มหาอำนาจบ้านนา
มหาอำนาจบ้านนา

ชากาขาว เอกลักษณ์แห่งเมืองเวียงกาหลง

หน้ารายการ
18 ต.ค. 69

ชากาขาว คือชาจากไร่เกษตรอินทรีย์ในเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ทำจากใบของต้นมะกล่ำตาหนูหรือมะกล่ำเครือ ใบชามีรสหวานชุ่มคอโดยธรรมชาติ คล้ายหญ้าหวาน และมีกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ ผู้ปลูกบอกว่าไม่เคยเห็นชาชนิดนี้ที่อื่น มีที่เวียงกาหลงที่เดียว

ชากาขาว คืออะไร? ชาจากใบมะกล่ำตาหนู

ชากาขาวเป็นชาที่ทำจากใบมะกล่ำเครือหรือมะกล่ำตาหนู ไร่ชาตั้งอยู่ในศูนย์ปฏิบัติธรรมเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นไร่ชาเศรษฐกิจพอเพียงที่อยู่ในความดูแลของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเวียงกาหลง

มะกล่ำตาหนูเป็นพืชตระกูลถั่ว มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยขึ้นไป เมล็ดเป็นสีแดงเหมือนตาหนู จึงเป็นที่มาของชื่อมะกล่ำตาหนู มีข้อมูลเล่าว่าในประเทศจีนเรียกชานี้ว่า "ชาฮ่องเต้" หรือ "ชาจักรพรรดิ" เพราะเป็นของที่เฉพาะฮ่องเต้เท่านั้นที่ได้ดื่ม

ผู้ปลูกเล่าว่าต้นมะกล่ำตาหนูพบได้ตามธรรมชาติมานานแล้ว หลายคนเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่เพิ่งรู้ภายหลังว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่คนรุ่นปู่ย่าตายายมาโดยตลอด ส่วนพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นชานั้น มีผู้เล่าว่าคุณยายที่มาปฏิบัติธรรมได้กล้าพันธุ์มาจากไต้หวัน แล้วส่งต่อให้กลุ่มสมาชิกดูแลต่อ

ที่มาของชื่อ ชากาขาว และตำนานแม่กาขาวเวียงกาหลง

ชื่อ "ชากาขาว" มีที่มาสองทางที่ผู้ปลูกเล่าไว้

  • ที่มาจากผู้คนในพื้นที่: เมื่อนำมะกล่ำตาหนูมาปลูกในท้องถิ่นที่ผู้คนนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรม จึงเรียกว่า "ชากาขาว"
  • ที่มาจากตำนาน: เล่าว่าเป็นตำนานเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ และแม่กาเผือกที่มาหลงอยู่ที่นี่ จึงเป็นที่มาของชื่อกาขาว

ตำนานแม่กาขาวนี้ยังเป็นเรื่องเล่าประจำเมืองเก่าเวียงกาหลงอีกด้วย

รสชาติและสรรพคุณของชากาขาว

ใบชากาขาวมีรสหวานชุ่มคอ ผู้ชิมเปรียบว่าหวานโดดขึ้นมาคล้ายหญ้าหวาน และมีกลิ่นเมนทอลเล็กน้อย ผู้ปลูกเล่าว่าใบอ่อนที่เด็ดกินสดได้ก็หวานชุ่มคอ แต่หวานน้อยกว่าใบเขียวแก่

สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนระบุสรรพคุณของชากาขาวไว้ดังนี้

  • ช่วยลดไขมัน
  • ช่วยลดความดัน
  • ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้เป็นเบาหวาน
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล
  • ทำให้ชุ่มคอและช่วยขับเสมหะ

สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากผู้ผลิต ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำ

คำเตือนก่อนดื่มชากาขาว: ใช้เฉพาะใบ ห้ามกินเมล็ด

ชากาขาวทำจากใบเท่านั้น ส่วนเมล็ดมะกล่ำตาหนูมีพิษร้ายแรงถึงชีวิต สารพิษคือสารอะบริน (abrin) ซึ่งจะแตกตัวเมื่อเคี้ยวเมล็ด อาการเริ่มจากอาเจียน ท้องเสียเป็นเลือด ลามไปถึงตับและไต จนอวัยวะล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้ เมล็ดมีสีแดงสวยคล้ายลูกกวาด ผู้ปกครองควรระวังไม่ให้เด็กหยิบเข้าปาก

วิธีเก็บและขั้นตอนทำชากาขาวแบบเวียงกาหลง

ชากาขาวทำด้วยมือทุกขั้นตอน และเป็นเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่เพาะปลูกจนบรรจุผลิตภัณฑ์

การเก็บใบชากาขาว

  • เก็บเฉพาะ ใบเขียวแก่พอประมาณ แล้วรูดใบลงมา ไม่เก็บใบอ่อน เพราะใบอ่อนมีน้ำมากแต่ความหวานน้อย
  • เก็บทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 11.00 น. ช่วงบ่ายนวดและตากใบ หากเก็บใบช่วงบ่ายจะปิดงานไม่ทัน ใบชาจะค้างคืนและนวดยาก
  • 1 ต้น อยู่ได้ประมาณ 4-5 ปี จากนั้นเครือจะแห้งและเก็บยาก จึงต้องตัดต้นเก่าทิ้ง รากยังอยู่ในดินและแตกเป็นต้นใหม่ ซึ่งเก็บง่ายและไม่มีใบแห้งปน
  • ปลูกห่างกันประมาณหนึ่งศอก และไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพียงสัปดาห์เศษต่อครั้ง

การนวดและตากใบชา

  1. ตากแดดครั้งแรก ประมาณหนึ่งชั่วโมง ดูว่าใบเริ่มกรอบแล้วต้องรีบนวด เพราะถ้าแห้งเกินไปจะนวดไม่ได้
  2. คัดใบ เอาใบเหลืองออก ส่วนก้านจะนวดไปด้วยแล้วค่อยแยกออกทีหลังก็ได้
  3. นวดด้วยแรงมือ ให้ใบยวบ แล้วนำไปตากแดด
  4. นวดและตากสลับกัน รวม 3 รอบ เคล็ดลับของชากาขาวเวียงกาหลงอยู่ที่การนวดเพื่อดึงความหวานออกมา และการตากเพื่อไล่ความชื้น ทำสลับกันจนได้ชาที่หอมและหวานลงตัว

การคั่วและบรรจุ

นำใบแห้งไปคั่วด้วยไฟอ่อนประมาณ 1 ชั่วโมง จนใบสุก ออกสีเหลืองน้ำตาล และมีกลิ่นหอม จากนั้นบรรจุถุงเพื่อจำหน่ายหรือนำไปชง เมื่อสมาชิกเก็บกันครบทุกคน จะได้ใบสดสิบกว่ากิโลกรัม ใบสดประมาณ 3 กิโลกรัมจะได้ใบแห้งประมาณ 1 กิโลกรัม

วิธีปลูกต้นชากาขาวตั้งแต่เพาะเมล็ด - ลงแปลง

การปลูกชากาขาวในไร่เวียงกาหลงมีขั้นตอนดังนี้

1. เตรียมดินปลูก ผสมดิน 2 ส่วน กับแกลบหมักมูลวัว 1 ส่วน และใช้น้ำ EM ประมาณ 250 CC ต่อน้ำ 10 ลิตร

2. รอฝักและเมล็ด ต้นจะออกดอกก่อน แล้วเริ่มเป็นฝักภายในประมาณ 1 เดือน จากนั้นรอราว 3 - 4 เดือนจนฝักแก่และแตก

3. แยกและคัดเมล็ด ทุบฝักเพื่อแยกเมล็ดออก แล้วแช่น้ำ เมล็ดที่ลอยคือเมล็ดอ่อนไม่แข็งแรงให้ทิ้ง เลือกเฉพาะเมล็ดที่จม

4. แช่และบ่มให้รากงอก แช่น้ำ 1 คืนจนเมล็ดพองตัว แล้วห่อผ้าเปียกทิ้งไว้อีก 1 คืนที่อุณหภูมิปกติ จนรากงอก

5. ใส่ถุงเพาะ ใช้ดินที่ผสมไว้ แหย่เป็นรูแล้วใส่เมล็ดถุงละประมาณ 3 เม็ด วางรากลง กลบดินเบาๆ ไม่ต้องแน่น

6. ย้ายลงแปลง ประมาณหนึ่งเดือนกว่า ต้นกล้าก็พร้อมปลูก รองหลุมด้วยปุ๋ยหมักจากแกลบและมูลวัว แล้วกลบดินให้แน่นนิดหน่อย รดน้ำ

เนื่องจากเป็นไม้เลื้อย ต้องทำร่มหรือหลักให้เถาเกาะยึด ใช้เวลาราว 2 เดือนเถาก็ยาวพันขึ้นไปได้

ส่วนรากของต้นเก่าที่แห้งไปสามารถกลายเป็นปุ๋ยได้

วิธีชงชากาขาวร้อนและชากาขาวน้ำผึ้งมะนาว

ชากาขาวร้อน

ใส่ใบชาในกาน้ำชาเหมือนชาทั่วไป เช่น ชาอู่หลงหรือชาเขียว น้ำแรกใช้ราดแล้วเทน้ำทิ้ง จากนั้นเทน้ำร้อนใหม่ลงไป ไม่ต้องแช่นาน เพราะใบชากาขาวโดนน้ำร้อนก็บานและน้ำชาจะเข้มเร็ว ผู้ชิมบอกว่าน้ำชาเข้มแต่ยังคงกลิ่นหอมสดชื่นและความหวานชุ่มคอ

ชากาขาวน้ำผึ้งมะนาว

เหมาะกับอากาศร้อน ใส่น้ำผึ้งลงในแก้วก่อน ตามด้วยน้ำมะนาว แล้วเติมน้ำชากาขาว จะได้รสหวานนุ่มชุ่มคอ กลิ่นมะนาวและน้ำผึ้งเข้ากับกลิ่นชาได้ดี

เมนูอาหารจากชากาขาว นอกจากดื่มเป็นชา

ใบชากาขาวนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง

  • ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสชากาขาว: ต้มใบชาประมาณ 20 นาที น้ำซุปจะหวานตามธรรมชาติ ไม่ต้องใส่น้ำตาลกรวด ผู้ทำเปรียบว่าคล้ายน้ำต้มกระดูกหมู แต่เป็นอาหารมังสวิรัติ ปรุงด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว ใส่ลูกชิ้นโปรตีนเกษตร
  • พล่าชากาขาวชุบแป้งทอด: ใบชาชุบแป้งทอดกรอบ ปรุงด้วยมะนาว น้ำพริกเผา และพริก ได้รสชาติสามรส
  • ไข่เจียวใบชากาขาว: ใส่ใบชาลงในไข่เจียว หอมและช่วยตัดรสอาหารจัดจ้าน

ต้นกล้าอ่อนกินสดได้เช่นกัน แต่ผู้ปลูกเล่าว่ารสชาติไม่อร่อยนัก

ยาหม่องชากาขาว ผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากชากาขาว

อีกผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากชากาขาวคือยาหม่องชากาขาว ทำโดยหมอยุ แพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกรรมไทย ตามข้อมูลของผู้ผลิต ใช้แก้ปวดเส้น ปวดข้อและกระดูก และใช้กับโรคผิวหนังได้

วัตถุดิบและขั้นตอนโดยสรุปคือ

  1. เคี่ยวใบและก้านชากาขาวกับน้ำมันพืชหรือน้ำมันงา
  2. ผสมกับการบูร เมนทอล พิมเสน พาราฟิน และวาสลีนที่ละลายไว้
  3. ใส่น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันกานพลู และน้ำมันเขียว
  4. แต่งสีเล็กน้อย กรอง แล้วแต่งกลิ่นด้วยกลิ่นซากุระ
  5. พักให้เซ็ตตัวประมาณ 20 นาที

วิสาหกิจชุมชนเวียงกาหลง: คนเบื้องหลังชากาขาว

ชากาขาวดูแลโดยสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเวียงกาหลง ซึ่งหลายคนเป็นผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมหรือพักใจที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแล้วอยู่ต่อ สมาชิกมาจากหลายจังหวัด เช่น กาฬสินธุ์, ลำปาง, อุบลราชธานี, นครปฐม และกรุงเทพฯ

กลุ่มตั้งขึ้นเพื่อสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ได้มีงานทำโดยไม่ต้องออกไปทำงานที่อื่น สมาชิกเล่าว่าการอยู่รวมกลุ่มทำให้ไม่ต้องดิ้นรนแข่งขันข้างนอก ทำงานและทานข้าวด้วยกัน ปรึกษากันได้ และมีรายได้เพิ่มขึ้น สมาชิกบางคนยังบอกว่าการอยู่กับธรรมชาติและกินอาหารปลอดสารเคมีเหมือนเป็นยารักษาใจและกาย

กลุ่มต้องการให้ชากาขาวเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ปัจจุบันมีนักเรียน นักศึกษา และเกษตรอำเภอมาศึกษาดูงาน และกลุ่มสอนให้ผู้สนใจนำเมล็ดพันธุ์ไปเพาะปลูกต่อยอดได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชากาขาว

Q: ชากาขาวทำจากอะไร?
A: ทำจากใบมะกล่ำเครือหรือมะกล่ำตาหนู ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดเถาเลื้อย

Q: ชากาขาวกินได้ทุกส่วนไหม?
A: ไม่ได้ ใช้เฉพาะใบ เมล็ดมีพิษร้ายแรงถึงชีวิต ห้ามเคี้ยวหรือกินเด็ดขาด

Q: ชากาขาวรสชาติเป็นอย่างไร?
A: หวานชุ่มคอตามธรรมชาติ คล้ายหญ้าหวาน มีกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ

Q: ชากาขาวมีที่ไหนบ้าง?
A: ตามคำบอกเล่าของผู้ปลูก มีที่เวียงกาหลงที่เดียว เพราะเก็บและนวดยาก

สรุป ชากาขาว ชาหายากที่เกิดจากพลังชุมชน

ชากาขาวเป็นชาจากใบมะกล่ำตาหนูที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในเวียงกาหลง จังหวัดเชียงราย จุดเด่นคือรสหวานชุ่มคอตามธรรมชาติ และขั้นตอนทำด้วยมือที่ต้องนวดและตากสลับกันถึงสามรอบ นอกจากชงดื่มแล้วยังนำไปทำอาหารและยาหม่องได้ ก่อนลองควรจำไว้ว่าใช้เฉพาะใบ และห้ามกินเมล็ดเด็ดขาด

ชากาขาวยังเป็นตัวอย่างของวิสาหกิจชุมชนที่ช่วยสร้างงานและรายได้ให้คนในพื้นที่ หากมีโอกาสไปเยือนเวียงกาหลง ลองแวะชิมชากาขาวและฟังตำนานแม่กาขาวถึงถิ่นกำเนิดได้เลย

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

วิดีโอแนะนำ

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย