เมื่อถึงหน้าฝนหลายคนอาจจะคิดว่าความเปียกชื้นจะช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุไฟไหม้ลงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วหน้าฝนก็มีความเสี่ยงไม่แพ้ฤดูกาลอื่น ๆ เพราะในยามใดที่ไฟฟ้าเจอกับน้ำ ย่อมก่อให้เกิดอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้
จากข้อมูลสถิติการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อัคคีภัย) ประจำปี 2568 จาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้แสดงให้เห็นว่ากลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนที่มีความแห้งแล้งสูง มีเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน ก็มีตัวเลขการเกิดอัคคีภัยที่พุ่งสูงไม่แพ้กัน ดังนั้นคงไม่เกินเลยไปนักที่จะบอกว่า หน้าฝนก็มีความเสี่ยงไฟไหม้ไม่ต่างไปจากหน้าร้อน
ความเสี่ยงและสาเหตุ ไฟไหม้ในหน้าฝน
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศมักจะมีความแปรปรวนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ที่ทำให้ระบบไฟฟ้าเกิดความขัดข้องและนำไปสู่เหตุการณ์ไฟไหม้ได้ง่ายกว่าปกติ โดยสาเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้ในหน้าฝน สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงคือปัจจัยเสี่ยง เร่งปฏิกิริยาทำให้เกิดไฟไหม้
- ฟ้าผ่า ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่ากลัวและก่อให้เกิดไฟไหม้ได้บ่อยครั้ง บ้านที่ตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือสูงกว่าบ้านบริเวณใกล้เคียง จะมีความเสี่ยงในการถูกฟ้าผ่ามากที่สุด และหากฟ้าผ่าลงมาที่ระบบสายไฟ หรือตัวบ้าน ความร้อนและพลังงานมหาศาลจะทำให้เกิดไฟลุกไหม้ลามได้อย่างรวดเร็ว
ไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ พ.ศ.2565 เกิดขึ้นในหน้าฝน สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร
- น้ำฝนหยดใส่อุปกรณ์ไฟฟ้า ฝนที่ตกหนักและตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้น้ำฝนหยดหรือซึมลงมาภายในบ้าน และตกลงสู่ปลั๊กไฟ เต้ารับ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ น้ำฝนจะเข้าไปแทรกซึมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือแผงวงจร ซึ่งจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลออกนอกเส้นทาง ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดการสะสมความร้อนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พลาสติกที่เป็นฉนวนหลอมละลายและลุกไหม้เป็นเปลวไฟในที่สุด นอกจากนี้ในบางพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังหรือพายุฝนสาดอย่างหนัก น้ำฝนอาจไหลเข้าไปถึงตัวมิเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ภายนอกบ้าน หรือแผงควบคุมวงจรส่วนกลาง เกิดเป็นประกายไฟจากการลัดวงจร ลุกไหม้ลามไปตามสายไฟ จนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
- ผลกระทบจากลมพายุ ลมพายุในหน้าฝนมักจะพัดเอากิ่งไม้ ต้นไม้ใหญ่ ให้หักโค่นลงมาทับสายส่งกระแสไฟฟ้า เมื่อสายไฟฟ้าถูกกระชากจนขาด หรือฉนวนหลุดลอกจนสายทองแดงด้านในสัมผัสกัน จะทำให้เกิดการสปาร์ก ปล่อยประกายไฟขนาดใหญ่ตกลงสู่พื้นดิน สร้างอันตรายให้กับผู้สัญจรไปมา หรือทำให้กระแสไฟฟ้าไหลกระชากอย่างรุนแรงเข้าไปในระบบไฟฟ้าของบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเกิดความร้อนสะสมจนระเบิดและลุกไหม้ได้เช่นกัน
สถิติตัวเลขการเกิดเหตุไฟไหม้ที่ยังคงพุ่งสูงตลอดช่วงหน้าฝน เป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยให้เราทุกคนหันกลับมาสำรวจความเรียบร้อยภายในบ้านของตนเอง การหมั่นตรวจสอบจุดเสี่ยงภายในบ้าน การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการติดตั้งระบบตัดไฟอัตโนมัติ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยับยั้งความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การป้องกันการเกิดไฟไหม้ในช่วงหน้าฝน
การป้องกันและเตรียมความพร้อมล่วงหน้าย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินให้ปลอดภัยจากเหตุไฟไหม้ในช่วงหน้าฝน โดยเราสามารถปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันได้ ดังต่อไปนี้
การเตรียมความพร้อมคือการป้องกันที่ดีที่สุด
- ตรวจสอบรอยรั่วของบ้าน ควรสำรวจหลังคา ฝ้าเพดาน หน้าต่าง และผนังบ้าน หากพบรอยแตกร้าวหรือจุดที่น้ำฝนสามารถหยดซึมเข้ามาได้ ให้รีบดำเนินการอุดรอยรั่วหรือซ่อมแซมให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหยดลงไปโดนอุปกรณ์ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง หรือเต้ารับที่อยู่ภายในบ้าน
ลดความเสี่ยงด้วยการปิดสวิตช์ และถอดปลั๊กในจุดที่ไม่ใช้งาน
- ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กในจุดที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน หากเกิดฝนตกหนัก ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด และควรดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกให้หมด เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ากระชากจากการถูกฟ้าผ่า ซึ่งอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าระเบิดและลุกไหม้ได้
- ติดตั้งสายล่อฟ้า และสายดิน บ้านที่ตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือสูงกว่าบ้านบริเวณใกล้เคียง ควรติดตั้งสายล่อฟ้าเพื่อดึงกระแสไฟฟ้าลงสู่ระบบสายดิน แทนการไหลผ่านโครงสร้างบ้าน และหมั่นตรวจสอบสายดิน ว่าไม่หลวม ชำรุด หรือเกิดสนิม เพื่อให้มั่นใจว่ากระแสไฟจะไหลลงดินได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดฟ้าผ่า
- จัดการสภาพแวดล้อมรอบบ้าน หากพบว่ามีกิ่งไม้ที่พาดผ่านไปใกล้กับแนวสายไฟฟ้ามากเกินไป ควรแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในพื้นที่ ให้เข้ามาช่วยตัดแต่งกิ่งไม้ให้พ้นจากระยะอันตราย ห้ามดำเนินการตัดต้นไม้บริเวณสายไฟด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด
- ติดตั้งระบบความปลอดภัย เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) มักจะถูกติดตั้งมาให้เรียบร้อยอยู่ในบ้านยุคใหม่ โดยจะติดตั้งอยู่ในตู้ควบคุมไฟหลัก แต่ในบ้านยุคเก่ามักจะไม่ได้มีการติดตั้งมาให้ ถือเป็นอุปกรณ์ที่สมควรติดตั้งเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ระบบไฟฟ้าภายในบ้านสามารถตัดกระแสไฟได้ทันที ช่วยยับยั้งการเกิดความร้อนสะสมจนไฟไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หมายเลขโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้
เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน สติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยหรือเกิดเหตุไฟไหม้ การโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยระงับเหตุร้ายไม่ให้บานปลาย โดยเมื่อเกิดเหตุให้เราพยายามควบคุมสติก่อนโทรแจ้ง บอกชื่อผู้แจ้ง สถานที่ หมายเลขติดต่อกลับให้ชัดเจนและละเอียดที่สุด พร้อมตอบคำถามให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์และเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือมาให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้ในโทรศัพท์ มีดังนี้
เจ้าหน้าพร้อมดูแลให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
- 199 แจ้งเหตุฉุกเฉิน เหตุไฟไหม้ ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- 1784 สายด่วน ขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- 1129 สายด่วน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สำหรับแจ้งเหตุสายไฟขาด เสาไฟล้ม ไฟฟ้าขัดข้อง พบเห็นประกายไฟจากหม้อแปลง ในพื้นที่ต่างจังหวัด ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- 1130 สายด่วน การไฟฟ้านครหลวง (MEA) สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- 191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว ไม่ว่าในยุคสมัยใดคำพูดคุ้นหูที่ได้ยินกันเป็นประจำคำนี้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกินเลย เพราะไฟไหม้มันพร้อมที่จะลุกลามและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ดังนั้นในหน้าฝนแบบนี้ขอให้เราหมั่นสังเกต และปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดี ที่จะช่วยปกป้องบ้าน ทรัพย์สิน และชีวิตของคนที่เรารัก ให้ปลอดภัยจากไฟไหม้ได้อย่างแท้จริง
ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติม
- ต้องทำอย่างไร ? หากเอกสารสำคัญถูกไฟไหม้หมด
- สถิติไฟไหม้ในไทย ปี 2562 - 2566
- ใช้ “ไฟฟ้า” หน้าฝน กับเรื่องต้องรู้ สู่การป้องกันอันตราย
- รู้จักการติดตั้ง “สายดิน” เลี่ยงถูกไฟดูด
อ้างอิง
- ศูนย์ข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)









