ชาติอาหรับไล่สกัดอาวุธจาก #อิหร่าน ตลอดทั้งวัน
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อกองทัพอิหร่านเปิดฉากระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านรอบอ่าวเปอร์เซียอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเป้าหมายยุทธศาสตร์อย่างโรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรน และน่านฟ้าของกาตาร์ ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติที่มองว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการละเมิดอธิปไตยและทำลายความเชื่อมั่นของมิตรประเทศมุสลิมด้วยกันอย่างรุนแรง
บาห์เรน-กาตาร์ โชว์ศักยภาพระบบป้องกันภัย สกัดขีปนาวุธกลางเวหา
ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนือโรงกลั่นน้ำมันรัฐบาลบาห์เรนในเมืองซิตรา ท่ามกลางปฏิบัติการตอบโต้ทางอากาศที่ดุเดือด
- สถิติการโจมตีในกาตาร์: ทางการกาตาร์ระบุว่า พบขีปนาวุธ 17 ลูกและโดรน 6 ลูกจากอิหร่านลุกล้ำน่านฟ้าตลอดทั้งวัน ซึ่งระบบป้องกันสามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมดโดยไม่มีผู้เสียชีวิต
- พื้นที่เฝ้าระวัง: นอกเหนือจากกาตาร์และบาห์เรน ยังมีรายงานการสกัดกั้นอาวุธในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), ซาอุดีอาระเบีย และคูเวตอย่างต่อเนื่อง
- คำมั่นที่ถูกทำลาย: ปฏิบัติการครั้งนี้สวนทางกับคำขอโทษและคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีอิหร่านที่เคยระบุว่าจะไม่โจมตีประเทศเพื่อนบ้านอีก
เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตทรงกริ้ว! ประณาม "การโจมตีอันโหดร้าย" จากมิตรประเทศ
ชีค นาวัฟ อัล-อาหมัด อัลจาเบอร์ อัล-ซาบาห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ทรงมีพระราชดำรัสตอบโต้สถานการณ์นี้อย่างรุนแรงต่อท่าทีของอิหร่าน
"คูเวตกำลังเผชิญกับการโจมตีอันโหดร้ายจากประเทศมุสลิมเพื่อนบ้านที่เคยถือว่าเป็นมิตรประเทศ พร้อมยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ"
ทั้งนี้ ทรงย้ำชัดเจนว่าคูเวตมิได้อนุญาตให้มีการใช้ดินแดน น่านฟ้า หรือชายฝั่ง เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน เพื่อปฏิเสธข้ออ้างในการโจมตีของอีกฝ่าย
UAE ร้อง UN จี้อิหร่านหยุดถล่ม "โรงผลิตน้ำจืด" พลเรือนเดือดร้อนหนัก
เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา แสดงความกังวลขั้นสูงสุดต่อการเลือกเป้าหมายโจมตีของอิหร่านในครั้งนี้
- โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน: อิหร่านพุ่งเป้าไปที่โรงงานผลิตน้ำจืดและโรงงานพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
- ข้อเรียกร้อง: UAE ระบุว่าพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลและยอมรับไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดระดับความตึงเครียดและหันกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติการนองเลือด
"การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานผลิตน้ำจืด ไม่ใช่เพียงการทำลายยุทธศาสตร์ทางทหาร แต่คือการคุกคามสวัสดิภาพของพลเรือนในกลุ่มประเทศอ่าวอย่างรุนแรง"



























































