เรียกอธิบดีกรมประมงแจง แอปฯ "Thailand FishAI"
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเรียกอธิบดีกรมประมงเข้าพบเพื่อชี้แจงกรณีโครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน "Thailand FishAI" หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องประสิทธิภาพการทำงานที่คลาดเคลื่อนสูง ไม่สามารถจำแนกชนิดปลาได้อย่างแม่นยำ ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตจาก สส. พรรคประชาชน ถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดินกว่า 9.12 ล้านบาท ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้
สรุปประเด็นสำคัญ Thailand FishAI
- งบประมาณโครงการ: มีวงเงินจ้างพัฒนา 9,120,000 บาท (จากงบประมาณปี 2568) โดยบริษัท บลู ซิสเต็ม เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา
- ปัญหาด้านเทคนิค: ระบบจำแนกปลาได้เพียง 52 ชนิด จากฐานข้อมูลทั้งหมด 2,000 ชนิด และพบความผิดพลาดในการรายงานผลสูงมาก
- ผลการทดสอบ: เมื่อทดสอบสแกน "ปลากัด" ระบบกลับแจ้งว่าเป็น "ปลาคาร์ดินัล เตตร้า" และแอปฯ ล่มบ่อยครั้ง
- การตรวจสอบ: รมช.เกษตรฯ เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหากพบความไม่โปร่งใส ขณะที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดเผย TOR
- คำชี้แจงจากกรมประมง: ระบุว่าปัจจุบันแอปพลิเคชันดังกล่าวยังเป็นเพียงโครงการ "ต้นแบบ" (Prototype) เท่านั้น
การตรวจสอบประสิทธิภาพแอปพลิเคชัน Thailand FishAI และงบประมาณ 9 ล้านบาท
จากการทดสอบใช้งานแอปพลิเคชัน "Thailand FishAI" ของกรมประมง พบว่าระบบรายงานข้อมูลคลาดเคลื่อนอย่างรุนแรง โดยข้อจำกัดที่สำคัญ คือ ระบบสามารถตรวจสอบชนิดปลาได้เพียง 52 ชนิดเท่านั้น จากฐานข้อมูลปลาของไทยที่มีมากกว่า 2,000 ชนิด
ไทยพีบีเอสได้ทำการทดสอบด้วยการสแกนภาพ "ปลากัด" ซึ่งเป็นชนิดปลาพื้นฐานในฐานข้อมูล แต่ระบบกลับแสดงผลผิดพลาดเป็น "ปลาคาร์ดินัล เตตร้า" นอกจากนี้เมื่อทดสอบซ้ำ ระบบยังไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งคาดว่าเกิดจากภาระงานของระบบที่รองรับการทดสอบพร้อมกันจำนวนมากไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดคำถามถึงความคุ้มค่าของเงินงบประมาณ 9.12 ล้านบาท ภายใต้สัญญาเลขที่ กท. 1009/67 ที่มอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประมง เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเปิดเผยหลักเกณฑ์ประกวดราคา (TOR)
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องให้กรมประมงเปิดเผยประกาศหลักเกณฑ์ ขอบเขตงาน (TOR) และค่าความแม่นยำที่กำหนดไว้ในโครงการ โดยต้องการให้แจกแจงสัดส่วนค่าใช้จ่ายระหว่างค่าฐานข้อมูลและค่าพัฒนาระบบให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า เหตุใดกรมประมงจึงเลือกจ้างเอกชนพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด แทนที่จะใช้ซอฟต์แวร์หรือ API ระดับโลกที่มีอยู่แล้วมาต่อยอด ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณและสามารถนำเงินส่วนต่างไปใช้ในภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมากกว่า เช่น การสนับสนุนอุปกรณ์ประมงพื้นบ้าน หรือการเยียวยาชาวประมงที่ประสบภัยน้ำท่วม
จุดประสงค์เดิมของแอปฯ และคำชี้แจงล่าสุดจากกรมประมง
ตามแผนงานเดิม กรมประมงออกแบบแอปพลิเคชันนี้เพื่อใช้เทคโนโลยี AI ในการค้นหาชนิดปลา และทำหน้าที่เป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้ความรู้เกี่ยวกับปลาไทย รวมถึงเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประชาชนและผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลสัตว์น้ำของไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ล่าสุด ทางกรมประมงได้ออกมาชี้แจงว่า แอปพลิเคชัน Thailand FishAI ในปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานะ "โครงการต้นแบบ" เท่านั้น ขณะที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่าหากพบความผิดปกติหรือส่อไปในทางไม่โปร่งใส จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของงบประมาณแผ่นดินทันที




























































