คอลเซนเตอร์หลอกเปิดร้านขายออนไลน์ สูญเงินเกือบ 9 แสน
ภัยออนไลน์ยังคงระบาดหนัก ล่าสุด หญิงวัย 57 ปี ชาว จ.นนทบุรี ตกเป็นเหยื่อขบวนการคอลเซนเตอร์ที่ใช้กลอุบายหลอกให้ลงทุนโปรโมตร้านขายหนังสือออนไลน์ โดยอ้างว่าจะช่วยเพิ่มยอดการมองเห็นและสร้างกำไร
เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินต่อเนื่องหวังถอนทุนคืน จนสุดท้ายสูญเงินไปกว่า 8.9 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด กำลังเร่งแกะรอยเส้นทางการเงินเพื่อล่าตัวกลุ่มมิจฉาชีพมาดำเนินคดี
เปิดกลอุบายมิจฉาชีพ: เริ่มต้นหลักร้อย จบที่หลักแสน
ขบวนการนี้เริ่มจากการแฝงตัวในกลุ่มเฟซบุ๊กขายสินค้า เพื่อมองหาเหยื่อที่ต้องการขายของออนไลน์ โดยใช้ขั้นตอนที่ดูน่าเชื่อถือ ดังนี้
- ทักแชทเสนอตัวช่วย: มิจฉาชีพอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ เสนอช่วยโปรโมตร้านค้าให้มียอดขายดีขึ้น
- ค่าสมัครสมาชิกราคาถูก: เริ่มต้นเพียง 180 บาท เพื่อให้เหยื่อตายใจและยอมแอดไลน์เข้ากลุ่มปลอม
- ปั่นตัวเลขสร้างเครดิต: หลอกให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าเป็นการสร้างเครดิตหน้าร้าน และเพิ่มยอดความน่าเชื่อถือในระบบ
- เปลี่ยนบัญชีม้า: การโอนเงินแต่ละครั้ง บัญชีปลายทางจะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
จิตวิทยาการหลอกลวง: บีบคั้นด้วยเวลาและยอดเงินที่สูงขึ้น
เมื่อผู้เสียหายเริ่มเอะใจและต้องการถอนเงินคืน มิจฉาชีพจะเปลี่ยนมาใช้การข่มขู่และบีบคั้นทางอารมณ์แทน
"ขบวนการคอลเซนเตอร์ใช้วิธีโทรศัพท์มาทวงเงินและพูดเชิงบังคับ โดยอ้างว่าหากต้องการเงินคืน ต้องโอนเงินเพิ่มและทำตามขั้นตอนภายใน 3 นาที เพื่อรักษาสิทธิ์ยอดเงินทั้งหมด"
ด้วยความเสียดายเงินก้อนแรกที่โอนไป ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินก้อนใหญ่เพิ่มอีก 400,000 บาท เพื่อหวังจะได้เงินคืนทั้งหมด จนสุดท้ายมียอดความเสียหายรวมเกือบ 900,000 บาท
ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เร่งอายัดบัญชี-ขยายผลเส้นทางเงิน
ภายหลังการเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจและศูนย์รับแจ้งความและบริหารคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ดำเนินการเบื้องต้น ดังนี้
- อายัดบัญชี: ดำเนินการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อระงับการถ่ายโอนเงิน
- ตรวจสอบเส้นทางเงิน: เร่งตรวจสอบชื่อเจ้าของบัญชีปลายทาง (บัญชีม้า) เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่
- รวบรวมหลักฐาน: เก็บข้อมูลคลิปเสียงและแชทสนทนาที่มิจฉาชีพใช้ข่มขู่บังคับโอนเงิน
"ผู้เสียหายโอนเงินไปหลายครั้ง ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น จนมารู้ตัวอีกทีเงินสูญไปเกือบ 9 แสนบาท เพียงเพราะต้องการขายหนังสือออนไลน์"
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า "ไม่มีการลงทุนใดที่ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อถอนเงินเก่าคืน" หากพบพฤติกรรมในลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพและควรหยุดทำธุรกรรมทันที



























































