สำรวจร้านขาย "ปุ๋ยเคมี" นครหลวง เริ่มขาดสต็อก
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มพ่นพิษใส่ภาคเกษตรกรรมไทยอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มขาดตลาดและปรับราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกษตรกรหวั่นวิตกต่อค่าขนส่งและราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น จนเกิดการแห่ซื้อกักตุนเพื่อเตรียมทำนารอบใหม่ในเดือนเมษายนนี้ ขณะที่ รัฐบาลเร่งยืนยันสต็อกปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอใช้ได้ถึงสิงหาคม 2569
สำรวจตลาดอยุธยา: ปุ๋ยยูเรียเกลี้ยงสต็อก ราคาดีดตัวกระสอบละ 1,000 บาท
จากการลงพื้นที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าร้านค้าปลีกปุ๋ยเคมีกำลังเผชิญกับภาวะสินค้าไม่พอจำหน่าย เนื่องจากเกษตรกรตื่นตระหนกกับกระแสข่าวราคาปุ๋ยขาขึ้น
- แห่กักตุน: เจ้าของร้านระบุว่า สต็อกปุ๋ยยูเรียกว่า 4 ตัน ถูกเกษตรกรกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ราคาในอนาคต
- ราคาผันผวน: บางร้านปรับราคาขึ้นจากเดิมกระสอบละ 840 บาท พุ่งไปถึง 900 - 1,000 บาท ขณะที่ ร้านค้าบางส่วนชะลอการสั่งสินค้าล็อตใหม่เพราะเกรงขาดทุนจากราคาที่ไม่นิ่ง
ปัจจัยลบจากต่างประเทศ: ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันต้นทุนนำเข้าพุ่ง
นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย วิเคราะห์ว่าปัญหาหลักมาจากปัจจัยภายนอกประเทศที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลางที่เป็นแหล่งนำเข้าหลักของไทย
- วิกฤตขนส่ง: การปิดช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อค่าขนส่งปุ๋ยนำเข้า
- มาตรการตรึงราคา: สมาคมฯ ยืนยันพร้อมร่วมมือกับภาครัฐในการตรึงราคาปุ๋ยต่ออีก 2-3 เดือน แต่หลังจากนั้นต้องหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อหามาตรการรองรับระยะยาว
รัฐบาลสยบข่าวลือ! ยืนยันสต็อกปุ๋ยไทยมีใช้เพียงพอถึงเดือนสิงหาคม
ท่ามกลางความกังวล รัฐบาลได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขสต็อกปุ๋ยเคมีเพื่อให้เกษตรกรมั่นใจว่าสินค้าจะไม่ขาดแคลนในช่วงฤดูเพาะปลูกที่กำลังจะถึง
- ตัวเลขสต็อก: ณ เดือนมกราคม 2569 ไทยมีปุ๋ยคงเหลือ 1.52 ล้านตัน (ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละ 8 แสนตัน)
- การนำเข้าเพิ่มเติม: ไทยกำลังนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากซาอุดีอาระเบียอีก 2 ล้านกระสอบ ทำให้มีปริมาณรวมกว่า 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2569
- แหล่งสำรอง: มีการหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศมาเลเซียและบรูไน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว
"ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีสูงถึง 95% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด โดยนาข้าวมีสัดส่วนการใช้สูงที่สุดถึง 41% รัฐบาลจึงต้องเร่งบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนการผลิตของชาวนา"



























































