ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้มีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน (Summer) อุณหภูมิก็รังแต่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี จากรายงานล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศในเดือนมีนาคม - เมษายน 2569 ว่าช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ถึงกลางเดือนเมษายน 2569 จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วประเทศ และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะระดับ 42 - 43 องศาเซลเซียส ดังนั้น การเลือกผลไม้และผักที่เหมาะสม จึงเป็นวิธีธรรมชาติที่ดีที่สุดในการช่วยคลายร้อนและดูแลสุขภาพในช่วงหน้าร้อน
ผลไม้และผักแนะนำสำหรับหน้าร้อน — เลือกให้ถูก คลายร้อนได้จริง
1. แตงกวา
รู้หรือไม่ว่าแตงกว่าเป็นผลไม้เย็น ลดอุณหภูมิร่างกายได้ถึง 11°C
แตงกวาคือผักผลไม้ที่แนะนำอันดับต้น ๆ สำหรับฤดูร้อน เนื้อในของแตงกวามีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิภายนอกถึง 11 องศาเซลเซียส ช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายได้จริง และยังลดการสูญเสียน้ำเมื่ออากาศร้อนจัดอีกด้วย
- ปริมาณน้ำในผล~96% ของน้ำหนักสด สูงที่สุดในบรรดาผักผลไม้
- แคลอรีมีเพียง 16 kcal ต่อ 100 กรัม เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก
- สารอาหารในแตงกว่ามี วิตามิน K, C, โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
2. แตงโมและแคนตาลูป
ผลไม้คลายร้อนเบอร์ 1 ชดเชยน้ำได้ 95% โดยแตงโมและแคนตาลูปเป็น ผลไม้คลายร้อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีส่วนประกอบของน้ำสูงถึงร้อยละ 95 ช่วยทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปจากอากาศร้อน และยังมีสาร Lycopene ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ปกป้องเซลล์จากแสง UV
- แตงโมให้พลังงานเพียง 30 kcal ต่อ 100 กรัม แต่อุดมด้วยวิตามิน A และ C
- แคนตาลูปนั้นอุดมด้วยวิตามิน A และโพแทสเซียม ช่วยควบคุมความดันโลหิต
- เคล็ดลับแนะนำให้ แช่เย็นผลไม้ก่อนกิน จะเพิ่มความสดชื่นได้เป็นเท่าตัว
3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลายมักจะให้ผลด้านต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบจากแดด ไม่ว่าทั้งสตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่ และแบล็กเบอร์รี่ ล้วนเป็น ผลไม้ที่อุดมด้วยสารฟีนอลิกตามธรรมชาติ ช่วยลดการอักเสบจากการเผาไหม้ของแสงแดดในหน้าร้อน และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
- Anthocyanins สารสีม่วง-แดง ช่วยลดการอักเสบและปกป้องดวงตา
- วิตามิน C สูงซึ่งช่วยสร้างคอลลาเจน เสริมภูมิคุ้มกัน
- ไฟเบอร์สูง ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดความเสี่ยงท้องผูกจากอากาศร้อน
4. ฝรั่ง ผลไม้วิตามิน C สูงกว่าส้มถึง 4 เท่า
ฝรั่งเป็น ผลไม้ไทยที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัยและริ้วรอย เสริมภูมิต้านทาน วิตามิน C ในฝรั่ง 1 ลูก มีสูงถึง 228 mg มากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า
- วิตามิน C 228 mg ต่อฝรั่ง 1 ลูก (ส้มมีเพียง 53 mg)
- ไลโคปีนและเบต้าแคโรทีน ปกป้องผิวจาก UV
- โพแทสเซียม ช่วยควบคุมสมดุลเกลือแร่ที่เสียไปกับเหงื่อ
5. มะละกอ ผลไม้ไทยราคาถูก ช่วยย่อย เสริมภูมิคุ้มกัน
มะละกอเป็น ผลไม้คลายร้อนหาซื้อง่ายที่สุดในไทย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ทั้งวิตามิน C, E, เบต้าแคโรทีน และไลโคปีน ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
- มีเอนไซม์ Papainย่อยโปรตีนได้ดี ลดอาการท้องอืดในช่วงร้อน
- ไฟเบอร์สูงช่วยระบบขับถ่าย ลดความเสี่ยงโรคลำไส้
- ราคาถูก หาซื้อได้ง่ายตลอดปีในไทย เหมาะสำหรับทุกครัวเรือน
6. ผักโขม แหล่งแมกนีเซียม ปกป้องผิวและดวงตาจากแดด
ผักโขมอุดมด้วยน้ำและแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายสูญเสียไปพร้อมเหงื่อ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวและสายตาจากแสงแดด เหมาะนำมาปั่นรวมกับผลไม้เป็นสมูทตี้คลายร้อน
- แมกนีเซียม ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดตะคริว
- ลูทีนและซีแซนทีน ปกป้องดวงตาจากแสง UV
- เหล็กและโฟเลต บำรุงเลือด ช่วยให้ไม่อ่อนเพลียจากอากาศร้อน
7. มะเขือเทศ ผลไม้วิตามิน C สูง ช่วยระบบย่อยและป้องกันมะเร็ง
มะเขือเทศช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีวิตามิน C สูง ช่วยย่อยอาหารและระบบขับถ่าย สาร Lycopene ในมะเขือเทศสูงที่สุดเมื่อปรุงสุก ช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ด้วย
- Lycopene สูงที่สุดเมื่อปรุงสุก ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก
- โพแทสเซียม ควบคุมความดันโลหิต เหมาะสำหรับอากาศร้อน
- เคล็ดลับแนะนำ ให้ทำน้ำมะเขือเทศปั่นเย็นๆ เสิร์ฟเป็นผลไม้เครื่องดื่มคลายร้อนได้เลย
8. สะระแหน่ สมุนไพรเย็น มีเมนทอลระบายความร้อนจากธรรมชาติ
สะระแหน่เป็นสมุนไพรเย็นที่ช่วยบรรเทาอาการหวัด ขับเหงื่อระบายความร้อน สารเมนทอลให้ความรู้สึกเย็นสบาย ใช้ผสมกับผลไม้ปั่นหรือน้ำดื่ม เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยคลายร้อนได้ดีมาก
- สารเมนทอล ในสะระแหน่ให้ความรู้สึกเย็นสบายทันทีที่สัมผัส
- ชาสะระแหน่เย็น ผสมกับผลไม้สด เช่น มะนาว แตงกวา ให้ความสดชื่นสูงมาก
- สลัดผักผลไม้สด ช่วยเพิ่มสะระแหน่เพื่อกลิ่นหอมและความเย็น
4 ผลไม้ที่ต้องระวังในหน้าร้อน เพราะน้ำตาลสูง กินมากทำให้ร้อนใน

ผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลฟรักโทสสูง หากบริโภคมากไปจะทำให้รู้สึกร้อนใน ได้แก่
- ทุเรียน ให้ความร้อนสูง แคลอรีสูงถึง 147 kcal ต่อ 100 กรัม เป็นผลไม้ที่ต้องระมัดระวังที่สุด
- ละมุด น้ำตาลสูง กินมากทำให้ร้อนใน
- ลำไย น้ำตาลสูง ควรจำกัดปริมาณ
- ขนุน น้ำตาลและไฟเบอร์สูง กินมากเกินไปทำให้ท้องอืด
ข้อแนะนำ หากยังอยากกิน ผลไม้เหล่านี้ ให้ตามด้วยผลไม้ฤทธิ์เย็นอย่าง แตงโม หรือ มังคุด เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนใน โดยปริมาณผลไม้และผักที่แนะนำต่อวัน ควรกินดังนี้
| ผลไม้ / ผัก | ปริมาณ 1 ส่วน | จำนวนส่วนที่แนะนำต่อวัน |
| แตงโม | 6 ชิ้นคำ | 3–5 ส่วน |
| มะละกอ | 6 ชิ้นคำ | 3–5 ส่วน |
| ฝรั่ง | ครึ่งลูก | 3–5 ส่วน |
| ผักโขม / มะเขือเทศ | 2 ทัพพี | อย่างน้อยทุกมื้อ |
ดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับเหงื่อ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คู่กับผลไม้อย่างทุเรียน ต้องระวัง! เพราะร่างกายจะได้รับพลังงานสูง ซึ่งน้ำตาลสูงไม่ได้แค่ทำให้ร้อนใน แต่ยังเร่งการเผาผลาญจนร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว หากไม่ระวัง อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
รู้จักฮีทสโตรก (Heat Stroke) ภัยเงียบในหน้าร้อนที่อันตรายถึงชีวิต

นอกจากการเลือกกิน ผลไม้และผักคลายร้อน แล้ว ยังต้องระวังโรคฮีทสโตรก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
9 อาการฮีทสโตรกที่ต้องรู้ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ORS ช่วยได้
ในช่วงหน้าร้อน ความเสี่ยงของโรคท้องร่วงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอาหารและน้ำดื่ม เมื่อเกิดอาการท้องร่วง ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่สำคัญ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์ ออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการชดเชย อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรง อ่อนเพลีย และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
วิธีแก้ไขเบื้องต้นที่ได้ผลดีที่สุด คือการดื่ม โออาร์เอส (ORS: Oral Rehydration Salts) หรือสารละลายเกลือแร่ทดแทน ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป
วิธีเตรียมและดื่ม ORS อย่างถูกต้อง
ละลายผงเกลือแร่ ORS ในน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว โดยใช้ปริมาตรน้ำตามที่ระบุบนฉลากอย่างเคร่งครัด ห้ามเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความเข้มข้นของเกลือแร่ผิดสมดุล
ดื่มทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง อย่าดื่มครั้งละมาก เพราะอาจกระตุ้นให้คลื่นไส้อาเจียนได้
ควรดื่ม ORS ทันทีหลังเกิดอาการท้องร่วงแต่ละครั้ง ไม่ควรรอให้มีอาการขาดน้ำชัดเจนก่อน
สังเกตสีของปัสสาวะ หากเริ่มใสขึ้น แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอแล้ว
ข้อควรระวัง ORS เป็นเพียงการรักษาเบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการท้องร่วงรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด มีไข้สูง หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที
วิธีเลือกผลไม้และรับมืออากาศร้อนอย่างชาญฉลาด
การดูแลตัวเองในช่วงหน้าร้อนเริ่มต้นที่ การเลือกผลไม้และผักให้ถูกชนิด ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำ ดังนี้
- กินผลไม้และผักที่มีน้ำสูง เช่น แตงกวา แตงโม มะละกอ สะระแหน่ วันละ 3–5 ส่วน
- ดื่มน้ำเปล่า 8–10 แก้วต่อวัน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง
- จำกัดผลไม้น้ำตาลสูง เช่น ทุเรียน ลำไย ละมุด โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน
- สังเกตอาการผิดปกติ หากพบอาการฮีทสโตรกให้รีบพาผู้ป่วยเข้าร่ม ลดอุณหภูมิร่างกาย และนำส่งโรงพยาบาลทันที
- เตรียม ORS ไว้ที่บ้าน สำหรับรับมือกับภาวะขาดน้ำจากท้องร่วงหรืออากาศร้อนจัด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลไม้คลายร้อนในหน้าร้อน
Q1: ผลไม้ชนิดไหนคลายร้อนได้ดีที่สุดสำหรับคนไทย?
คำตอบ แตงโม แตงกวา และมะละกอ คือ 3 ผลไม้คลายร้อนที่ดีที่สุด เพราะมีน้ำสูง หาซื้อง่าย ราคาถูก และช่วยทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปกับเหงื่อได้อย่างรวดเร็ว ส่วนผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันด้วย แนะนำเพิ่มฝรั่งและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
Q2: กินผลไม้มากเกินไปในหน้าร้อนมีผลเสียไหม?
คำตอบ กินได้ แต่ต้องระวัง ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น แตงโม หากกินเกิน 5–6 ชิ้นต่อครั้งอาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งและท้องอืดได้ แนะนำให้กระจายผลไม้ออกเป็นมื้อย่อยตลอดวัน ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อน
Q3: ดื่มน้ำแค่ไหนถึงพอเมื่ออากาศร้อนจัด?
คำตอบ สำหรับผู้ใหญ่ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำ 8–10 แก้ว (ประมาณ 2–2.5 ลิตร) ต่อวัน หากออกกำลังกายหรืออยู่กลางแดดนานควรเพิ่มเป็น 3 ลิตรขึ้นไป สังเกตปัสสาวะ — หากเป็นสีเหลืองเข้มแสดงว่าร่างกายยังขาดน้ำ และควรสังเกตุอาการของโรคฮีทสโตรกไว้ด้วย
Q4: กินทุเรียนในหน้าร้อนแล้วควรกินผลไม้อะไรตาม?
คำตอบ หลังกินทุเรียนแนะนำให้กิน ผลไม้ฤทธิ์เย็นอย่างมังคุดหรือแตงโม เพราะช่วยถ่วงดุลความร้อนจากทุเรียนได้ดี รวมถึงดื่มน้ำเปล่าตามอย่างน้อย 2 แก้ว และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หลังกินทุเรียนเด็ดขาด
Q5: เด็กและผู้สูงอายุควรเลือกผลไม้คลายร้อนอย่างไร?
คำตอบ เด็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงขาดน้ำและฮีทสโตรกสูงกว่า ควรเน้น ผลไม้น้ำสูงที่ย่อยง่าย เช่น มะละกอ แตงโม และแตงกวา ดื่มน้ำสม่ำเสมอแม้ไม่รู้สึกกระหาย หลีกเลี่ยงออกกลางแดดช่วง 11.00–15.00 น. และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
บทความแนะนำอื่นๆ









