ในช่วงชีวิตของคุณอาจจะรู้จัก “ไมเคิล” ได้หลายคน แต่สำหรับ “ไมเคิล แจ็คสัน” ชื่อนี้การันตีว่า ผู้คนมากกว่าครึ่งค่อนโลกต่างรู้จักเขาเป็นอย่างดี นี่คือศิลปินเจ้าของฉายา King of Pop ที่เคยสร้างชื่อเสียงและความมหัศจรรย์ในช่วงทศวรรษ 80 - 2000
แม้วันนี้เจ้าตัวจะจากโลกนี้ไปกว่า 17 ปีแล้ว แต่ผลงานความยิ่งใหญ่ของเขายังเป็นที่จดจำ และได้รับการกล่าวถึงอยู่เสมอ ๆ และล่าสุดภาพยนตร์อัตชีวประวัติเรื่องล่าสุดของไมเคิล แจ็คสัน ก็ทำให้ชื่อของตำนาน King of Pop กลับมาได้รับการพูดถึงอีกครั้ง
Thai PBS นำ 7 เรื่องราวความยิ่งใหญ่ ที่ศิลปินน้อยคนบนโลกนี้จะทำได้เช่นเขา อะไรคือ “ความมหัศจรรย์” ที่เกิดจากไมเคิล แจ็คสัน กันบ้าง ไปติดตามกัน
1.อัลบั้มสุดมหัศจรรย์ของ King of Pop ไมเคิล แจ็คสัน
ไมเคิล แจ็คสัน โด่งดังมาตั้งแต่เป็นหนึ่งในสมาชิก Jackson 5 โดยหากนับเฉพาะผลงานเดี่ยว ไมเคิลมีผลงานกว่า 10 ชุด แต่สำหรับอัลบั้มที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเพลงในยุคก่อน ต้องยกให้กับอัลบั้ม Thriller ซึ่งเป็นผลงานอัลบั้มที่ 6 ของไมเคิล แจ็คสัน
อัลบั้มดังกล่าวออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ปี 1982 โดยนับตั้งแต่วันที่ออกวางจำหน่ายมาจนถึงวันนี้ อัลบั้ม Thriller ครองสถิติอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลกว่า 70 ล้านก็อปปี้ ซึ่งยังไม่มีผลงานของศิลปินคนไหนทำลายสถิตินี้ลงได้
อัลบั้ม Thriller บรรจุบทเพลงทั้งหมด 9 เพลง โดยมีเพลงที่ขึ้นไปติด Top 10 บน Billboard Hot 100 ได้ถึง 7 เพลง นอกจากนี้ตัวอัลบั้มยังได้รับรางวัล Grammy Awards โดยกวาดไปมากถึง 8 รางวัล
ความมหัศจรรย์ของ Thriller ยังส่งต่อมาที่มิวสิกวิดีโอ โดยมิวสิกวิดีโอเพลง Thriller ถือเป็นผลงานที่ฉีกขนบมิวสิกวิดีโอในยุคก่อนอย่างมาก มันมีความยาวถึง 14 นาที แถมยังเป็นการเล่าเรื่องแบบหนังสั้นผสมกับความเป็นมิวสิกวิดีโอ ถือเป็นมิติใหม่ และยกระดับการทำมิวสิกวิดีโอ ทำให้ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจงานมิวสิกวิดิโอของศิลปินกันมากขึ้นอีกด้วย
2.สถิติการติดท็อปชาร์ตอันน่ามหัศจรรย์
ไม่ใช่แค่ความโด่งดัง แต่ผลงานเพลงมากมายของ ไมเคิล แจ็คสัน ยังสร้างสถิติชนิดที่ศิลปินน้อยคนในโลกจะทำได้ ทั้งนี้ ไมเคิล แจ็คสัน ถือเป็นศิลปินคนแรกที่มีผลงานเพลงติด Top 10 บน Billboard Hot 100 ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา
เริ่มตั้งแต่ เพลง Got to Be There ในปี 1971 และเพลง Ben ในปี 1972 ต่อมาในยุค 1980 ที่เป็นช่วงพีคของเจ้าตัว ไมเคิลมีเพลงติด Top 10 บน Billboard มากมาย อาทิ Billie Jean, Beat It และ Thriller ผ่านมาในยุค 1990 เพลงดังอย่าง Black or White, Remember the Time และ You Are Not Alone ก็ขึ้นไปติดชาร์ตเช่นเดียวกัน
กระทั่งในยุค 2000 ก็มีเพลงอย่าง You Rock My World จากอัลบั้ม Invincible ขึ้นไปติดชาร์ต และในช่วงปี 2010 เพลง Love Never Felt So Good และผลานที่ไปร่วมฟีเจอริงในเพลง Don't Matter to Me ของ Drake ก็ขึ้นติดชาร์ต
แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุด คือ เพลง Thriller ที่เคยขึ้นไปติดชาร์ตในช่วงยุค 1980 ได้หวนกลับมาติด Top 10 ของ Billboard Hot 100 อีกครั้งในระหว่างปี 2025/2026 จากระแสเทศกาลฮาโลวีน จนทำใหพลงดังกล่าวกลับมาฮิตอีกครั้ง
ไมเคิล แจ็คสัน ได้รับการบันทึกว่า มีบทเพลงขึ้นอันดับ 1 มากถึง 13 เพลง แต่หากนับรวมในช่วงที่เจ้าตัวอยู่กับวง Jackson 5 ไมเคิลมีเพลงฮิตติดอันดับ 1 รวมทั้งสิ้น 17 เพลง ทั้งหมดสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ และความเป็นอมตะของเพลงไมเคิล แจ็คสัน อย่างแท้จริง

3.บทเพลงที่สร้างความน่าอัศจรรย์
ไมเคิล แจ็คสัน ปล่อยผลงานเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว จำนวนราว 200 เพลง แต่ภายหลังการเสียชีวิตของเจ้าตัว ได้ถูกค้นพบว่า มีเพลงเดโม และเพลงที่ถูกเก็บอาไว้ ที่ยังไม่ได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะอีกนับพันบทเพลง และในฐานะศิลปินเบอร์ต้นของโลก ไมเคิล แจ็คสันได้สร้างสถิติและการจดจำในเรื่องของบทเพลงมากมาย
- เพลง You are not alone ได้รับการบันทึกโดย Guinness World Records ว่า เป็นเพลงแรกในประวัติศาสตร์กว่า 62 ปีของ Billboard Hot 100 ที่สามารถเปิดตัวที่อันดับ 1 ได้ทันทีในสัปดาห์แรกที่เพลงออกวางจำหน่าย
- เพลง Billie Jean ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเพลงที่มียอดขายและการเปิดฟังสูงที่สุดตลอดกาล เพลงนี้ยังได้ชื่อว่า เป็นเพลงที่ทลายกำแพงสีผิวในวงการสื่อ แถมมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ยังถือเป็นมิวสิกวิดีโอศิลปินผิวดำเพลงแรกที่ได้ออกอากาศทางช่อง MTV จนเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ในอเมริกาในช่วงเวลานั้น
- เพลง Scream มิวสิกวิดีโอที่มีทุนสร้างสูงที่สุดในโลกตลอดกาล โดยใช้เงินสร้างถึง 7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถ้าเทียบค่าเงินปัจจุบันจำนวนจะอยู่ที่ราว 13-15 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 500 ล้านบาท)
- เพลง Thriller มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ สร้างสถิติเป็นมิวสิกวิดีโอที่ได้รับเสียงตอบรับ และประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล ความสมบูรณ์แบบของเอ็มวีเพลงนี้ ส่งผลให้ได้รับการคัดเลือกเก็บรักษาไว้ใน National Film Registry ของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ ในฐานะสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ
4.MJ กับท่าเต้นที่โลกไม่เคยลืม
นึกถึงไมเคิล แจ็คสัน ผู้คนทั่วโลกต้องจดจำ “ท่าเต้น” อันเป็นเอกลักษณ์ของราชาเพลงป็อปโลก เจ้าตัวได้ชื่อว่ามีโชว์ที่เต็มไปด้วยท่าเต้นอันชวนตื่นตาตื่นใจ และหลาย ๆ ท่าเต้นเหล่านั้น กลายเป็นท่าที่แฟนเพลงต้องหัดเต้นตาม ไม่ว่าจะเป็นท่า Moon walk ที่เป็นการเดินถอยหลังแต่ดูเหมือนกำลังก้าวไปข้างหน้า ท่าสุดคลาสสิกนี้เริ่มใช้แสดงครั้งแรกในปี 1983
ส่วนท่าที่ชวนมหัศจรรย์คงหนีไม่พ้น ท่า Anti Gravity Lean หรือ ท่าเต้นต้านแรงโน้มถ่วง ท่านี้เกิดขึ้นในมิวสิควิดีโอเพลง Smooth Criminal ไมเคิล แจ็คสันได้ทำท่าโน้มตัวไปข้างหน้า 45 องศา โดยที่ไม่ล้มคะมำไปที่พื้น กลายเป็นความมหัศจรรย์ที่ทำให้แฟน ๆ ตื่นตาตื่นใจ

ซึ่งท่านี้มีการใช้อุปกรณ์ช่วย โดยเป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ บริเวณส้นเท้าออกแบบให้เป็นร่องรูปตัว V เมื่อถึงจังหวะที่จะต้องเต้นท่านี้ จะมีหมุด หรือตะขอ โผล่ขึ้นมาจากพื้นเวทีในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ไมเคิล แจ็คสันจะเลื่อนส้นเท้าเข้าไปล็อกกับหมุดนั้นไว้ ทำให้สามารถโน้มตัวไปข้างหน้าได้โดยไม่ล้ม
แต่ถึงอย่างนั้น ท่านี้จำเป็นต้องได้รับการฝึกซ้อม รวมทั้งต้องมีกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่แข็งแรง ซึ่งไมเคิล แจ็คสัน และทีมเต้นของเขา ทำโชว์ออกมาได้อย่างแนบเนียน กลายเป็น “จุดขาย” และเป็น “ภาพจำ” ที่ยังอยู่ความทรงจำของแฟนเพลงมาถึงวันนี้
5.คอนเสิร์ต MJ สะท้านโลก กับสถิติสะทานโลกันต์
อีกหนึ่งความน่ามหัศจรรย์ที่ไมเคิล แจ็คสันได้ฝากไว้ในฐานะศิลปินระดับตำนาน นั่นคือ การแสดงคอนเสิร์ต ที่หากย้อนเวลากลับไป นี่คือหนึ่งในโชว์ที่ผู้คนทั่วโลกรอคอยที่จะได้ชมการแสดงของเขา ซึ่งไมเคิลก็ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง คอนเสิร์ตของเขาได้ชื่อว่าเป็นคอนเสิร์ตสุดอลังการ แถมยังสร้างสถิติเอาไว้ไม่น้อย
โดยในช่วงระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต Bad World Tour (ปี 1987 – 1989) ไมเคิล แจ็คสันและทีมงาน ตระเวณทัวร์คอนสิร์ตไปทั่วโลก จน Guinness World Records บันทึกไว้ว่า เป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดและมีผู้ชมมากที่สุดในขณะนั้น (รายได้ 125 ล้านดอลลาร์ จำนวนผู้ชม 4.4 ล้านคน) โดยเฉพาะกับการแสดงที่สนามเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งจัดรวมทั้งหมด 7 รอบ โชว์ครั้งนั้นมีผู้ชมรวมกว่า 504,000 คน
แต่หากถามว่า ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งไหนที่มีจำนวนผู้ชมมากที่สุด ต้องยกให้กับ History World Tour (ปี 1996-1997) มีจำนวนผู้ชมทั้งสิ้น 4.5 ล้านคน จากจำนวน 82 รอบการแสดง (หนึ่งในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย) ทำรายได้รวมไปกว่า 165 ล้านดอลลาร์
คอนเสิร์ตของไมเคิล แจ็คสัน เต็มไปด้วยลูกเล่น และความอลังการ ด้วยความยิ่งใหญ่ในโชว์ของเจ้าตัว จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง Pop Culture ในช่วงเวลาหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
6. โลกสะเทือน เมื่อวันสิ้นไมเคิล แจ็คสัน
ถึงจะเป็นศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไมเคิล แจ็คสัน มีผลงานยิ่งใหญ่จนสร้างอิมแพกต์ให้กับผู้คนบนโลก เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวใด จะข่าวดี หรือข่าวร้าย โลกต้องหันมองเสมอ หากว่านี่คือ ข่าวของไมเคิล แจ็คสัน
กระทั่งการจากไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ปี 2009 ในวัยเพียง 50 ปี ย้อนกลับไปวันนั้น ข่าวการเสียชีวิตของไมเคิล แจ็คสัน ทำให้เซิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google แทบล่ม โดยว่ากันว่า มีผู้คนเข้าไปดูประวัติของไมเคิล แจ็คสัน มากกว่าหนึ่งล้านครั้งในหนึ่งชั่วโมง นับเป็นสถิติสูงที่สุดของ “วิกิพีเดีย” ที่มีคนเข้าไปดูหัวข้อเดียวกันในวลาอันสั้น แถมยังมีคนเข้าไปแก้ไขรายละเอียดประวัติของไมเคิล แจ็คสัน มากถึง 500 ครั้งในชั่วข้ามคืน

สำนักข่าว CNN เคยรายงานว่า มีผู้คนเปิดเข้าไปดูหน้าเพจเรื่องการเสียชีวิตของเขา 20 ล้านครั้งในหนึ่งชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มมีการรายงานข่าวเรื่องการเสียชีวิต ชื่อของไมเคิล แจ็คสัน ถูกค้นหามากที่สุดในทวิตเตอร์ และถือเป็นครั้งแรก ๆ ที่การเผยแพร่ข่าวจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งอิทธิพลจนกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักในการรายงานข่าวอย่างที่ปรากฏในปัจจุบัน
7.มหัศจรรย์แม้ตัวจะจากไป แต่ชื่อและรายได้ยังไปต่อ
เพราะความยิ่งใหญ่ที่สร้างไว้ แม้ตัวจะจากไป เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2009 แต่ชื่อของ ไมเคิล แจ็คสัน ยังคงทรงพลัง สื่อต่างประเทศยังยกให้เขาเป็น Money Machine หรือเครื่องสร้างเงินตราอยู่เสมอ
นิตยสาร Forbes เคยรายงานเรื่องรายได้ของไมเคิล แจ็คสัน โดยเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา เจ้าตัวยังครองอันดับ 1 ในฐานะคนดังที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่ทำรายได้มากที่สุด โดยทำรายได้ไปถึง 105 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,600-3,800 ล้านบาท)

ทั้งนี้ รายได้ของไมเคิล แจ็คสัน เกิดจากยอดขายเพลง และลิขสิทธิ์เรื่องเสียงเพลงต่าง ๆ รวมถึงธุรกิจด้านเสียงเพลง อาทิ ATV Music Publishing, โชว์ Michael Jackson ONE, ละครบรอดเวย์ MJ The Musical ทั้งหมดล้วนมีเกี่ยวข้องกับไมเคิล แจ็คสัน ซึ่งยังทำรายได้อย่างมากมาย
นอกจากนี้นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา กองมรดกของไมเคิล แจ็คสัน ได้สร้างรายได้รวมไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.2 แสนล้านบาท นับเป็นความมหัศจรรย์ของคน ๆ หนึ่ง ที่แม้ตัวจะไม่อยู่ แต่ “มูลค่า” ของเขายังสูงล้น และไม่เสื่อมถอยลงแต่อย่างใด

ไม่ว่าจะนิยามว่า เป็นความมหัศจรรย์ หรือความยิ่งใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งหมดล้วนเกิดจากความสามารถของศิลปินคนหนึ่ง ที่แม้วันนี้เจ้าตัวจะไม่อยู่ แต่ด้วยผลงานอันเป็นคุณภาพ ทำให้ผู้คนยังไม่เคยลืมเลือนชื่อของเขา…ราชาแห่งเพลงป็อป ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ไมเคิล แจ็คสัน
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ









