรวาล ?”...
ซึ่งนอกเหนือไปจากประเด็นเรื่องของ “ยูเอฟโอ” (UFO) และ “มนุษย์ต่างดาว” ที่โลกแล้ว ก็คือ “ดาวเคราะห์บ้านเกิดของมนุษย์ต่างดาว” ซึ่งก็จะเป็น “หลักฐาน” สำคัญที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์บนโลก ได้ศึกษาค้นหาคำตอบสำหรับคำถาม “มีใครอีกไหมในจักรวาล ?” โดยตรงอีกทางหนึ่ง
แล้วกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตจะช่วยได้อย่างไร ? แค่ไหน ?

โครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต
โครงการเพื่อสร้างกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต มีกำเนิดที่มาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 2007 จากคณะนักวิทยาศาสตร์หลายสถาบันในยุโรป นำโดย โคลด คาตาลา (Claude Catala) แห่งหอดูดาวปารีส เสนอต่ออีซา ตามประกาศเชิญชวนของ อีซาสำหรับโครงการ Cosmic Vision (วิสัยทัศน์คอสมิก) และได้รับเลือกอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2014
กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต (PLATO) มีชื่อเต็มว่า Planetary Transits and Oscillations of Stars (การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ตัดหน้าดาวฤกษ์และการสั่นของดาวฤกษ์) มีภารกิจหลัก (ตามชื่อ) คือ การค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะโดยศึกษาการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ตัดหน้าดาวฤกษ์และการสั่นไหว (คล้ายแผ่นดินไหว) ของดาวฤกษ์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบ (เช่น มวล) และวิวัฒนาการ (เช่น อายุ) ของดาวฤกษ์ โดยมีเป้าหมายจำเพาะลงไปอีก คือ การค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลก ที่เป็นดาวเคราะห์มีพื้นผิวเป็นดินหิน และมีอุณหภูมิเอื้อต่อการกำเนิดของสิ่งมีชีวิต คือ “ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง” ...
โดยในส่วนเป็นชื่อกล้องโทรทรรศน์ ก็ใช้อักษรคำแรกหรือแรกๆ มารวมกันเป็น PLATO ตามชื่อนักปราชญ์กรีกโบราณ
ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง
นักดาราศาสตร์ชอบดูดาว...และก็เหมือนกับคนชอบดูดาวโดยทั่วไป...ก็ชอบเรื่องราวจินตนาการเกี่ยวกับดวงดาวด้วย
เรื่องของ หนูน้อยผมทอง หรือ Goldilocks มีที่มาเป็นนิทานพื้นบ้านอังกฤษเก่าแก่ เรื่องของหนูน้อยผมทองชื่อ โกลดิล็อกส์ ที่หลงอยู่ในป่า แล้วเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ของหมี 3 ตัว เป็น พ่อ-แม่-ลูกหมี
หนูน้อยผมทองเห็นบนโต๊ะ มีซุป 3 ถ้วย และกำลังหิว จึงใช้ช้อนตักชิมซุปในถ้วย พบว่า ถ้วยแรก ร้อนเกินไป จึงไม่กิน ถ้วยที่สอง เย็นเกินไป ก็จึงไม่กินอีก แล้วก็พบว่า ถ้วยที่สาม กำลังอุ่นพอดี จึงตักกินเสียหมด
เรื่องราวยังมีต่อ เกี่ยวกับเก้าอี้ 3 ตัว เตียงนอน 3 เตียง และการกลับมาของครอบครัวหมีทั้ง 3 ตัว แล้วก็...ในเวอร์ชันหนึ่งของเรื่องนี้...การสั่งสอนของหมีพ่อและแม่หมี แก่หนูน้อยผมทอง เรื่องให้รู้จักเคารพในทรัพย์สินและสิทธิของคนอื่น
แต่ในโลกดาราศาสตร์ เรื่องราวของหนูน้อยผมทอง กลายเป็นเรื่องของการค้นหาดาวเคราะห์บริวารของดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ โดยโคจรรอบดาวฤกษ์ที่ตำแหน่ง “พอดี” คือ อุณหภูมิไม่สูงและต่ำเกินไป สำหรับการดำรงอยู่ของดาวเคราะห์ ที่มีความอบอุ่นพอเหมาะพอดี สำหรับการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ของสิ่งมีชีวิต

พลาโต : กล้องโทรทรรศน์และนักปราชญ์ชาวกรีก
สำหรับชื่อ PLATO ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต เป็นความตั้งใจของคณะนักวิทยาศาสตร์ในการตั้งชื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เพื่อบ่งบอกภารกิจของกล้อง และให้มีส่วนของชื่อกล้อง ที่ถอดออกมาเป็นชื่อ “PLATO” ได้
ทำไมจึงเป็น “PLATO” ?
PLATO หรือ พลาโต เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกโบราณ มีชีวิตอยู่ระหว่าง 427 ถึง 347 ปี ก่อน ค.ศ. มีชื่อเสียงในฐานะเป็นผู้ก่อตั้งอะคาเดมี (Academy) ที่กรุงเอเธนส์ ซึ่งเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยในยุคต่อ ๆ มา และมีลูกศิษย์ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นทั้งนักปราชญ์และเป็นนักวิทยาศาสตร์กรีกคนแรกของโลก คือ อริสโตเติล (Aristotle : 384-322 ปี ก่อน ค.ศ.)
แต่สำหรับในส่วนเกี่ยวข้องกับกล้องโทรทรรศน์ คณะนักวิทยาศาสตร์มองไปที่ “หลักปรัชญา” สำคัญของพลาโต คือ “Theory of Forms” (ทฤษฎีรูปแบบ) ซึ่งมีความหมาย (ตรงตามเจตนารมณ์ของคณะนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต) ว่า ภาพที่ปรากฏให้เห็นของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ มิใช่ “ตัวตนจริงของดาวเคราะห์” และก็เป็น “เป้าหมายหลัก” ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต ที่จะค้นหาตัวตนที่แท้จริงของดาวเคราะห์ รวมไปถึงตัวตนจริงของดาวฤกษ์ที่เกี่ยวข้องด้วย

ภารกิจ, อุปกรณ์ เครื่องมือของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต
ภารกิจหลักของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต คือ ศึกษาดาวฤกษ์มากถึงกว่า 200,000 ดวง แต่จะโฟกัสมากเป็นพิเศษกับดาวฤกษ์ที่คาดว่า จะมีดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง ซึ่งตั้งเป้าหมายว่า น่าจะได้พบ ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองประมาณหลายร้อยหรือเป็นพันดวง
กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต มีอุปกรณ์ เครื่องมือสำคัญ คือ กล้องโทรทรรศน์ชนิดแสงจำนวน 26 กล้อง โดยมี 2 กล้อง มีความไวมากเป็นพิเศษ เพื่อถ่ายภาพดาวฤกษ์ที่มีความสว่างมาก
โดยรวม กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตกับอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ทั้งหมด รวมถึงแผงพลังงานสุริยะด้วย ขณะเมื่อเดินทางขึ้นจากโลกมีน้ำหนักรวมประมาณ 2,300 กิโลกรัม มีขนาด 3.5x3.1x3.7 เมตร แต่เมื่อเข้าประจำอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติการตามแผน ก็จะกางแผงพลังงานสุริยะออก ซึ่งมีขนาดยาว 9 เมตร มีพื้นที่รวมกว่า 30 ตารางกิโลเมตร
เมื่อทุกอย่างพร้อม กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตก็จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ โดยจรวด อารีแอน 6 (Ariane 6) ของ อีซา ไปประจำอยู่ที่ตำแหน่งลากรานจ์ 2 (Lagrange 2) ซึ่งเป็นตำแหน่งพิเศษอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์และโลก โดยอยู่ทางด้านหลังของโลกจากดวงอาทิตย์ และอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร
ที่ตำแหน่ง L2 นี้ วัตถุจะโคจรรอบทั้งโลกและดวงอาทิตย์ในเวลาเท่ากัน กล้องโทรทรรศน์ที่ถูกส่งไปประจำอยู่ ก็จึงอยู่ในแนวเส้นตรงของดวงอาทิตย์ โลกและกล้องโทรทรรศน์ตลอดเวลา ทำให้กล้องโทรทรรศน์สามารถส่องสำรวจอวกาศและจักรวาล โดยไม่ถูกแสงอาทิตย์รบกวน และไม่ถูกบังโดยโลก
ถึงปัจจุบัน มีกล้องโทรทรรศน์อวกาศและยานสำรวจอวกาศ ถูกส่งไปประจำทำงานอยู่ที่ตำแหน่ง L2 มาแล้ว หลายกล้องหลายลำและของหลายประเทศ แต่เฉพาะในส่วนภารกิจเกี่ยวกับการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะคล้ายโลก ล่าสุดก็มี กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope) ของนาซา ประจำอยู่ที่ตำแหน่ง L2 มาแล้ว ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2022 ถึงปัจจุบัน ก็ยังปฏิบัติภารกิจอยู่...
และถ้าไม่เกิดเหตุขัดข้อง (จากพายุการเมืองสหรัฐอเมริกาและด้านวิทยาศาสตร์) กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope) ของนาซา ก็จะถูกส่งขึ้นประจำอยู่ที่ตำแหน่ง L2 ด้วย ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 (อ่าน : ส่อง 10 เรื่องใหญ่วิทยาศาสตร์ปี 2026 ตอน 2)
การเดินทางเข้าประจำที่ L2 ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต ก็จะเป็นการเสริมทัพกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะกับกล้อง เจมส์ เวบบ์ และกล้อง แนนซี เกรซ โรมัน...
แต่กรณีของกล้องพลาโต มีส่วนพิเศษกว่าอีกสองกล้อง กล่าวคือ สำหรับกล้อง เจมส์ เวบบ์ และกล้อง แนนซี เกรซ โรมัน การค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของทั้งสองกล้อง แต่สำหรับกล้องพลาโต เป็นภารกิจหลักทีเดียว

กล้องพลาโตกับการค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง
กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตจะค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองได้อย่างไร ?
อย่างตรง ๆ กล้องโทรทรรศน์อวกาศก็ใช้วิธีการศึกษา ดาวเคราะห์ที่เคลื่อนที่ตัดหน้าดาวฤกษ์ ซึ่งก็เป็นวิธีที่นักดาราศาสตร์ใช้กันมาก ในการค้นหาและศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ...
แต่ที่พิเศษออกไป คือ กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต ใช้กล้องที่มีอยู่ทั้งหมด 26 กล้อง เป็นกล้องธรรมดา 24 กล้อง ถ่ายและเก็บภาพดาวฤกษ์ทุก 25 วินาที และกล้องมีความไวเป็นพิเศษ 2 กล้อง ถ่ายและเก็บภาพของดาวฤกษ์ทุก 2.5 วินาที โดยในภาพรวม กล้องทั้งหมด 26 กล้อง จะโฟกัสที่ดาวฤกษ์เป้าหมายทุกดวง เป็นเวลารวม 2 ปี
คณะทำงานหวังว่า จากดาวฤกษ์ที่ศึกษากว่า 200,000 ดวง จะได้ข้อมูลของดาวเคราะห์เป้าหมายคือ
*ขนาด (รัศมี แม่นยำ 3%)
*มวล (แม่นยำมากกว่า 10%)
*อายุ (แม่นยำ 10%)
สำหรับดาวฤกษ์เป้าหมาย คาดหวังว่า จะได้ข้อมูลประมวลออกมาเป็น :-
*ขนาด
*มวล
*องค์ประกอบภายใน
*อุณหภูมิ
*วิวัฒนาการของดวงดาว

กล้องพลาโตกับประเด็นเรื่องเครื่องสเปกโตกราฟ
สเปกโตกราฟ (spectrograph) เป็นเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ (spectrometer) ชนิดหนึ่ง ที่วัดและวิเคราะห์สเปกตรัมของแสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งสำหรับกล้องโทรทรรศน์จำนวนมาก จะมีเครื่องสเปกโตรกราฟหรือสเปกโตรมิเตอร์ขึ้นสู่อวกาศด้วย เพื่อวิเคราะห์หาชนิดหรือส่วนประกอบของดาวฤกษ์ หรือวิเคราะห์สเปกตรัมของบรรยากาศของดาวเคราะห์ ที่เคลื่อนที่ตัดหน้าดาวฤกษ์ เพื่อหาส่วนประกอบบรรยากาศของดาวเคราะห์
เป็นความจริงว่า บนกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต ไม่มีเครื่องสเปกโตรมิเตอร์หรือสเปกโตรกราฟ ขึ้นไปด้วย
ทำไม ?
คำตอบตรงๆ คือ ในการพัฒนากล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต คณะนักวิทยาศาสตร์ตั้งเป้าโฟกัสไปที่ระบบการใช้กล้องชนิดแสงเป็นหลัก ที่จะให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวฤกษ์เป้าหมายอย่างที่ไม่เคย “ได้” หรือ “ทำ” กันมาก่อน
แต่ทั้งนี้ ก็มิได้หมายความว่า จะตัดเรื่องของเครื่องสเปกโตรกราฟไปเลย...
และจริง ๆ แล้ว ในภาพใหญ่บทบาทของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต (ในการค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง) กล้องนี้ก็เป็น “ส่วนหนึ่ง” หรือ “ทัพหนึ่ง” ของเป้าหมายการค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง และก็มีทั้ง “แผน” และ “เครื่องมือ” ซึ่งได้เตรียมไว้แล้ว โดยแบ่งได้เป็น 2 ส่วน
ส่วนที่หนึ่ง : ในระหว่างปฏิบัติการของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต อีซาก็ได้เตรียมการ “เพิ่ม” หรือ “ติดตั้ง” เครื่องสเปกโตรกราฟให้กับกล้องโทรทรรศน์ ESO 1.52-m telescope ที่ประเทศชิลีไว้แล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024 เพื่อเสริมการทำงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต โดยตั้งชื่อให้สอดคล้องด้วย คือ “PLATOSpec” (“พลาโตสเปก”)
ส่วนที่สอง : และก็เป็นส่วนสำคัญของเป้าหมายโครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตด้วย คือ ผลจากการทำงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโต ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศอื่น ๆ ที่มีเป้าหมายการค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองด้วย...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ ของนาซา ที่กำลังอยู่ในอวกาศอยู่แล้ว และกล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน ของนาซา ที่กำลังจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 (ตามแผนล่าสุด) ซึ่งทั้งสองกล้องนี้ ล้วนมีเครื่องสเปกโตรกราฟอยู่ด้วย สำหรับงานการค้นหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง และดาวฤกษ์ดวงแม่ของดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง
แล้วยังมีกล้องโทรทรรศน์อวกาศใหม่ของอีซาเอง คือ กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แอเรียล (Ariel : Atmoscheric Remote – Sensing Infrared Exoplanet Large – survey) ซึ่งก็จะมีเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ชนิดรังสีอินฟราเรด เพื่อวิเคราะห์ศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์มีแนวโน้มจะเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองด้วย

จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตถึงกล้องโทรทรรศน์อวกาศแอเรียล
ตามแผนของอีซา ถ้าทุกอย่างดำเนินไปอย่างไม่ติดขัด กล้องโทรทรรศน์อวกาศพลาโตก็จะได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศในเดือนมกราคม ค.ศ. 2027 โดยมีอายุการทำงานประมาณ 4 ปี แต่อาจจะขยายต่อไปอีก 4 ปีครึ่ง ถ้ากล้องโทรทรรศน์พลาโตยังปฏิบัติภารกิจได้ดี
สำหรับกล้องโทรทรรศน์อวกาศแอเรียล ก็จะทั้งทำงานร่วมและรับไม้ต่อจากกล้องพลาโต โดยอีซามีกำหนดแผนถึงล่าสุด จะส่งกล้องแอเรียลขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 2029 ไปประจำอยู่ที่บริเวณตำแหน่ง L2 เช่นเดียวกับกล้องพลาโต
แล้วทั้งกล้องพลาโตและแอเรียล จะได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศตามแผนล่าสุดนี้หรือไม่ ?
เปรียบเทียบกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน ของนาซาแล้ว สถานการณ์ของกล้องพลาโตกับกล้องแอเรียลของอีซา ก็มีโอกาสดำเนินไปตามแผนมากกว่า...
เพราะกล้องแนนซี เกรซ โรมัน ต้องเผชิญกับทั้งพายุการเมืองของสหรัฐอเมริกาและปัญหาทางด้านวิทยาศาสตร์ ในขณะที่กล้องพลาโตและกล้องแอเรียลของอีซา ต้องเผชิญเฉพาะกับปัญหาทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยไม่ต้องกังวลกับอุปสรรคจากพายุการเมือง
อย่างไรก็ตาม ถึงล่าสุด (ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026) นาซาก็ยังยืนจะสามารถส่งกล้องแนนซี เกรซ โรมัน ตามกำหนด คือ เดือนกันยายน ค.ศ. 2026 ได้...
แต่อีซาเอง จริง ๆ แล้ว ก็มี “ทีท่า” ว่า อาจจะต้องเลื่อนกำหนดการส่งกล้องพลาโตและกล้องแอเรียลออกไปอีก
ผู้เขียนเองก็เห็นใจนาซา และเข้าใจอีซา แล้วก็เอาใจช่วย ในภารกิจความพยายามตอบโจทย์วิทยาศาสตร์ “มีใครอีกไหมในจักรวาล” โดยมุ่งเป้าไปที่ดาวเคราะห์บ้านเกิดของ “ชีวิตต่างดาว” ร่วมจักรวาลกับเรา
ท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดอย่างไร ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















