เม็ดมะม่วงหิมพานต์ท่าปลา หวานมันเต็มคำ อร่อยลำทุกเม็ด
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่อร่อย มัน กรอบ ในแบบที่คุณรู้จักนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เบื้องหลังทุกเม็ดคือความตั้งใจ ภูมิปัญญา และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันของชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่นี่คือ "วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย" แหล่งผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์คุณภาพสูงที่เลี้ยงคนทั้งอำเภอมากว่า 21 ปี
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ท่าปลา มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ชาวอำเภอท่าปลา ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อพยพมาจากการสร้างเขื่อนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2511 และต่อมาราวปี พ.ศ. 2520 ก็มีหน่วยงานนำเมล็ดพันธุ์มะม่วงหิมพานต์มาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก แต่ในช่วงแรกยังไม่มีใครรู้วิธีแกะหรือแปรรูป
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ "ตาบุญ" และ "ยายบุญ" ลองผิดลองถูกจนสามารถแกะเม็ดออกมาได้ เมื่อพบว่ารสชาติดีเยี่ยม จึงเริ่มนำไปขาย และราคาเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในยุคนั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้น ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ชาวบ้านจึงหันมาปลูกพร้อมกันทั้งอำเภอ จนปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกเกือบ 30,000 ไร่
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นี่ปลูกยังไง? ดูแลรักษาอย่างไร?
ต้นมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่นี้หลายต้นมีอายุกว่า 20 ปี แต่กิ่งที่ให้ผลผลิตจะถูกตัดแต่งใหม่ทุกปีหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ เพื่อให้กิ่งใหม่ผลิดอกออกผลได้อย่างสมบูรณ์
ข้อดีของการปลูกที่นี่:
- ดินปนหินในพื้นที่ช่วยให้รสชาติของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ไม่เหมือนที่ใด
- ไม่ต้องรดน้ำ พึ่งพาน้ำฝนตามธรรมชาติ
- ใส่เฉพาะปุ๋ยหมักจากเยื่อมะม่วงหิมพานต์ที่ผลิตเอง
- ไม่มีศัตรูพืชรุนแรง ปลอดภัย 100%
- ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ยาวนานถึง 40 - 50 ปี
- ระยะปลูก 8 x 8 เมตร ต่อไร่ประมาณ 25 ต้น
ช่วงเวลาของปีก็สำคัญ ต้นมะม่วงหิมพานต์จะเริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเก็บผลผลิตได้ราวปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งช่วงนี้ผลสุกจะร่วงลงพื้นเอง ไม่มีการสอยจากต้น เนื่องจากต้องการเก็บเฉพาะที่แก่เต็มที่เพื่อคุณภาพสูงสุด
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จากสวนถึงโรงผลิต ผ่านกระบวนการอะไรบ้าง?
นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์จากอำเภอท่าปลาแตกต่างจากที่อื่น กระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนล้วนต้องใช้ความชำนาญและความใส่ใจ
ขั้นที่ 1 - เก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จะถูกเก็บจากพื้น หลังจากร่วงเองตามธรรมชาติเท่านั้น จากนั้นบิดแยกเม็ดออกจากผล แล้วนำมาเตรียมสู่ขั้นตอนต่อไป
ขั้นที่ 2 - ตากแดด 3 วัน เพื่อคุณภาพเม็ดมะม่วงหิมพานต์
หลังเก็บมาแล้ว ต้องนำเม็ดไปตากแดดนาน 3 วัน โดยเกลี่ยให้กระจายทั่วลาน และพลิกกลับด้านทุกช่วงบ่ายเพื่อให้โดนแดดอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้ทำให้เม็ดมีสีอมชมพูสวยงาม และลดความชื้น ป้องกันเม็ดเน่าเสีย
ขั้นที่ 3 - ต้มเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในน้ำเดือด
ต้มเม็ดในน้ำเดือดนาน 15 - 20 นาที โดยใส่ครั้งละประมาณ 150 - 160 กิโลกรัม ห้ามใส่มากกว่านั้นเพราะเม็ดจะบวมและแน่นเกินไป เทคนิคสำคัญคือไม่เปลี่ยนน้ำใหม่ทั้งหมด ต้องเหลือน้ำเดิมไว้ราว 2 ส่วน เพื่อให้ยางสีดำจากเม็ดเคลือบผิวไว้ ทำให้เม็ดแข็งพอดีสำหรับการกระเทาะในขั้นต่อไป ส่วนน้ำยางที่เหลือยังมีสรรพคุณกำจัดปลวกได้อีกด้วย
ขั้นที่ 4 - กระเทาะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์
ใช้เครื่องกระเทาะที่ทำงานด้วยเท้าคล้ายจักรเย็บผ้า กดให้ฟันกระแทกเม็ดอย่างนุ่มนวล ต้องใช้ความชำนาญสูง หากกดแรงเกินไปจะทำให้เม็ดแตกซีกและลดราคาลง เปลือกที่ได้จากขั้นตอนนี้ยังสามารถส่งโรงงานไปทำส่วนผสมในผ้าเบรกรถยนต์ได้อีกด้วย
ขั้นที่ 5 - ตากหรืออบเม็ดมะม่วงหิมพานต์
หลังกระเทาะแล้ว นำเม็ดขาวไปตากแดดอีกอย่างน้อย 2 – 3 เดือน หรืออบด้วยตู้อบ (ครั้งละประมาณ 300 กิโลกรัม นาน 3 ชั่วโมง) เพื่อให้แห้งสนิทก่อนนำไปแปรรูปหรือจำหน่าย
ขั้นที่ 6 - คัดแยกและแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์
เม็ดสมบูรณ์และเม็ดซีกจะถูกคัดแยกออกจากกัน เม็ดสมบูรณ์นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ราคาสูง ส่วนเม็ดซีกนำไปประกอบหน้าคุกกี้หรือใช้ในการทำขนมต่าง ๆ เปลือกเยื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ กลับมาบำรุงต้นมะม่วงหิมพานต์ในสวน ไม่มีอะไรสูญเปล่าแม้แต่ชิ้นเดียว
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นี่มีกี่รสชาติ?
วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้แปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ออกมาหลากหลายรูปแบบ ได้แก่
- รสต้มยำ - รสชาติขายดีที่สุด เผ็ด เปรี้ยว เค็มนิดหน่อย เนื้อแน่น กรอบ นัวสุด
- รสมะม่วงกรอบแก้ว - มีส่วนผสมของงาขาวและงาดำ หวาน กรอบ หอม มัน
- ทอดธรรมชาติ - กรอบ หอม หวาน มัน ได้รสชาติแท้ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์
- น้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ - นำเม็ดไปอบแล้วปั่น ต้ม กรอง ไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม หวานจากธรรมชาติ
ก่อนทอดมีเคล็ดลับสำคัญคือต้องล้างเม็ดด้วยน้ำก่อน แล้วรีบนำลงกระทะทันที ไม่ทิ้งไว้นาน เพราะความชื้นจะช่วยให้สีสม่ำเสมอสวยงาม หลังทอด 15 นาทีแล้ว ต้องสลัดน้ำมันออกด้วยเครื่องสลัดฝั่งละ 1 นาที เพื่อให้กรอบและไม่อมน้ำมัน
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างไร?
จุดเริ่มต้นของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้มาจากประธานกลุ่ม (คุณแม่แอ๊ด) ที่เคยเป็นสาวโรงงานในชลบุรี เมื่อกลับมาบ้านเห็นว่ามีรถรับซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากชาวบ้านนำไปแปรรูปที่อื่น คนท่าปลาจึงแทบไม่ได้ประโยชน์ เธอจึงไปอบรมความรู้ ชวนเพื่อนมาร่วมกัน เริ่มต้นจากเพียง 3 – 4 คน จนปัจจุบันเติบโตมาเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกเกือบ 90% ของชุมชน
ทุกส่วนของกระบวนการผลิตสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ตั้งแต่ชาวสวนที่ปลูกและเก็บเกี่ยว ไปจนถึงผู้สูงอายุที่นั่งกระเทาะเม็ดที่บ้านได้รายได้กิโลกรัมละ 25 บาท และยังมีการรับซื้อเม็ดดิบจากชาวบ้านทั่วชุมชนในราคากิโลกรัมละ 300 – 360 บาท (เม็ดดิบ) และ 430 บาท (หลังแปรรูป) เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้ทั้งรายวันและรายปี
ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมะม่วงหิมพานต์ในอำเภอท่าปลามีเกือบ 30,000 ไร่ เม็ดที่เก็บเกี่ยวในแต่ละปีจะถูกสต็อกไว้แปรรูปตลอดทั้งปีจนถึงเดือนเมษายนปีถัดไป ให้ชาวบ้านมีงานทำต่อเนื่องไม่ขาดสาย
สรุป: ทำไมต้องเลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากอำเภอท่าปลา?
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่ใช่แค่ของกินธรรมดา แต่คือผลลัพธ์ของการทุ่มเทมากกว่า 21 ปีของชุมชนที่เชื่อมั่นในคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่ดินปนหินที่ให้รสชาติเฉพาะตัว กระบวนการผลิตที่ไม่ทิ้งสิ่งใดให้สูญเปล่า ไปจนถึงรายได้ที่กระจายไปถึงทุกคนในชุมชน
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่อร่อย มัน กรอบ ในแบบที่คุณรู้จักนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เบื้องหลังทุกเม็ดคือความตั้งใจ ภูมิปัญญา และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันของชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่นี่คือ "วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย" แหล่งผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์คุณภาพสูงที่เลี้ยงคนทั้งอำเภอมากว่า 21 ปี
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ท่าปลา มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ชาวอำเภอท่าปลา ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อพยพมาจากการสร้างเขื่อนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2511 และต่อมาราวปี พ.ศ. 2520 ก็มีหน่วยงานนำเมล็ดพันธุ์มะม่วงหิมพานต์มาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก แต่ในช่วงแรกยังไม่มีใครรู้วิธีแกะหรือแปรรูป
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ "ตาบุญ" และ "ยายบุญ" ลองผิดลองถูกจนสามารถแกะเม็ดออกมาได้ เมื่อพบว่ารสชาติดีเยี่ยม จึงเริ่มนำไปขาย และราคาเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในยุคนั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้น ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ชาวบ้านจึงหันมาปลูกพร้อมกันทั้งอำเภอ จนปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกเกือบ 30,000 ไร่
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นี่ปลูกยังไง? ดูแลรักษาอย่างไร?
ต้นมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่นี้หลายต้นมีอายุกว่า 20 ปี แต่กิ่งที่ให้ผลผลิตจะถูกตัดแต่งใหม่ทุกปีหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ เพื่อให้กิ่งใหม่ผลิดอกออกผลได้อย่างสมบูรณ์
ข้อดีของการปลูกที่นี่:
- ดินปนหินในพื้นที่ช่วยให้รสชาติของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ไม่เหมือนที่ใด
- ไม่ต้องรดน้ำ พึ่งพาน้ำฝนตามธรรมชาติ
- ใส่เฉพาะปุ๋ยหมักจากเยื่อมะม่วงหิมพานต์ที่ผลิตเอง
- ไม่มีศัตรูพืชรุนแรง ปลอดภัย 100%
- ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ยาวนานถึง 40 - 50 ปี
- ระยะปลูก 8 x 8 เมตร ต่อไร่ประมาณ 25 ต้น
ช่วงเวลาของปีก็สำคัญ ต้นมะม่วงหิมพานต์จะเริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเก็บผลผลิตได้ราวปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งช่วงนี้ผลสุกจะร่วงลงพื้นเอง ไม่มีการสอยจากต้น เนื่องจากต้องการเก็บเฉพาะที่แก่เต็มที่เพื่อคุณภาพสูงสุด
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จากสวนถึงโรงผลิต ผ่านกระบวนการอะไรบ้าง?
นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์จากอำเภอท่าปลาแตกต่างจากที่อื่น กระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนล้วนต้องใช้ความชำนาญและความใส่ใจ
ขั้นที่ 1 - เก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จะถูกเก็บจากพื้น หลังจากร่วงเองตามธรรมชาติเท่านั้น จากนั้นบิดแยกเม็ดออกจากผล แล้วนำมาเตรียมสู่ขั้นตอนต่อไป
ขั้นที่ 2 - ตากแดด 3 วัน เพื่อคุณภาพเม็ดมะม่วงหิมพานต์
หลังเก็บมาแล้ว ต้องนำเม็ดไปตากแดดนาน 3 วัน โดยเกลี่ยให้กระจายทั่วลาน และพลิกกลับด้านทุกช่วงบ่ายเพื่อให้โดนแดดอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้ทำให้เม็ดมีสีอมชมพูสวยงาม และลดความชื้น ป้องกันเม็ดเน่าเสีย
ขั้นที่ 3 - ต้มเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในน้ำเดือด
ต้มเม็ดในน้ำเดือดนาน 15 - 20 นาที โดยใส่ครั้งละประมาณ 150 - 160 กิโลกรัม ห้ามใส่มากกว่านั้นเพราะเม็ดจะบวมและแน่นเกินไป เทคนิคสำคัญคือไม่เปลี่ยนน้ำใหม่ทั้งหมด ต้องเหลือน้ำเดิมไว้ราว 2 ส่วน เพื่อให้ยางสีดำจากเม็ดเคลือบผิวไว้ ทำให้เม็ดแข็งพอดีสำหรับการกระเทาะในขั้นต่อไป ส่วนน้ำยางที่เหลือยังมีสรรพคุณกำจัดปลวกได้อีกด้วย
ขั้นที่ 4 - กระเทาะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์
ใช้เครื่องกระเทาะที่ทำงานด้วยเท้าคล้ายจักรเย็บผ้า กดให้ฟันกระแทกเม็ดอย่างนุ่มนวล ต้องใช้ความชำนาญสูง หากกดแรงเกินไปจะทำให้เม็ดแตกซีกและลดราคาลง เปลือกที่ได้จากขั้นตอนนี้ยังสามารถส่งโรงงานไปทำส่วนผสมในผ้าเบรกรถยนต์ได้อีกด้วย
ขั้นที่ 5 - ตากหรืออบเม็ดมะม่วงหิมพานต์
หลังกระเทาะแล้ว นำเม็ดขาวไปตากแดดอีกอย่างน้อย 2 – 3 เดือน หรืออบด้วยตู้อบ (ครั้งละประมาณ 300 กิโลกรัม นาน 3 ชั่วโมง) เพื่อให้แห้งสนิทก่อนนำไปแปรรูปหรือจำหน่าย
ขั้นที่ 6 - คัดแยกและแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์
เม็ดสมบูรณ์และเม็ดซีกจะถูกคัดแยกออกจากกัน เม็ดสมบูรณ์นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ราคาสูง ส่วนเม็ดซีกนำไปประกอบหน้าคุกกี้หรือใช้ในการทำขนมต่าง ๆ เปลือกเยื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ กลับมาบำรุงต้นมะม่วงหิมพานต์ในสวน ไม่มีอะไรสูญเปล่าแม้แต่ชิ้นเดียว
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นี่มีกี่รสชาติ?
วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้แปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ออกมาหลากหลายรูปแบบ ได้แก่
- รสต้มยำ - รสชาติขายดีที่สุด เผ็ด เปรี้ยว เค็มนิดหน่อย เนื้อแน่น กรอบ นัวสุด
- รสมะม่วงกรอบแก้ว - มีส่วนผสมของงาขาวและงาดำ หวาน กรอบ หอม มัน
- ทอดธรรมชาติ - กรอบ หอม หวาน มัน ได้รสชาติแท้ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์
- น้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ - นำเม็ดไปอบแล้วปั่น ต้ม กรอง ไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม หวานจากธรรมชาติ
ก่อนทอดมีเคล็ดลับสำคัญคือต้องล้างเม็ดด้วยน้ำก่อน แล้วรีบนำลงกระทะทันที ไม่ทิ้งไว้นาน เพราะความชื้นจะช่วยให้สีสม่ำเสมอสวยงาม หลังทอด 15 นาทีแล้ว ต้องสลัดน้ำมันออกด้วยเครื่องสลัดฝั่งละ 1 นาที เพื่อให้กรอบและไม่อมน้ำมัน
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างไร?
จุดเริ่มต้นของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้มาจากประธานกลุ่ม (คุณแม่แอ๊ด) ที่เคยเป็นสาวโรงงานในชลบุรี เมื่อกลับมาบ้านเห็นว่ามีรถรับซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากชาวบ้านนำไปแปรรูปที่อื่น คนท่าปลาจึงแทบไม่ได้ประโยชน์ เธอจึงไปอบรมความรู้ ชวนเพื่อนมาร่วมกัน เริ่มต้นจากเพียง 3 – 4 คน จนปัจจุบันเติบโตมาเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกเกือบ 90% ของชุมชน
ทุกส่วนของกระบวนการผลิตสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ตั้งแต่ชาวสวนที่ปลูกและเก็บเกี่ยว ไปจนถึงผู้สูงอายุที่นั่งกระเทาะเม็ดที่บ้านได้รายได้กิโลกรัมละ 25 บาท และยังมีการรับซื้อเม็ดดิบจากชาวบ้านทั่วชุมชนในราคากิโลกรัมละ 300 – 360 บาท (เม็ดดิบ) และ 430 บาท (หลังแปรรูป) เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้ทั้งรายวันและรายปี
ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมะม่วงหิมพานต์ในอำเภอท่าปลามีเกือบ 30,000 ไร่ เม็ดที่เก็บเกี่ยวในแต่ละปีจะถูกสต็อกไว้แปรรูปตลอดทั้งปีจนถึงเดือนเมษายนปีถัดไป ให้ชาวบ้านมีงานทำต่อเนื่องไม่ขาดสาย
สรุป: ทำไมต้องเลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากอำเภอท่าปลา?
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่ใช่แค่ของกินธรรมดา แต่คือผลลัพธ์ของการทุ่มเทมากกว่า 21 ปีของชุมชนที่เชื่อมั่นในคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่ดินปนหินที่ให้รสชาติเฉพาะตัว กระบวนการผลิตที่ไม่ทิ้งสิ่งใดให้สูญเปล่า ไปจนถึงรายได้ที่กระจายไปถึงทุกคนในชุมชน
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส




























































