มหาอำนาจบ้านนา
มหาอำนาจบ้านนา

ปลาดุกแปลงร่าง สร้างรายได้ ลำไทรพัฒนา

หน้ารายการ
4 ต.ค. 69

ปลาดุก อาจดูเป็นปลาธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ที่ตำบลลำไทร จังหวัดปทุมธานี ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนปลาดุกหนึ่งตัวให้กลายเป็นสินค้าได้หลาย 10 อย่าง ทั้งปลาดุกเส้นเค็ม ปลาดุกเส้นหวาน ปลาดุกส้ม ปลาดุกแดดเดียว ปลาแผ่นกรอบ และหนังปลาดุกทอดกรอบ จนกลายเป็นรายได้ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งชุมชน

ปลาดุก จากตำบลลำไทร ปทุมธานี ต้นกำเนิดของชุมชนเลี้ยงปลาดุก

ตำบลลำไทรในจังหวัดปทุมธานีเดิมเป็นพื้นที่ทำนา แต่ปัจจุบันเต็มไปด้วยบ่อเลี้ยงปลาดุก จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงปลาดุกในย่านนี้เกิดจากโรงงานเชือดไก่ที่มาตั้งอยู่ในพื้นที่ โรงงานนำเนื้อไก่ไปขาย ส่วนเศษเหลือทิ้งอย่างกระดูกและแข้งไก่ก็นำมาบดเป็นอาหารให้ปลาดุกที่นำพันธุ์มาจากภาคใต้ ประกอบกับพื้นที่มีน้ำดีจากคลองชลประทานที่ไหลตลอดปี และดินอุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะกับการเลี้ยงปลาดุกเป็นอย่างยิ่ง

ปลาดุกบิ๊กอุย พันธุ์เลี้ยงง่ายโตไว เหมาะกับพื้นที่ลำไทร

ปลาดุกที่เลี้ยงกันในพื้นที่นี้คือปลาดุกบิ๊กอุย ซึ่งเลี้ยงง่ายและโตไว กำนันในพื้นที่เลี้ยงปลาดุกมานานกว่า 30 ปี ปลาดุกบิ๊กอุยเป็นสายพันธุ์เดียวกันทั้งหมด จึงไม่ต้องแยกเลี้ยงตัวผู้ตัวเมีย ลูกพันธุ์ปลาดุกจะซื้อมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ ตอนที่นำมาปล่อยมีอายุประมาณ 40 วัน ขนาดราว 2-3 นิ้ว

เทคนิคเลี้ยงปลาดุกให้เนื้อแน่นไร้กลิ่นคาว ด้วยอาหารสด

หัวใจของปลาดุกคุณภาพในพื้นที่นี้คือการให้อาหารสด เช่น ไส้ไก่และโครงไก่บด ซึ่งมีโปรตีนดีกว่าและช่วยให้ปลาดุกโตไว ที่สำคัญคือทำให้เนื้อปลาดุกไม่มีกลิ่นคาวและไม่มีกลิ่นสาบ การให้อาหารแบ่งเป็นช่วง ๆ ดังนี้

ช่วงเดือนแรกให้อาหารเม็ดผสมกับโครงไก่เพื่อปรับสภาพ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือนจึงเปลี่ยนมาให้โครงไก่บด และในเดือนสุดท้ายก่อนจับจะเพิ่มหัวไส้ไก่ เพื่อเพิ่มไขมันและทำให้เนื้อปลาดุกแน่น ปริมาณอาหารของแต่ละบ่อไม่เท่ากัน อย่างบ่อที่ปล่อยปลาห้าหมื่นตัว ช่วงใกล้จับอาจให้อาหารประมาณ 200 กิโลกรัม โดยค่อย ๆ ปรับปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

บ่อเลี้ยงปลาดุกและต้นทุนที่ต้องรู้ก่อนเริ่มเลี้ยง

บ่อเลี้ยงปลาดุกมาตรฐานของกลุ่มมีขนาด 40 x 40 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร โดยระดับน้ำจริงอยู่ที่ประมาณ 1.7 เมตร ปล่อยลูกปลาดุกบ่อละประมาณ 50,000 ตัว มีบ่อพักน้ำขนาด 50-60 ไร่ ที่รับน้ำจากคลองด้านหน้ามาสต็อกไว้ใช้ยามหน้าแล้ง บ่อเลี้ยงต้องขึงเอ็นเพื่อป้องกันนกกระยางที่มาจิกกินลูกปลาดุก เมื่อนกติดเอ็นตายก็จะทำให้นกตัวอื่นไม่กล้าเข้ามาอีก ผู้ที่สนใจเลี้ยงปลาดุกต้องเตรียมต้นทุนประมาณ 200,000 บาทขึ้นไปต่อบ่อ

วิธีจับและคัดไซส์ปลาดุก ด้วยเครื่องร่อนแยกขนาด

ปลาดุกไซส์ปลาย่างเลี้ยงประมาณ 6 เดือนก็จับได้ ส่วนไซส์โบ้ใช้เวลาประมาณ 7 เดือน ทำให้จับปลาดุกขายได้ปีละสองรอบ กำนันเจ้าของฟาร์มเลี้ยงกว่า 20 บ่อ และทยอยจับหมุนเวียนทุกเดือน ทำให้มีรายได้ทั้งปี

การจับปลาดุกจะล้อมอวนจากหัวบ่อแล้วลากมาทั้งบ่อ ใช้คนงานประมาณ 9 คน จากนั้นตักปลาดุกด้วยสวิงส่งเข้าเครื่องร่อนแยกไซส์ ซึ่งมีช่องเหล็กด้านบนกว้างและค่อย ๆ แคบลง ปลาตัวเล็กจะตกลงไปข้างล่างก่อน ส่วนปลาที่ได้ขนาดจะดิ้นไปจนถึงช่องที่เตรียมไว้ แยกเป็นไซส์โบ้ที่ตั้งแต่สองตัวต่อกิโลกรัมขึ้นไป ไซส์ปลาย่าง ไซส์ปลาเค็มที่ประมาณหกตัวต่อกิโลกรัม และปลาฝอยตัวเล็ก ก่อนจะนำใส่ตะกร้าไปชั่งน้ำหนัก

วิกฤตราคาปลาดุกตกต่ำ จุดเปลี่ยนสู่การแปรรูป

ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาปลาดุกเคยตกลงไปเหลือเพียง 15-18 บาทต่อกิโลกรัม บางครั้งเกษตรกรนำปลาดุกไปขายถึงสามตัน แต่ไม่มีใครรับซื้อ ต้องขนกลับมาปล่อยลงบ่อจนปลาดุกตายเสียหาย ในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้เห็นว่าแม่ของเจ้าของฟาร์มลองทำปลาเค็มขายในราคากิโลกรัมละ 150 บาท และขายได้ จึงเริ่มทดลองทำปลาดุกแปรรูป ปรับสูตรมาเรื่อย ๆ บางวันเค็มเกินไป บางวันไม่อร่อย จนได้สูตรที่ลงตัว

กลุ่มเกษตรกรนำผลิตภัณฑ์ไปขายในตลาดฟรีที่พัฒนาชุมชนจัดให้ ทั้งที่วัดและงานประชุมต่าง ๆ ก่อนจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อำเภอ ซึ่งทำให้ชื่อกลุ่มปรากฏในระบบ และเมื่อมีหน่วยงานต้องการสนับสนุนด้านปลาดุกก็จะเข้ามาหาโดยตรง

ปลาดุกหนึ่งตัวแปรรูปได้หลากหลาย ไม่มีเศษทิ้งเลย

ปลาดุกหนึ่งตัวของวิสาหกิจชุมชนลำไทรพัฒนาถูกนำไปใช้ประโยชน์ทุกส่วน โดยเริ่มจากปาดเนื้อสองข้างออกมาทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ปลาดุกน้ำหนัก 50 กิโลกรัมจะได้เนื้อประมาณ 18 กิโลกรัม สำหรับนำไปทำปลาดุกเส้นเค็ม ปลาดุกเส้นหวาน ปลาแผ่นทอด ทอดมัน และไส้กรอกปลา ส่วนตัวที่เหลือตัดสองข้างเพื่อทำปลาดุกแดดเดียว

ส่วนอื่น ๆ ก็ถูกนำไปแปรรูปต่อ ดังนี้

  • หนังปลาดุก ขูดเนื้อออก ล้างด้วยสารส้ม คลุกเกลือ ตากแห้ง แล้วทอดเป็นหนังปลาดุกกรอบ
  • เนื้อท้องปลาดุก นำไปทำปลาดุกส้ม ทอดแล้วเนื้อหนึบคล้ายหมูส้ม
  • มันปลาดุก นำไปเจียวเป็นน้ำมัน มีผู้รับซื้อไปกลั่นทำไบโอดีเซลหรืออาหารสัตว์
  • ก้างปลาดุก ต้มและตากแดด ขายให้ผู้นำไปทำปุ๋ย เพราะมีแคลเซียมสูง
  • หัวและเศษเหลือ นำไปโม่ทำอาหารสัตว์

สูตรลับปลาดุกแดดเดียว เคล็ดลับความอร่อยไม่คาว

ปลาดุกแดดเดียวของกลุ่มพัฒนามาจากปลาเค็มสมัยก่อนที่เค็มจัดจนต้องกินกับข้าวต้มหลายชาม ปัจจุบันเป็นปลาเค็มน้อยลงจนกินเพลิน ส่วนผสมมีเพียงสองอย่างคือเกลือและน้ำตาลทรายแดง โดยน้ำตาลทรายแดงช่วยเรื่องสีและให้ความหวานตามธรรมชาติ ส่วนเกลือต้องเป็นเกลือสินเธาว์ ไม่ใช่เกลือทะเลที่มีไอโอดีนผสม เพราะจะทำให้เค็มจัดเกินไป

เคล็ดลับที่กลุ่มเปิดเผยไม่มีกั๊กมีดังนี้

  1. ใช้เฉพาะปลาดุกสดที่จับมาแล้วพักหนึ่งคืน เพื่อให้ปลาคลายอาหารที่กินเข้าไปและกลิ่นคาวเริ่มลดลง
  2. คัดปลาที่ตายออก เพราะมีผลต่อกลิ่นและสีปลาไม่สวย
  3. ใช้ปลาสดเพื่อไม่ให้เลือดขังในกระดูก เวลาตากแมลงวันจะไม่ตอม
  4. ทดสอบความเค็มโดยดูว่าปลาลอยในน้ำเกลือหรือไม่ ถ้าปลาจมแสดงว่าเกลือน้อยเกินไป
  5. แช่ปลาในน้ำเกลือคลุมกะละมังไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  6. ล้างด้วยน้ำสารส้มเพื่อความสะอาด
  7. ตากในโรงตากอุณหภูมิ 45-50 องศา ไม่เกิน 60 องศา ประมาณสามชั่วโมง โดยวางหงายเนื้อขึ้นฟ้า เพราะหากคว่ำหนังจะร้อนจนเนื้อปลาข้างล่างสุกและเสีย
  8. ผึ่งลมให้ปลาคืนตัว ก่อนแพ็กสูญญากาศและแช่ช่องฟรีซรอจำหน่าย

เมนูอร่อยจากปลาดุก ทั้งผัดฉ่าและหนังปลาดุกทอดกรอบ

เนื้อปลาดุกจากลำไทรแน่นเต็มคำและไม่มีกลิ่นคาว จึงนำมาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างปลาดุกผัดฉ่า ที่ผัดพริกกับกระเทียมจนหอม ใส่เนื้อปลาดุก กระชาย ใบมะกรูด และพริกไทยอ่อน ได้รสเผ็ดร้อนหอมกระชาย ส่วนปลาดุกแดดเดียวทอดใช้ไฟปานกลาง วางด้านเนื้อลงก่อนแล้วใช้ตะหลิวกดไว้ไม่ให้ตัวปลาห่อ ทอดประมาณ 15 นาทีจนเหลืองทั้งสองด้าน ขายกิโลกรัมละ 140 บาท ไม่มีกระดูกกลางตัว กินเปล่า ๆ หรือกินกับข้าวต้มก็อร่อย

ขณะที่หนังปลาดุกทอดกรอบเป็นของกินเล่นที่กรอบมาก มีรสเค็มเล็กน้อย เคี้ยวเพลินจนกินได้ทั้งวัน

ปลาดุกแปลงใหญ่ พลังการรวมกลุ่มที่ทำให้ราคาปลาดุกดีขึ้น

ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนลำไทรพัฒนารวมตัวกับกลุ่มเลี้ยงปลาดุกหมู่อื่นในพื้นที่เป็น "ปลาดุกแปลงใหญ่" ทำให้ซื้ออาหารปลาได้ในราคาถูกลง มีแพปลามารับซื้อโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง และเมื่อรวมกลุ่มแล้วสามารถกำหนดราคาร่วมกับพ่อค้าได้ จากที่เคยถูกกดราคาจนเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท ตอนนี้ราคาปลาดุกขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 35-37 บาทต่อกิโลกรัม เกือบเท่าตัว

สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมและมีรายได้ปันส่วนกำไร รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนที่ได้มีอาชีพเสริม ความสำเร็จของปลาดุกลำไทรจึงไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการที่ทุกคนหันมารวมกลุ่ม ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน จนปลาดุกกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่หล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

วิดีโอแนะนำ

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย