การทำเกษตรกรรมในยุคปัจจุบันสามารถสร้างรายได้มหาศาลหากรู้จักพัฒนาและปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ สัตว์เศรษฐกิจทางเลือกที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองในขณะนี้คือปลาไหล ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดีและเข้าใจเทคนิคอย่างแท้จริง ก็สามารถยกระดับจากอาชีพในท้องถิ่นให้กลายเป็นธุรกิจส่งออกระดับสากลได้สำเร็จ
ทำความรู้จักสายพันธุ์ ปลาไหลไฮบริด โตไว เนื้อเยอะ
จุดเริ่มต้นความสำเร็จของการทำฟาร์มแห่งนี้มาจากการคิดค้นพัฒนาสายพันธุ์ปลาไหลไฮบริด ซึ่งเกิดจากการนำปลาไหลพันธุ์ไทย 100% ที่โดดเด่นในเรื่องความแข็งแรง ทนทานต่อโรค และตายยาก มาผสมผสานกับปลาไหลพันธุ์เวียดนาม ที่มีลักษณะตัวป้อม เนื้อเยอะ สีเหลืองสวย และเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
ผลลัพธ์ที่ได้จากการข้ามสายพันธุ์คือปลาไหลไฮบริด ที่ดึงข้อดีของทั้ง 2 สายพันธุ์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม คือมีความแข็งแรง, ทนโรค, โตเร็ว และมีสีสันที่สวยงาม เหมาะแก่การเลี้ยงเพื่อเชิงพาณิชย์และการบริโภค เนื่องจากเนื้อนุ่มเด้ง, สะอาด และไม่มีกลิ่นคาว
เทคนิคการสร้างบ่อ ปลาไหล ระบบน้ำใส มาตรฐานเวียดนาม
ภาพจำเดิมๆ ที่ว่าปลาไหลต้องอาศัยอยู่เฉพาะในโคลนกลิ่นเหม็น ถูกทำลายลงด้วยระบบ "การเลี้ยงน้ำใส" ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการไปศึกษาดูงานและฝึกงานที่ประเทศเวียดนามเป็นเวลานาน ข้อดีของการเลี้ยงระบบน้ำใสคือ เกษตรกรสามารถมองเห็นตัวปลา สังเกตพฤติกรรม และตรวจเช็กได้ทันทีว่าปลาเจ็บป่วยหรือมีตัวใดตายหรือไม่
สำหรับโครงสร้างบ่อพ่อแม่พันธุ์ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานเวียดนามดังนี้
- ขนาดบ่อ: กว้าง 2 เมตร ยาว 10 เมตร ขุดลึกลงไปในดินประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร
- การปูบ่อ: ใช้ผ้าใบสีส้มความหนาพิเศษนำเข้าจากโรงงานเวียดนาม ซึ่งมีความทนทานใช้งานได้ยาวนาน 4 - 5 ปี และช่วยให้สังเกตตัวปลาไหลได้ง่าย
- การจัดการดิน: ด้านบนเหนือน้ำจะทำเป็นคันดินโดยใช้ "ดินดำเหนียว" สั่งซื้อจากหน้าดินนาข้าว เนื่องจากดินเหนียวช่วยให้ปลาไหลขุดโพรงยึดเกาะได้ดี ไม่พังทลายง่ายเหมือนดินปนทรายในพื้นที่
ขั้นตอนการเพาะและดูแลลูกปลาไหลวัยอนุบาล
พฤติกรรมตามธรรมชาติของปลาไหล ตัวผู้จะขุดโพรงบริเวณริมตลิ่งปริ่มน้ำและสร้างวอร์ด (ฟองอากาศรวมกับน้ำเมือก) เพื่อให้ตัวเมียเข้ามาวางไข่ การปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะจำกัดปริมาณอยู่ที่ 25 - 30 กิโลกรัมต่อบ่อ (ประมาณ 200 ตัว) คัดสรรไซส์ที่มีความยาว 30 - 40 เซนติเมตร สมบูรณ์ และว่องไว
ขั้นตอนการเก็บไข่และการอนุบาลมีกระบวนการที่ละเอียดอ่อน
- การเตรียมตัว: ต้องหยุดให้อาหารพ่อแม่พันธุ์ล่วงหน้า 1 วันก่อนทำการขุดเก็บไข่ตามโพรงธรรมชาติ
- การทำความสะอาด: นำไข่ที่ตักได้มาล้างน้ำสะอาดประมาณ 2 - 3 รอบ คัดแยกสิ่งแปลกปลอม, กิ่งไม้, กิ่งหญ้า หรือใช้ไซริงค์ดูดไข่ที่ฝ่อออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- การฟักไข่: นำเข้าเครื่องฟักไข่ระบบน้ำหมุนเวียนเฉพาะของปลาไหลที่นำมาจากเวียดนาม โดยแรงดันน้ำจะทำให้ไข่เคลื่อนที่ตลอดเวลา ใช้เวลาไม่นานไข่สีส้มเข้มก็จะฟักเป็นตัว
- การอนุบาล: ช่วง 10 วันแรกคัดตัวที่แข็งแรงไว้และให้อาหารอ่อน (ไรน้ำ) พร้อมดูแลค่าน้ำ pH ให้อยู่ระหว่าง 6 - 8 เมื่ออายุได้ 2 เดือน จึงเริ่มให้กินอาหารผงโปรตีนสูง 50% ผสมปลาหมึกแห้งและปลาป่น และเมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไปจึงเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ด
โอกาสเติบโตของธุรกิจปลาไหล สู่การส่งออกระดับสากล
แม้ว่าในประเทศไทยปลาไหลอาจจะยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ที่หน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้รองรับเท่ากับกุ้งหรือปลานิล แต่ฟาร์มแห่งนี้สามารถยกระดับจนได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ทั้งพ่อพันธุ์และปลาเนื้อ รวมถึงใบ สอ.3 สำหรับการส่งออกเป็นฟาร์มแรก
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ปลาไหลไฮบริดสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมากมาย เช่น เกาหลี, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, แคนาดา และตุรกี โดยส่งออกทั้งแบบแช่แข็งฟรีซและแบบน็อกยาสลบส่งทางเครื่องบิน โดยเฉพาะกลุ่มตลาดไชน่าทาวน์ในประเทศต่าง ๆ ที่นิยมสั่งซื้อปลาไหลตัวสีเหลืองทอง เพราะมีความเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองและเงินทองไหลมาเทมา ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าปลาไหลไทยสามารถพัฒนาไปได้ไกล และเป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
การทำเกษตรกรรมในยุคปัจจุบันสามารถสร้างรายได้มหาศาลหากรู้จักพัฒนาและปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ สัตว์เศรษฐกิจทางเลือกที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองในขณะนี้คือปลาไหล ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดีและเข้าใจเทคนิคอย่างแท้จริง ก็สามารถยกระดับจากอาชีพในท้องถิ่นให้กลายเป็นธุรกิจส่งออกระดับสากลได้สำเร็จ
ทำความรู้จักสายพันธุ์ ปลาไหลไฮบริด โตไว เนื้อเยอะ
จุดเริ่มต้นความสำเร็จของการทำฟาร์มแห่งนี้มาจากการคิดค้นพัฒนาสายพันธุ์ปลาไหลไฮบริด ซึ่งเกิดจากการนำปลาไหลพันธุ์ไทย 100% ที่โดดเด่นในเรื่องความแข็งแรง ทนทานต่อโรค และตายยาก มาผสมผสานกับปลาไหลพันธุ์เวียดนาม ที่มีลักษณะตัวป้อม เนื้อเยอะ สีเหลืองสวย และเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
ผลลัพธ์ที่ได้จากการข้ามสายพันธุ์คือปลาไหลไฮบริด ที่ดึงข้อดีของทั้ง 2 สายพันธุ์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม คือมีความแข็งแรง, ทนโรค, โตเร็ว และมีสีสันที่สวยงาม เหมาะแก่การเลี้ยงเพื่อเชิงพาณิชย์และการบริโภค เนื่องจากเนื้อนุ่มเด้ง, สะอาด และไม่มีกลิ่นคาว
เทคนิคการสร้างบ่อ ปลาไหล ระบบน้ำใส มาตรฐานเวียดนาม
ภาพจำเดิมๆ ที่ว่าปลาไหลต้องอาศัยอยู่เฉพาะในโคลนกลิ่นเหม็น ถูกทำลายลงด้วยระบบ "การเลี้ยงน้ำใส" ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการไปศึกษาดูงานและฝึกงานที่ประเทศเวียดนามเป็นเวลานาน ข้อดีของการเลี้ยงระบบน้ำใสคือ เกษตรกรสามารถมองเห็นตัวปลา สังเกตพฤติกรรม และตรวจเช็กได้ทันทีว่าปลาเจ็บป่วยหรือมีตัวใดตายหรือไม่
สำหรับโครงสร้างบ่อพ่อแม่พันธุ์ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานเวียดนามดังนี้
- ขนาดบ่อ: กว้าง 2 เมตร ยาว 10 เมตร ขุดลึกลงไปในดินประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร
- การปูบ่อ: ใช้ผ้าใบสีส้มความหนาพิเศษนำเข้าจากโรงงานเวียดนาม ซึ่งมีความทนทานใช้งานได้ยาวนาน 4 - 5 ปี และช่วยให้สังเกตตัวปลาไหลได้ง่าย
- การจัดการดิน: ด้านบนเหนือน้ำจะทำเป็นคันดินโดยใช้ "ดินดำเหนียว" สั่งซื้อจากหน้าดินนาข้าว เนื่องจากดินเหนียวช่วยให้ปลาไหลขุดโพรงยึดเกาะได้ดี ไม่พังทลายง่ายเหมือนดินปนทรายในพื้นที่
ขั้นตอนการเพาะและดูแลลูกปลาไหลวัยอนุบาล
พฤติกรรมตามธรรมชาติของปลาไหล ตัวผู้จะขุดโพรงบริเวณริมตลิ่งปริ่มน้ำและสร้างวอร์ด (ฟองอากาศรวมกับน้ำเมือก) เพื่อให้ตัวเมียเข้ามาวางไข่ การปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะจำกัดปริมาณอยู่ที่ 25 - 30 กิโลกรัมต่อบ่อ (ประมาณ 200 ตัว) คัดสรรไซส์ที่มีความยาว 30 - 40 เซนติเมตร สมบูรณ์ และว่องไว
ขั้นตอนการเก็บไข่และการอนุบาลมีกระบวนการที่ละเอียดอ่อน
- การเตรียมตัว: ต้องหยุดให้อาหารพ่อแม่พันธุ์ล่วงหน้า 1 วันก่อนทำการขุดเก็บไข่ตามโพรงธรรมชาติ
- การทำความสะอาด: นำไข่ที่ตักได้มาล้างน้ำสะอาดประมาณ 2 - 3 รอบ คัดแยกสิ่งแปลกปลอม, กิ่งไม้, กิ่งหญ้า หรือใช้ไซริงค์ดูดไข่ที่ฝ่อออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- การฟักไข่: นำเข้าเครื่องฟักไข่ระบบน้ำหมุนเวียนเฉพาะของปลาไหลที่นำมาจากเวียดนาม โดยแรงดันน้ำจะทำให้ไข่เคลื่อนที่ตลอดเวลา ใช้เวลาไม่นานไข่สีส้มเข้มก็จะฟักเป็นตัว
- การอนุบาล: ช่วง 10 วันแรกคัดตัวที่แข็งแรงไว้และให้อาหารอ่อน (ไรน้ำ) พร้อมดูแลค่าน้ำ pH ให้อยู่ระหว่าง 6 - 8 เมื่ออายุได้ 2 เดือน จึงเริ่มให้กินอาหารผงโปรตีนสูง 50% ผสมปลาหมึกแห้งและปลาป่น และเมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไปจึงเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ด
โอกาสเติบโตของธุรกิจปลาไหล สู่การส่งออกระดับสากล
แม้ว่าในประเทศไทยปลาไหลอาจจะยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ที่หน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้รองรับเท่ากับกุ้งหรือปลานิล แต่ฟาร์มแห่งนี้สามารถยกระดับจนได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ทั้งพ่อพันธุ์และปลาเนื้อ รวมถึงใบ สอ.3 สำหรับการส่งออกเป็นฟาร์มแรก
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ปลาไหลไฮบริดสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมากมาย เช่น เกาหลี, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, แคนาดา และตุรกี โดยส่งออกทั้งแบบแช่แข็งฟรีซและแบบน็อกยาสลบส่งทางเครื่องบิน โดยเฉพาะกลุ่มตลาดไชน่าทาวน์ในประเทศต่าง ๆ ที่นิยมสั่งซื้อปลาไหลตัวสีเหลืองทอง เพราะมีความเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองและเงินทองไหลมาเทมา ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าปลาไหลไทยสามารถพัฒนาไปได้ไกล และเป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:




























































