เงาะตำบลเสี้ยว คือเงาะเมืองเลยที่กำลังกลายเป็นของขึ้นชื่อประจำถิ่น เพราะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวาน กรอบ และ "ร่อน" ไม่ติดเม็ด เดินทางไปตามถนนในตำบลเสี้ยว จังหวัดเลย จะเห็นเกษตรกรนำเงาะมาวางขายริมทางเต็มไปหมด รถที่ผ่านไปผ่านมามองเห็นก็มักจอดซื้อกันแทบทุกคัน บทความนี้พาไปรู้จักเงาะตำบลเสี้ยวแบบครบทุกมุม ตั้งแต่จุดเด่น เหตุผลที่อร่อย การปลูกดูแล เมนูแปรรูป ไปจนถึงราคาและวิธีเลือกซื้อ
เงาะตำบลเสี้ยว คืออะไร ของขึ้นชื่อริมทางเมืองเลย
เงาะตำบลเสี้ยวเป็นเงาะที่ปลูกในพื้นที่ตำบลเสี้ยว จังหวัดเลย และเป็นที่รู้จักในชื่อ "เงาะเมืองเลย" ชาวบ้านทั้งตำบลปลูกเงาะกันแทบจะทุกหลังคาเรือน รวมแล้วน่าจะมากกว่า 200 ราย จุดขายที่คุ้นตาที่สุดคือแผงเงาะริมทาง ซึ่งเกษตรกรจะเก็บเงาะมาแล้วนำมาวางขายเอง คนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมามองเห็นก็จอดซื้อทันที และเงาะที่วางขายตามทางเหล่านี้ล้วนเป็นเงาะเกรดเอที่ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว
จุดเด่นของเงาะตำบลเสี้ยว หวาน กรอบ ร่อนไม่ติดเม็ด
สิ่งที่ทำให้เงาะตำบลเสี้ยวต่างจากเงาะทั่วไป คือคำว่า "ร่อน" ซึ่งหมายถึงเนื้อเงาะไม่ติดเมล็ด แกะแล้วเนื้อหลุดล่อนออกจากเม็ดได้ง่าย จุดเด่นหลัก ๆ ที่คนกินติดใจได้แก่
- หวานกรอบ รสหวานกำลังดี ไม่หวานแหลม และมีความกรอบในตัว
- ร่อน ไม่ติดเม็ด เนื้อไม่ติดเมล็ด แกะง่าย บิดง่ายมาก
- เนื้อแห้ง ไม่อมน้ำ ไม่ฉ่ำน้ำ เปลือกแห้ง จึงกินได้เพลิน
คุณลักษณะเหล่านี้เองที่ทำให้เงาะตำบลเสี้ยวมีความอร่อยแตกต่างจากเงาะที่ปลูกในพื้นที่อื่น
ทำไมเงาะตำบลเสี้ยวถึงอร่อย ดินภูเขาไฟและอากาศเมืองเลย
ความอร่อยของเงาะตำบลเสี้ยวมาจากสภาพภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นโดยตรง จากผลการวิจัยของนักวิชาการเกษตร พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลเสี้ยวตั้งอยู่บน ดินภูเขาไฟเก่า ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส ประกอบกับสภาพอากาศของจังหวัดเลยที่มีความเย็นและความชื้นเหมาะสม อีกทั้งได้รับแสงแดดเต็มที่ จึงทำให้ผลไม้สะสมความหวานได้ดีกว่าเงาะที่ปลูกในพื้นราบทั่วไป
อีกปัจจัยสำคัญคือ ปริมาณฝนที่น้อย พื้นที่แถบนี้เป็นแบบแดดมากฝนน้อย ต่างจากแหล่งปลูกทางภาคใต้อย่างจันทบุรี ระยอง หรือสุราษฎร์ธานี ที่ฝนเยอะแบบ "ฝนแปดแดดสี่" เมื่อได้รับน้ำน้อย เนื้อเงาะจึงแห้งและไม่อมน้ำ ซึ่งนี่คือที่มาของความกรอบและรสหวานร่อนที่เป็นเอกลักษณ์
เงาะสามสีและสายพันธุ์ของเงาะตำบลเสี้ยว
เงาะตำบลเสี้ยวเป็นเงาะ สายพันธุ์โรงเรียน และมักถูกเรียกว่า "เงาะสามสี" เพราะในต้นเดียวกันจะเห็นเงาะได้ตั้งแต่สามสี ซึ่งแต่ละสีให้รสชาติต่างกัน
- เขียว (อมแดง) ออกเปรี้ยวมากกว่าหวาน
- เหลือง เนื้อฟู อมเปรี้ยว หวานน้อย
- แดง สุกเต็มที่ ถ้าแดงจัดจะฉ่ำเกินไป
รสที่อร่อยที่สุดคือช่วง เงาะสามสี ซึ่งหวานกรอบกำลังดี ถ้าสีแดงจัดเกินไปเนื้อจะฉ่ำเกิน ส่วนลูกที่ออกสีเหลืองมากกว่าแดงจะอมเปรี้ยวเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ชอบรสเปรี้ยวหรือชอบผลไม้หวานน้อย จึงถือว่าเงาะตำบลเสี้ยวมีให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน
การปลูกและดูแลเงาะตำบลเสี้ยวให้ได้คุณภาพ
การปลูกเงาะตำบลเสี้ยวมีรายละเอียดที่เกษตรกรในกลุ่มดูแลอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่ระยะปลูกไปจนถึงการจัดการศัตรูพืช
- ระยะปลูก เว้นระยะห่าง 8 x 8 เมตร เพราะเมื่อต้นโตขึ้น ใบจะแผ่ปกคลุมกันทั้งหมด
- ระยะให้ผล เงาะใช้เวลาราว 4 ปีจึงเริ่มให้ผลผลิต ระหว่างรอจึงปลูกพืชระยะสั้นเสริม เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง และชะอม
- การให้น้ำ รดน้ำ 2–3 วันครั้ง ครั้งละ 20–30 นาที ด้วยระบบมินิสปริงเกอร์ให้น้ำรอบทรงพุ่ม
- ศัตรูพืช ที่พบคือเชื้อแป้งซึ่งมากับมดและสภาพอากาศ ดูแลด้วยการทำความสะอาดแปลง เคลียร์วัชพืชให้แดดส่องถึงพื้น ไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของแมลง
เกร็ดน่ารู้: ชันโรงช่วยผสมเกสร
เกษตรกรปลูกชันโรงไว้ในสวนด้วย ในช่วง 10 – 15 วันแรกที่ดอกเงาะเริ่มบานและส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชันโรงจะบินเข้าไปตอมทั้งดอกตัวผู้และตัวเมียเพื่อเก็บน้ำหวาน กลายเป็นการช่วยผสมเกสรดอกเงาะไปในตัว และยังได้ผลพลอยได้เป็นน้ำผึ้งจากเกสรดอกเงาะอีกด้วย
ผลผลิตของเงาะตำบลเสี้ยวจะออกในช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม
น้ำหมักชีวภาพ เคล็ดลับบำรุงและไล่แมลงของเงาะตำบลเสี้ยว
สมาชิกกลุ่มใช้น้ำหมักชีวภาพเพื่อลดต้นทุนและไม่เป็นอันตราย โดยใช้วัตถุดิบที่เหลือในสวน แบ่งเป็นสองสูตรหลัก
สูตรบำรุงเพิ่มรสชาติ
ใช้ผลไม้สุกที่มีน้ำตาลอยู่แล้ว เช่น สับปะรดและกล้วย หั่นให้ละเอียด ยิ่งชิ้นเล็กยิ่งหมักได้เร็ว ผสมกากน้ำตาลและหัวเชื้อ (หากไม่มีให้ใช้ EM แทน) เติมน้ำเปล่า คนให้เข้ากันแล้วปิดฝา ประมาณ 3 วันกลับมาคนอีกครั้ง หมั่นดูจนครบราว 21 วันก็นำไปใช้บำรุงเงาะได้
สูตรไล่แมลง
ใช้วัตถุดิบที่มีกลิ่นเหม็น เช่น ฝักกัลปพฤกษ์ หญ้าสาบเสือ ใบยาสูบ และใบกะเพรา ผสมกากน้ำตาล หัวเชื้อ และน้ำประมาณ 10 ลิตร ปิดฝาไว้ 3 วันแล้วกลับ ครบ 21 วันจึงใช้ได้ อัตราส่วนใช้งานคือ 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 10 ลิตร ตัวน้ำหมักนี้ช่วยไล่เพลี้ยแป้งและแมลงปีกแข็งที่เป็นศัตรูพืชทำลายผลเงาะ โดยแมลงจะไม่ตายแต่หนีไป ใช้ได้กับทั้งผักและผลไม้ทุกชนิด
วิธีเก็บและเก็บรักษาเงาะตำบลเสี้ยวให้สดนาน
การเก็บเงาะตำบลเสี้ยวใช้ตะกร้าคู่กับเอียงสำหรับสะพาย ตะกร้าหนึ่งใบใส่ได้ประมาณ 10 กิโลกรัม เทคนิคของเกษตรกรคือเก็บเงาะพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไปในคราวเดียว จะได้ไม่ต้องกลับมาตัดแต่งอีกรอบให้เหนื่อยซ้ำ
- เก็บเป็นช่อ ถ้าสุกพร้อมกันทั้งช่อ จะตัดทั้งช่อแล้วมัดจุก
- เก็บเป็นลูก ถ้าสุกไม่พร้อมกัน จะปลิดเป็นลูกส่งลูกค้า
ทั้งสองแบบราคาเท่ากัน สำหรับการเก็บรักษา ถ้าวางไว้นอกตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 3 วันและสีจะเริ่มเปลี่ยน แต่ถ้าอยากถนอมผลและรักษาสีให้สดใสเหมือนเดิม ให้ใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อรักษาอุณหภูมิ จะอยู่ได้ราว 5–7 วัน ส่วนใบและกิ่งที่ตัดออกสามารถทิ้งไว้ใต้ต้นเพื่อเป็นปุ๋ยต่อไปได้เลย
เมนูแปรรูปจากเงาะตำบลเสี้ยว พะแนงเงาะ เงาะซ่อนรูป เงาะลอยแก้ว
นอกจากกินสด เงาะตำบลเสี้ยวยังนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง โดยเฉพาะลูกที่ไม่สวยก็นำมาทำเมนูสร้างมูลค่าเพิ่มได้
พะแนงเงาะ
เป็นเมนูที่สมาชิกกลุ่มคิดค้นเอง ทำโดยควักเม็ดเงาะออกแล้วนำไปต้มก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อออกรสเปรี้ยวเมื่อโดนความร้อน และทำให้เนื้อมีความหนึบ จากนั้นทำแกงพะแนงด้วยกะทิ พริกแกงพะแนง หมู และแต่งสีด้วยมะเขือพวงกับพริกชี้ฟ้า รสชาติออกมาละมุน ไม่เผ็ดจัด หวานนิด ๆ มีความมัน กัดเงาะเข้าไปได้ความหนึบและหวาน กินกับหมูเข้ากันดี
เงาะซ่อนรูป
นำเงาะมาควักเม็ดออก แล้วยัดไส้ด้วยสับปะรดหรือทุเรียน จากนั้นชุบแป้งทอด ไส้สับปะรดจะเปรี้ยวหวานลงตัว กรอบนอกฉ่ำใน กินเล่นเพลิน ส่วนไส้ทุเรียนจะครีมมี่ กรอบนุ่มหวานละมุน มีการจัดใส่เปลือกเงาะเพื่อความสวยงามอีกด้วย
เมนูอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังทำเป็นเงาะลอยแก้ว และเมนูอย่างเงาะซ่อนลูกชุบแป้งทอดได้เช่นกัน
กลุ่มแปลงใหญ่เงาะตำบลเสี้ยว มาตรฐาน GAP สู่ GI
เกษตรกรในพื้นที่รวมตัวกันเป็น กลุ่มแปลงใหญ่เงาะตำบลเสี้ยว และวิสาหกิจชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิก 39 ราย โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอเป็นพี่เลี้ยง เดิมทีต่างคนต่างปลูกต่างขาย คุณภาพและราคาแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน เมื่อมารวมกลุ่มกันจึงช่วยรักษามาตรฐาน ทำให้เงาะมีคุณภาพสม่ำเสมอ ต่อรองราคาได้ และได้ราคาดีขึ้น
ด้านมาตรฐาน เงาะตำบลเสี้ยวผ่านการรับรอง มาตรฐาน GAP (การปฏิบัติที่ดีสำหรับพืชอาหาร) จากกรมวิชาการเกษตร และกำลังขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ ช่องทางจำหน่ายมีทั้งขายริมทาง ขายออนไลน์ และมีแม่ค้ามารับไปขายต่อ โดยอาศัยจุดแข็งที่จังหวัดเลยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีสนามบิน และมีนักท่องเที่ยวขับรถผ่านเส้นทางนี้อยู่ตลอด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงาะตำบลเสี้ยว
A: เงาะตำบลเสี้ยวเก็บได้นานแค่ไหน
Q: วางไว้นอกตู้เย็นได้ประมาณ 3 วันและสีจะเริ่มเปลี่ยน หากใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาจะอยู่ได้ราว 5–7 วัน
A: เงาะตำบลเสี้ยวต่างจากเงาะทั่วไปอย่างไร
Q: ปลูกบนดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุ อากาศเย็นชื้นแดดเต็มที่ และฝนน้อย ทำให้เนื้อแห้งไม่อมน้ำ กรอบ หวาน และร่อนไม่ติดเม็ด
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เงาะตำบลเสี้ยว คือเงาะเมืองเลยที่กำลังกลายเป็นของขึ้นชื่อประจำถิ่น เพราะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวาน กรอบ และ "ร่อน" ไม่ติดเม็ด เดินทางไปตามถนนในตำบลเสี้ยว จังหวัดเลย จะเห็นเกษตรกรนำเงาะมาวางขายริมทางเต็มไปหมด รถที่ผ่านไปผ่านมามองเห็นก็มักจอดซื้อกันแทบทุกคัน บทความนี้พาไปรู้จักเงาะตำบลเสี้ยวแบบครบทุกมุม ตั้งแต่จุดเด่น เหตุผลที่อร่อย การปลูกดูแล เมนูแปรรูป ไปจนถึงราคาและวิธีเลือกซื้อ
เงาะตำบลเสี้ยว คืออะไร ของขึ้นชื่อริมทางเมืองเลย
เงาะตำบลเสี้ยวเป็นเงาะที่ปลูกในพื้นที่ตำบลเสี้ยว จังหวัดเลย และเป็นที่รู้จักในชื่อ "เงาะเมืองเลย" ชาวบ้านทั้งตำบลปลูกเงาะกันแทบจะทุกหลังคาเรือน รวมแล้วน่าจะมากกว่า 200 ราย จุดขายที่คุ้นตาที่สุดคือแผงเงาะริมทาง ซึ่งเกษตรกรจะเก็บเงาะมาแล้วนำมาวางขายเอง คนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมามองเห็นก็จอดซื้อทันที และเงาะที่วางขายตามทางเหล่านี้ล้วนเป็นเงาะเกรดเอที่ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว
จุดเด่นของเงาะตำบลเสี้ยว หวาน กรอบ ร่อนไม่ติดเม็ด
สิ่งที่ทำให้เงาะตำบลเสี้ยวต่างจากเงาะทั่วไป คือคำว่า "ร่อน" ซึ่งหมายถึงเนื้อเงาะไม่ติดเมล็ด แกะแล้วเนื้อหลุดล่อนออกจากเม็ดได้ง่าย จุดเด่นหลัก ๆ ที่คนกินติดใจได้แก่
- หวานกรอบ รสหวานกำลังดี ไม่หวานแหลม และมีความกรอบในตัว
- ร่อน ไม่ติดเม็ด เนื้อไม่ติดเมล็ด แกะง่าย บิดง่ายมาก
- เนื้อแห้ง ไม่อมน้ำ ไม่ฉ่ำน้ำ เปลือกแห้ง จึงกินได้เพลิน
คุณลักษณะเหล่านี้เองที่ทำให้เงาะตำบลเสี้ยวมีความอร่อยแตกต่างจากเงาะที่ปลูกในพื้นที่อื่น
ทำไมเงาะตำบลเสี้ยวถึงอร่อย ดินภูเขาไฟและอากาศเมืองเลย
ความอร่อยของเงาะตำบลเสี้ยวมาจากสภาพภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นโดยตรง จากผลการวิจัยของนักวิชาการเกษตร พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลเสี้ยวตั้งอยู่บน ดินภูเขาไฟเก่า ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส ประกอบกับสภาพอากาศของจังหวัดเลยที่มีความเย็นและความชื้นเหมาะสม อีกทั้งได้รับแสงแดดเต็มที่ จึงทำให้ผลไม้สะสมความหวานได้ดีกว่าเงาะที่ปลูกในพื้นราบทั่วไป
อีกปัจจัยสำคัญคือ ปริมาณฝนที่น้อย พื้นที่แถบนี้เป็นแบบแดดมากฝนน้อย ต่างจากแหล่งปลูกทางภาคใต้อย่างจันทบุรี ระยอง หรือสุราษฎร์ธานี ที่ฝนเยอะแบบ "ฝนแปดแดดสี่" เมื่อได้รับน้ำน้อย เนื้อเงาะจึงแห้งและไม่อมน้ำ ซึ่งนี่คือที่มาของความกรอบและรสหวานร่อนที่เป็นเอกลักษณ์
เงาะสามสีและสายพันธุ์ของเงาะตำบลเสี้ยว
เงาะตำบลเสี้ยวเป็นเงาะ สายพันธุ์โรงเรียน และมักถูกเรียกว่า "เงาะสามสี" เพราะในต้นเดียวกันจะเห็นเงาะได้ตั้งแต่สามสี ซึ่งแต่ละสีให้รสชาติต่างกัน
- เขียว (อมแดง) ออกเปรี้ยวมากกว่าหวาน
- เหลือง เนื้อฟู อมเปรี้ยว หวานน้อย
- แดง สุกเต็มที่ ถ้าแดงจัดจะฉ่ำเกินไป
รสที่อร่อยที่สุดคือช่วง เงาะสามสี ซึ่งหวานกรอบกำลังดี ถ้าสีแดงจัดเกินไปเนื้อจะฉ่ำเกิน ส่วนลูกที่ออกสีเหลืองมากกว่าแดงจะอมเปรี้ยวเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ชอบรสเปรี้ยวหรือชอบผลไม้หวานน้อย จึงถือว่าเงาะตำบลเสี้ยวมีให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน
การปลูกและดูแลเงาะตำบลเสี้ยวให้ได้คุณภาพ
การปลูกเงาะตำบลเสี้ยวมีรายละเอียดที่เกษตรกรในกลุ่มดูแลอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่ระยะปลูกไปจนถึงการจัดการศัตรูพืช
- ระยะปลูก เว้นระยะห่าง 8 x 8 เมตร เพราะเมื่อต้นโตขึ้น ใบจะแผ่ปกคลุมกันทั้งหมด
- ระยะให้ผล เงาะใช้เวลาราว 4 ปีจึงเริ่มให้ผลผลิต ระหว่างรอจึงปลูกพืชระยะสั้นเสริม เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง และชะอม
- การให้น้ำ รดน้ำ 2–3 วันครั้ง ครั้งละ 20–30 นาที ด้วยระบบมินิสปริงเกอร์ให้น้ำรอบทรงพุ่ม
- ศัตรูพืช ที่พบคือเชื้อแป้งซึ่งมากับมดและสภาพอากาศ ดูแลด้วยการทำความสะอาดแปลง เคลียร์วัชพืชให้แดดส่องถึงพื้น ไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของแมลง
เกร็ดน่ารู้: ชันโรงช่วยผสมเกสร
เกษตรกรปลูกชันโรงไว้ในสวนด้วย ในช่วง 10 – 15 วันแรกที่ดอกเงาะเริ่มบานและส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชันโรงจะบินเข้าไปตอมทั้งดอกตัวผู้และตัวเมียเพื่อเก็บน้ำหวาน กลายเป็นการช่วยผสมเกสรดอกเงาะไปในตัว และยังได้ผลพลอยได้เป็นน้ำผึ้งจากเกสรดอกเงาะอีกด้วย
ผลผลิตของเงาะตำบลเสี้ยวจะออกในช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม
น้ำหมักชีวภาพ เคล็ดลับบำรุงและไล่แมลงของเงาะตำบลเสี้ยว
สมาชิกกลุ่มใช้น้ำหมักชีวภาพเพื่อลดต้นทุนและไม่เป็นอันตราย โดยใช้วัตถุดิบที่เหลือในสวน แบ่งเป็นสองสูตรหลัก
สูตรบำรุงเพิ่มรสชาติ
ใช้ผลไม้สุกที่มีน้ำตาลอยู่แล้ว เช่น สับปะรดและกล้วย หั่นให้ละเอียด ยิ่งชิ้นเล็กยิ่งหมักได้เร็ว ผสมกากน้ำตาลและหัวเชื้อ (หากไม่มีให้ใช้ EM แทน) เติมน้ำเปล่า คนให้เข้ากันแล้วปิดฝา ประมาณ 3 วันกลับมาคนอีกครั้ง หมั่นดูจนครบราว 21 วันก็นำไปใช้บำรุงเงาะได้
สูตรไล่แมลง
ใช้วัตถุดิบที่มีกลิ่นเหม็น เช่น ฝักกัลปพฤกษ์ หญ้าสาบเสือ ใบยาสูบ และใบกะเพรา ผสมกากน้ำตาล หัวเชื้อ และน้ำประมาณ 10 ลิตร ปิดฝาไว้ 3 วันแล้วกลับ ครบ 21 วันจึงใช้ได้ อัตราส่วนใช้งานคือ 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 10 ลิตร ตัวน้ำหมักนี้ช่วยไล่เพลี้ยแป้งและแมลงปีกแข็งที่เป็นศัตรูพืชทำลายผลเงาะ โดยแมลงจะไม่ตายแต่หนีไป ใช้ได้กับทั้งผักและผลไม้ทุกชนิด
วิธีเก็บและเก็บรักษาเงาะตำบลเสี้ยวให้สดนาน
การเก็บเงาะตำบลเสี้ยวใช้ตะกร้าคู่กับเอียงสำหรับสะพาย ตะกร้าหนึ่งใบใส่ได้ประมาณ 10 กิโลกรัม เทคนิคของเกษตรกรคือเก็บเงาะพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไปในคราวเดียว จะได้ไม่ต้องกลับมาตัดแต่งอีกรอบให้เหนื่อยซ้ำ
- เก็บเป็นช่อ ถ้าสุกพร้อมกันทั้งช่อ จะตัดทั้งช่อแล้วมัดจุก
- เก็บเป็นลูก ถ้าสุกไม่พร้อมกัน จะปลิดเป็นลูกส่งลูกค้า
ทั้งสองแบบราคาเท่ากัน สำหรับการเก็บรักษา ถ้าวางไว้นอกตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 3 วันและสีจะเริ่มเปลี่ยน แต่ถ้าอยากถนอมผลและรักษาสีให้สดใสเหมือนเดิม ให้ใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อรักษาอุณหภูมิ จะอยู่ได้ราว 5–7 วัน ส่วนใบและกิ่งที่ตัดออกสามารถทิ้งไว้ใต้ต้นเพื่อเป็นปุ๋ยต่อไปได้เลย
เมนูแปรรูปจากเงาะตำบลเสี้ยว พะแนงเงาะ เงาะซ่อนรูป เงาะลอยแก้ว
นอกจากกินสด เงาะตำบลเสี้ยวยังนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง โดยเฉพาะลูกที่ไม่สวยก็นำมาทำเมนูสร้างมูลค่าเพิ่มได้
พะแนงเงาะ
เป็นเมนูที่สมาชิกกลุ่มคิดค้นเอง ทำโดยควักเม็ดเงาะออกแล้วนำไปต้มก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อออกรสเปรี้ยวเมื่อโดนความร้อน และทำให้เนื้อมีความหนึบ จากนั้นทำแกงพะแนงด้วยกะทิ พริกแกงพะแนง หมู และแต่งสีด้วยมะเขือพวงกับพริกชี้ฟ้า รสชาติออกมาละมุน ไม่เผ็ดจัด หวานนิด ๆ มีความมัน กัดเงาะเข้าไปได้ความหนึบและหวาน กินกับหมูเข้ากันดี
เงาะซ่อนรูป
นำเงาะมาควักเม็ดออก แล้วยัดไส้ด้วยสับปะรดหรือทุเรียน จากนั้นชุบแป้งทอด ไส้สับปะรดจะเปรี้ยวหวานลงตัว กรอบนอกฉ่ำใน กินเล่นเพลิน ส่วนไส้ทุเรียนจะครีมมี่ กรอบนุ่มหวานละมุน มีการจัดใส่เปลือกเงาะเพื่อความสวยงามอีกด้วย
เมนูอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังทำเป็นเงาะลอยแก้ว และเมนูอย่างเงาะซ่อนลูกชุบแป้งทอดได้เช่นกัน
กลุ่มแปลงใหญ่เงาะตำบลเสี้ยว มาตรฐาน GAP สู่ GI
เกษตรกรในพื้นที่รวมตัวกันเป็น กลุ่มแปลงใหญ่เงาะตำบลเสี้ยว และวิสาหกิจชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิก 39 ราย โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอเป็นพี่เลี้ยง เดิมทีต่างคนต่างปลูกต่างขาย คุณภาพและราคาแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน เมื่อมารวมกลุ่มกันจึงช่วยรักษามาตรฐาน ทำให้เงาะมีคุณภาพสม่ำเสมอ ต่อรองราคาได้ และได้ราคาดีขึ้น
ด้านมาตรฐาน เงาะตำบลเสี้ยวผ่านการรับรอง มาตรฐาน GAP (การปฏิบัติที่ดีสำหรับพืชอาหาร) จากกรมวิชาการเกษตร และกำลังขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ ช่องทางจำหน่ายมีทั้งขายริมทาง ขายออนไลน์ และมีแม่ค้ามารับไปขายต่อ โดยอาศัยจุดแข็งที่จังหวัดเลยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีสนามบิน และมีนักท่องเที่ยวขับรถผ่านเส้นทางนี้อยู่ตลอด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงาะตำบลเสี้ยว
A: เงาะตำบลเสี้ยวเก็บได้นานแค่ไหน
Q: วางไว้นอกตู้เย็นได้ประมาณ 3 วันและสีจะเริ่มเปลี่ยน หากใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาจะอยู่ได้ราว 5–7 วัน
A: เงาะตำบลเสี้ยวต่างจากเงาะทั่วไปอย่างไร
Q: ปลูกบนดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุ อากาศเย็นชื้นแดดเต็มที่ และฝนน้อย ทำให้เนื้อแห้งไม่อมน้ำ กรอบ หวาน และร่อนไม่ติดเม็ด
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส




























































