เจ้าของโรงงานปลากระป๋องอ้างเป็น "สินค้าทดลอง" หวังลดต้นทุน
สรุปประเด็นสำคัญกรณีปลากระป๋องปลานิล
- คำชี้แจงจากโรงงาน: ขอโทษต่อความผิดพลาด พร้อมเยียวยาผู้บริโภคและเรียกคืนสินค้า ยันเป็นสินค้าทดลองผลิตเพื่อลดต้นทุน ไม่ได้เจตนาปกปิดข้อมูล
- รายละเอียดการผลิต: รับซื้อปลานิลจากเพชรบุรีครั้งละ 1 ตัน ทดลองผลิตวันละ 100 ลัง (600 ลังรวมทั้งหมด) ส่งขายพ่อค้าคนกลางในราคากระป๋องละ 8.50 บาท
- การอายัดสินค้า: อย. อายัดปลากระป๋อง 10,000 กระป๋อง เนื่องจากพบข้อผิดพลาดบนฉลาก (ตัวอักษรเล็กเกินไป) ไม่ใช่กรณีผสมปลานิลทั้งหมด
- บทลงโทษและคำเตือน: การเปลี่ยนวัตถุดิบโดยไม่แจ้งผู้บริโภคมีความผิดทางกฎหมาย ผู้ที่ได้รับความเสียหายร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 และ สคบ. 1166
เจ้าของโรงงานขอโทษกรณีปลากระป๋องปลานิล แจงเป็นสินค้าทดลองเพื่อลดต้นทุน
เจ้าของโรงงานได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าหลังจากเกิดปัญหาได้เร่งติดต่อไปยังผู้บริโภคเพื่อดำเนินการเยียวยา และสั่งตรวจสอบพร้อมเรียกคืนสินค้าทั้งหมดทันที โดยทางโรงงานอ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นสินค้าทดลองผลิตเพื่อหาแนวทางลดต้นทุนตามสภาพเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องการขึ้นราคาสินค้ากับผู้บริโภค ทั้งนี้ระบุว่าต้นทุนระหว่างปลาน้ำจืดและปลาทะเลมีราคาใกล้เคียงกัน และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตใช้ฉลากให้ถูกต้อง โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาลักลอบวางจำหน่ายอย่างไม่โปร่งใส
เผยไทม์ไลน์การผลิตและราคาจำหน่ายปลากระป๋องที่ถูกตรวจสอบ
ข้อมูลการตรวจสอบพบว่า โรงงานได้รับซื้อปลานิลจากแพปลาใน จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 1-3 เมษายนที่ผ่านมา โดยรับซื้อครั้งละ 1 ตัน นำมาเก็บในห้องเย็นและทดลองผลิตวันละ 100 ลัง (ลังละ 100 กระป๋อง) มียอดการผลิตรวมประมาณ 500-600 ลัง เริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยส่งต่อให้พ่อค้าคนกลางในราคาลังละ 850 บาท หรือเฉลี่ยเพียงกระป๋องละ 8.50 บาท
ส่วนกรณีที่ อย. เข้าอายัดปลากระป๋องกว่า 10,000 กระป๋องนั้น ทางเจ้าของโรงงานชี้แจงว่าสินค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่ปลากระป๋องที่ผสมปลานิล แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่พบความผิดพลาดเรื่องฉลากสินค้า เนื่องจากตัวอักษรมีขนาดเล็กเกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงต้องถูกอายัดเพื่อนำไปตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง
อย. และ สคบ. เตือนผู้ประกอบการเปลี่ยนวัตถุดิบโดยไม่แจ้งผู้บริโภคมีความผิด
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศเตือนผู้ประกอบการทั่วประเทศว่า การลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนวัตถุดิบหลักโดยไม่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบอย่างชัดเจน ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และส่งผลเสียร้ายแรงต่อชื่อเสียงอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในระดับสากล
ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความผิดปกติ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือหากได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนเพื่อขอรับความเป็นธรรมได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 เพื่อร่วมกันคุ้มครองความปลอดภัยและผลประโยชน์ของสังคม




























































