แม่ร้อง "ปวีณา" ช่วยคดีสลับตัวเด็ก ตามหาลูกตัวจริงกลับคืน
Key Takeaway: สรุปข้อเท็จจริงกรณีพี่เลี้ยงสลับตัวเด็กที่ชลบุรี
- จุดเริ่มต้น: ผู้เสียหายจ้างพี่เลี้ยงใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เลี้ยงลูกเดือนละ 8,000 บาท เมื่อปี 2565
- การสลับตัว: พี่เลี้ยงนำเด็กคนอื่นมาคืนให้เมื่ออายุได้ 5 เดือน ผู้เสียหายเลี้ยงมาตลอดเพราะเข้าใจว่าเป็นลูกแท้ ๆ แม้รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไป
- ความแตก: แม่แท้ ๆ ของเด็กที่ถูกสลับมา ทักข้อความเฟซบุ๊กมาถามหาลูก พร้อมมีหลักฐานยืนยันชัดเจน
- ผลตรวจ DNA: ยืนยันผู้เสียหายกับเด็กที่เลี้ยงอยู่ "ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด"
- สถานะคดี: พี่เลี้ยงถูกจับกุมและรับสารภาพว่าส่งลูกผู้เสียหายให้ชาวเมียนมา รับโทษจำคุก 5 ปี แต่อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์
- การดำเนินการล่าสุด: ตำรวจเร่งตรวจสอบปมค้ามนุษย์และตามหาตัวเด็กหญิงที่ยังสูญหาย
จุดเริ่มต้นปม "พี่เลี้ยงสลับตัวลูก" และความผิดปกติที่ถูกมองข้าม
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2565 ผู้เสียหายหญิงวัย 24 ปี ชาว จ.มุกดาหาร ประสบปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมจึงจ้างหญิงคนหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นพี่เลี้ยงลูกในราคาเดือนละ 8,000 บาท ต่อมาพี่เลี้ยงเคยเสนอเงิน 20,000 บาท อ้างว่ามีสองสามีภรรยาต้องการรับลูกไปเลี้ยงแต่ผู้เสียหายปฏิเสธ จนกระทั่งเด็กอายุ 5 เดือน พี่เลี้ยงได้นำเด็กมาคืนโดยอ้างว่ามีธุระและขาดการติดต่อไป
ผู้เสียหายหลงเชื่อและเลี้ยงดูเด็กคนดังกล่าวมาโดยตลอด แม้จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าและรูปร่างแต่เข้าใจว่าเป็นพัฒนาการตามวัย จึงไม่ได้ติดใจสงสัยจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่าหนึ่งปี
ความจริงปรากฏ! เมื่อแม่ตัวจริงทักแชตถามหาลูก และผล DNA ยืนยันการสลับตัว
ความจริงถูกเปิดเผยเมื่อเด็กอายุได้ประมาณ 1 ปี 6 เดือน มีหญิงปริศนาทักข้อความมาสอบถามว่า "ลูกหนูสบายดีไหม" และอ้างว่าเด็กที่ผู้เสียหายเลี้ยงอยู่คือลูกแท้ ๆ ของตน พร้อมระบุชื่อและส่งคลิปวิดีโอยืนยัน เมื่อสอบถามถึงลูกแท้ ๆ ของผู้เสียหาย หญิงคนดังกล่าวกลับไม่ทราบเรื่อง ทำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.บางละมุง และนำเด็กไปตรวจ DNA ซึ่งผลยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่แม่ลูกกันจริงตามที่สงสัย
มูลนิธิปวีณาฯ ประสาน สภ.บางละมุง เร่งล่าตัวเด็กสูญหาย-ทลายขบวนการค้ามนุษย์
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้นำผู้เสียหายเข้าพบผู้กำกับการ สภ.บางละมุง เพื่อเร่งรัดคดี โดยพบว่าพี่เลี้ยงที่ถูกจับกุมได้อ้างว่านำลูกของผู้เสียหายไปให้สองสามีภรรยาชาวเมียนมาเลี้ยงต่อและไม่สามารถติดต่อได้อีก ซึ่งคำให้การนี้ส่อแววพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์
ทางด้านตำรวจเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงแม่แท้ ๆ ของเด็กที่ถูกสลับมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบเส้นทางการส่งต่อเด็กและติดตามตัวลูกสาวแท้ ๆ ของผู้เสียหายกลับคืนสู่ครอบครัว แม้ปัจจุบันผู้ต้องหาจะอยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์หลังจากถูกศาลพิพากษาจำคุกไปแล้วก็ตาม




























































