ใครว่าการทำเกษตรต้องลำบากเสมอไป ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย อัยการเกษียณ และคนรุ่นใหม่ที่เคยทำงานในเมือง มารวมตัวกันปลูกไม้ประดับจนสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
ไม้ประดับ แหล่งผลิตสำคัญที่อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญ โดยสมาชิกในกลุ่มทำมาแล้วมากกว่า 50 ปี หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญคืออาจารย์น้อย ผู้มีพื้นที่ปลูกไม้ประดับกว่า 11 ไร่ แม้บางส่วนจะถูกแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยไปแล้วก็ตาม
3 กลุ่มไม้ประดับในสวนอาจารย์น้อย ตั้งแต่ไม้จัดสวน - ไม้หายาก
ไม้ประดับในสวนของอาจารย์น้อยแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือไม้จัดสวน ทั้งไม้จัดสวนกลางแดดและจัดสวนในร่ม กลุ่มที่สองคือไม้มงคล และกลุ่มที่สามคือไม้ด่างหรือไม้ประดับหายาก การแบ่งกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้การจัดการดูแลไม้ประดับแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของต้นไม้
เทคนิคดูแลไม้ประดับให้โตดี ด้วยสแลนกรองแสงที่เหมาะสม
หัวใจสำคัญของการปลูกไม้ประดับในร่มคือการเข้าใจเรื่องแสง เพราะไม้ประดับแต่ละชนิดต้องการปริมาณแสงต่างกัน จึงต้องใช้สแลนกรองแสงในสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น สแลนกรองแสง 70% หมายความว่าแสงจะผ่านเข้ามาได้เพียง 30% เท่านั้น ถ้าไม้ประดับได้รับแสงมากเกินไปขอบใบจะไหม้และสีจะซีด
ไม้ประดับมงคล ชื่อที่เพิ่มมูลค่าจากลักษณะของต้น
ไม้ประดับมงคลในสวนอาจารย์น้อยมีหลายชนิด เช่น ต้นรวยทรัพย์ เสน่ห์จันทร์ วาสนา 9 ชั้น เงินเต็มบ้าน มหาเศรษฐี โชคเก้าชั้น แสงจันทรา และพวงไข่มุก ชื่อของไม้ประดับมงคลเหล่านี้มักมาจากลักษณะของต้น เช่น ใบสีเงินก็ตั้งชื่อให้มีความหมายเรื่องเงินทอง การตั้งชื่อจึงถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ประดับ และทำให้ยอดขายดีขึ้นในกลุ่มคนที่มีความเชื่อด้านนี้
ไม้ประดับอายุยืน ข้อดีและข้อเสียที่คนปลูกต้องรู้
ไม้ประดับมีอายุขัยยาวกว่าไม้ดอกทั่วไป เพราะไม้ประดับจะเติบโตไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนกระถางและวัสดุปลูก แต่ข้อเสียที่ตามมาคือหากลูกค้าซื้อไปหนึ่งต้นแล้วต้นไม้ไม่ตาย ก็มักไม่กลับมาซื้อใหม่ ทำให้การขายไม้ประดับบางชนิดทำได้ยากกว่าที่คิด
พลังของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ประดับ
การรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับเกิดจากคนที่ทำไม้ประดับแต่ละคนมีความรู้เฉพาะด้านของตัวเอง เมื่อรวมกลุ่มกันแล้วหน่วยงานราชการก็สามารถเข้ามาส่งเสริมความรู้ได้ง่ายขึ้น เช่น ความรู้เรื่องโรคและแมลง การรวมกลุ่มยังทำให้กลายเป็นแหล่งรวมไม้ดอกไม้ประดับที่คนต้องการซื้อสามารถมาหาซื้อได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปหลายที่
ไม้ประดับกินได้อย่างส้มจี๊ด จากอัยการเกษียณสู่เกษตรกรไม้ประดับ
ลุงจุฬา สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ อัยการเกษียณอายุ ก่อนจะผันตัวมาปลูกส้มจี๊ด ซึ่งถือเป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่ทั้งกินผลและปลูกเพื่อความสวยงามได้ ชาวบ้านเชื่อว่าส้มจี๊ดมีสีเหลืองทองเหมือนเงินทองและนำโชคลาภมาให้ ขั้นตอนปลูกส้มจี๊ดต้องใช้ส่วนผสมมะพร้าวสับ ดิน แกลบดิบหมัก แกลบดำ และขี้วัวหมัก โดยใช้ต้นพันธุ์อายุประมาณสองเดือนย้ายลงกระถางขนาด 11 นิ้ว
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เทคนิคขยายพันธุ์ไม้ประดับให้ได้จำนวนมาก
อาจารย์น้อยมีความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโท และนำมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าให้กับไม้ประดับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกล้วยหอมมุงเยที่กินได้ทั้งเปลือก การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติจากหนึ่งกอจะได้เพียง 10-20 หน่อ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย แต่หากใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็จะได้จำนวนต้นมากขึ้นตามความต้องการ โดยหน่อกล้วยหอมมุงเยสามารถขายได้ถึงหน่อละ 500 บาท
ขั้นตอนเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม้ประดับ จากชิ้นส่วนเล็กสู่ต้นกล้านับหมื่น
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม้ประดับเริ่มจากตัดแต่งชิ้นส่วนของต้น เช่น ตายอดของกล้วย แล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยเครื่องที่ทำให้น้ำสั่นสะเทือนเพื่อให้สารละลายแทรกเข้าไปกำจัดเชื้อที่อาจติดอยู่ จากนั้นนำเข้าตู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เลี้ยงในสูตรอาหาร ซึ่งทำหน้าที่เหมือนปุ๋ย ระยะแรกเรียกว่า "สตาร์ท" ใช้เวลาประมาณ 7 วันเพื่อตรวจดูว่ามีเชื้อปนเปื้อนหรือไม่ หากไม่มีปัญหาผ่านไปประมาณ 2 เดือนจะแยกออกเป็นต้นใหม่ และขยายต่อไปเรื่อย ๆ จนได้จำนวนตามต้องการ หากต้องการจำนวนไม่มากใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน แต่หากต้องการมากถึงหลักพันต้นอาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปี
ราคาไม้ประดับจากเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ยิ่งเลี้ยงนานยิ่งมีมูลค่าสูง
ต้นกล้าไม้ประดับที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น ฟิโลเดนดรอน ใบมะละกอ เมื่อย้ายออกจากขวดเพาะเลี้ยงแล้วต้องล้างวุ้นที่ติดอยู่กับรากให้สะอาด เพื่อไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์มากินสารอาหารที่ติดอยู่จนทำให้ต้นไม้เน่า จากนั้นนำไปปลูกในวัสดุปลูกที่ผสมพีทมอสกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 และปิดฝาคุมความชื้นไว้ประมาณ 15-20 วันก่อนเปิดออก ในระยะแรกต้นทุนของกล้าไม้ประดับอยู่ที่ประมาณ 10 บาท ขายได้ 15 บาท แต่หากเลี้ยงต่อไปอีก 4 เดือนจะขายได้ถึง 50 บาท และถ้าเลี้ยงไปอีกเป็น 7 เดือนราคาจะขึ้นไปถึง 100 บาท ลูกค้าของไม้ประดับเหล่านี้มีทั้งคนที่เดินเข้ามาซื้อหน้าสวน สั่งทางไลน์ และลูกค้าต่างชาติอย่างเกาหลีและญี่ปุ่น ที่นิยมไม้ประดับตระกูลฟิโลเดนดรอนซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองของไทย
แหนแดงกับการปลูกไม้ประดับ ปุ๋ยธรรมชาติทดแทนปุ๋ยเคมี
อาจารย์น้อยทดลองเลี้ยงแหนแดงในถังหรือบ่อ โดยเลี้ยงประมาณ 15 วันแล้วตักออกไปตากแห้ง และใส่น้ำมูลวัวหมักให้ประมาณสัปดาห์ละครั้งเป็นอาหาร เมื่อนำแหนแดงไปผสมกับวัสดุปลูกไม้ประดับ พบว่าช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตดี ทรงพุ่มสวย ใบเขียว และมีแนวโน้มว่าจะสามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้ในอนาคต
ไม้ประดับแดดจัด ของน้องไอซ์ คนรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร
น้องไอซ์ สมาชิกอีกคนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ ที่ผันตัวมาทำไม้ประดับต่อจากพ่อแม่ โดยเน้นปลูกไม้ประดับที่ต้องการแดดจัด ต่างจากไม้ร่มของอาจารย์น้อย เช่น ตระกูลเข็มและตระกูลแก้ว อย่างเข็มชมพูแคระหรือเข็มพิษณุโลกที่มีดอกตลอดทั้งปี และแดงเศรษฐีที่ขายดีมาก น้องไอซ์มองว่าข้อดีของการปลูกไม้ดอกไม้ประดับคือมีราคาค่อนข้างตายตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าล้นตลาด เพราะบางครั้งกลับขาดตลาดด้วยซ้ำ สะท้อนให้เห็นว่าการทำเกษตรไม้ประดับในยุคใหม่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ได้ไม่แพ้อาชีพในเมือง
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ใครว่าการทำเกษตรต้องลำบากเสมอไป ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย อัยการเกษียณ และคนรุ่นใหม่ที่เคยทำงานในเมือง มารวมตัวกันปลูกไม้ประดับจนสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
ไม้ประดับ แหล่งผลิตสำคัญที่อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญ โดยสมาชิกในกลุ่มทำมาแล้วมากกว่า 50 ปี หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญคืออาจารย์น้อย ผู้มีพื้นที่ปลูกไม้ประดับกว่า 11 ไร่ แม้บางส่วนจะถูกแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยไปแล้วก็ตาม
3 กลุ่มไม้ประดับในสวนอาจารย์น้อย ตั้งแต่ไม้จัดสวน - ไม้หายาก
ไม้ประดับในสวนของอาจารย์น้อยแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือไม้จัดสวน ทั้งไม้จัดสวนกลางแดดและจัดสวนในร่ม กลุ่มที่สองคือไม้มงคล และกลุ่มที่สามคือไม้ด่างหรือไม้ประดับหายาก การแบ่งกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้การจัดการดูแลไม้ประดับแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของต้นไม้
เทคนิคดูแลไม้ประดับให้โตดี ด้วยสแลนกรองแสงที่เหมาะสม
หัวใจสำคัญของการปลูกไม้ประดับในร่มคือการเข้าใจเรื่องแสง เพราะไม้ประดับแต่ละชนิดต้องการปริมาณแสงต่างกัน จึงต้องใช้สแลนกรองแสงในสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น สแลนกรองแสง 70% หมายความว่าแสงจะผ่านเข้ามาได้เพียง 30% เท่านั้น ถ้าไม้ประดับได้รับแสงมากเกินไปขอบใบจะไหม้และสีจะซีด
ไม้ประดับมงคล ชื่อที่เพิ่มมูลค่าจากลักษณะของต้น
ไม้ประดับมงคลในสวนอาจารย์น้อยมีหลายชนิด เช่น ต้นรวยทรัพย์ เสน่ห์จันทร์ วาสนา 9 ชั้น เงินเต็มบ้าน มหาเศรษฐี โชคเก้าชั้น แสงจันทรา และพวงไข่มุก ชื่อของไม้ประดับมงคลเหล่านี้มักมาจากลักษณะของต้น เช่น ใบสีเงินก็ตั้งชื่อให้มีความหมายเรื่องเงินทอง การตั้งชื่อจึงถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ประดับ และทำให้ยอดขายดีขึ้นในกลุ่มคนที่มีความเชื่อด้านนี้
ไม้ประดับอายุยืน ข้อดีและข้อเสียที่คนปลูกต้องรู้
ไม้ประดับมีอายุขัยยาวกว่าไม้ดอกทั่วไป เพราะไม้ประดับจะเติบโตไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนกระถางและวัสดุปลูก แต่ข้อเสียที่ตามมาคือหากลูกค้าซื้อไปหนึ่งต้นแล้วต้นไม้ไม่ตาย ก็มักไม่กลับมาซื้อใหม่ ทำให้การขายไม้ประดับบางชนิดทำได้ยากกว่าที่คิด
พลังของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ประดับ
การรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับเกิดจากคนที่ทำไม้ประดับแต่ละคนมีความรู้เฉพาะด้านของตัวเอง เมื่อรวมกลุ่มกันแล้วหน่วยงานราชการก็สามารถเข้ามาส่งเสริมความรู้ได้ง่ายขึ้น เช่น ความรู้เรื่องโรคและแมลง การรวมกลุ่มยังทำให้กลายเป็นแหล่งรวมไม้ดอกไม้ประดับที่คนต้องการซื้อสามารถมาหาซื้อได้ในที่เดียว ไม่ต้องไปหลายที่
ไม้ประดับกินได้อย่างส้มจี๊ด จากอัยการเกษียณสู่เกษตรกรไม้ประดับ
ลุงจุฬา สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ อัยการเกษียณอายุ ก่อนจะผันตัวมาปลูกส้มจี๊ด ซึ่งถือเป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่ทั้งกินผลและปลูกเพื่อความสวยงามได้ ชาวบ้านเชื่อว่าส้มจี๊ดมีสีเหลืองทองเหมือนเงินทองและนำโชคลาภมาให้ ขั้นตอนปลูกส้มจี๊ดต้องใช้ส่วนผสมมะพร้าวสับ ดิน แกลบดิบหมัก แกลบดำ และขี้วัวหมัก โดยใช้ต้นพันธุ์อายุประมาณสองเดือนย้ายลงกระถางขนาด 11 นิ้ว
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เทคนิคขยายพันธุ์ไม้ประดับให้ได้จำนวนมาก
อาจารย์น้อยมีความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโท และนำมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าให้กับไม้ประดับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกล้วยหอมมุงเยที่กินได้ทั้งเปลือก การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติจากหนึ่งกอจะได้เพียง 10-20 หน่อ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย แต่หากใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็จะได้จำนวนต้นมากขึ้นตามความต้องการ โดยหน่อกล้วยหอมมุงเยสามารถขายได้ถึงหน่อละ 500 บาท
ขั้นตอนเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม้ประดับ จากชิ้นส่วนเล็กสู่ต้นกล้านับหมื่น
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม้ประดับเริ่มจากตัดแต่งชิ้นส่วนของต้น เช่น ตายอดของกล้วย แล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยเครื่องที่ทำให้น้ำสั่นสะเทือนเพื่อให้สารละลายแทรกเข้าไปกำจัดเชื้อที่อาจติดอยู่ จากนั้นนำเข้าตู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เลี้ยงในสูตรอาหาร ซึ่งทำหน้าที่เหมือนปุ๋ย ระยะแรกเรียกว่า "สตาร์ท" ใช้เวลาประมาณ 7 วันเพื่อตรวจดูว่ามีเชื้อปนเปื้อนหรือไม่ หากไม่มีปัญหาผ่านไปประมาณ 2 เดือนจะแยกออกเป็นต้นใหม่ และขยายต่อไปเรื่อย ๆ จนได้จำนวนตามต้องการ หากต้องการจำนวนไม่มากใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน แต่หากต้องการมากถึงหลักพันต้นอาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปี
ราคาไม้ประดับจากเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ยิ่งเลี้ยงนานยิ่งมีมูลค่าสูง
ต้นกล้าไม้ประดับที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น ฟิโลเดนดรอน ใบมะละกอ เมื่อย้ายออกจากขวดเพาะเลี้ยงแล้วต้องล้างวุ้นที่ติดอยู่กับรากให้สะอาด เพื่อไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์มากินสารอาหารที่ติดอยู่จนทำให้ต้นไม้เน่า จากนั้นนำไปปลูกในวัสดุปลูกที่ผสมพีทมอสกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 และปิดฝาคุมความชื้นไว้ประมาณ 15-20 วันก่อนเปิดออก ในระยะแรกต้นทุนของกล้าไม้ประดับอยู่ที่ประมาณ 10 บาท ขายได้ 15 บาท แต่หากเลี้ยงต่อไปอีก 4 เดือนจะขายได้ถึง 50 บาท และถ้าเลี้ยงไปอีกเป็น 7 เดือนราคาจะขึ้นไปถึง 100 บาท ลูกค้าของไม้ประดับเหล่านี้มีทั้งคนที่เดินเข้ามาซื้อหน้าสวน สั่งทางไลน์ และลูกค้าต่างชาติอย่างเกาหลีและญี่ปุ่น ที่นิยมไม้ประดับตระกูลฟิโลเดนดรอนซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองของไทย
แหนแดงกับการปลูกไม้ประดับ ปุ๋ยธรรมชาติทดแทนปุ๋ยเคมี
อาจารย์น้อยทดลองเลี้ยงแหนแดงในถังหรือบ่อ โดยเลี้ยงประมาณ 15 วันแล้วตักออกไปตากแห้ง และใส่น้ำมูลวัวหมักให้ประมาณสัปดาห์ละครั้งเป็นอาหาร เมื่อนำแหนแดงไปผสมกับวัสดุปลูกไม้ประดับ พบว่าช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตดี ทรงพุ่มสวย ใบเขียว และมีแนวโน้มว่าจะสามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้ในอนาคต
ไม้ประดับแดดจัด ของน้องไอซ์ คนรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร
น้องไอซ์ สมาชิกอีกคนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ ที่ผันตัวมาทำไม้ประดับต่อจากพ่อแม่ โดยเน้นปลูกไม้ประดับที่ต้องการแดดจัด ต่างจากไม้ร่มของอาจารย์น้อย เช่น ตระกูลเข็มและตระกูลแก้ว อย่างเข็มชมพูแคระหรือเข็มพิษณุโลกที่มีดอกตลอดทั้งปี และแดงเศรษฐีที่ขายดีมาก น้องไอซ์มองว่าข้อดีของการปลูกไม้ดอกไม้ประดับคือมีราคาค่อนข้างตายตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าล้นตลาด เพราะบางครั้งกลับขาดตลาดด้วยซ้ำ สะท้อนให้เห็นว่าการทำเกษตรไม้ประดับในยุคใหม่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ได้ไม่แพ้อาชีพในเมือง
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส




























































