"รูบิโอ - หวัง อี้" ค้านเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ
Key Takeaway: สรุปประเด็นสำคัญการหารือสหรัฐฯ-จีน
- กำหนดการ: "ทรัมป์" เยือนจีน 13-15 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นการพบผู้นำจีนครั้งแรกในรอบครึ่งปี
- ท่าทีต่ออิหร่าน: "ทรัมป์" ย้ำไม่ต้องการความช่วยเหลือจากจีน และมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะชนะศึกอิหร่านไม่ว่าจะด้วยสันติวิธีหรือปฏิบัติการทางทหาร
- ความสัมพันธ์ผู้นำ: "ทรัมป์" เรียก "สี จิ้นผิง" ว่าเป็น "เพื่อน" และมุ่งเน้นการเจรจาเรื่อง "การค้า" เป็นหลัก
- จุดร่วมทางการทูต: "มาร์โก รูบิโอ" และ "หวัง อี้" เห็นพ้องไม่ควรให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมในน่านน้ำสากล (ช่องแคบฮอร์มุซ)
- สัญญาณทางการทหาร: สหรัฐฯ เริ่มพิจารณาปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ เนื่องจากหมดความอดทนต่อการปิดเส้นทางเดินเรือ
การพบกันครั้งแรกในรอบ 6 เดือนของ "ทรัมป์" และ "สี จิ้นผิง"
ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ออกเดินทางจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดการหารือกับประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคมนี้ การพบกันครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือน ที่ผู้นำมหาอำนาจทั้งสองได้เผชิญหน้ากัน ท่ามกลางวิกฤตการณ์โลกที่ตึงเครียด
วิกฤตอิหร่านและแรงกดดันในช่องแคบฮอร์มุซ
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สงครามกับอิหร่านยังไม่มีทางออก และการเจรจาหยุดชะงักลง ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้พยายามกดดันจีนในฐานะคู่ค้ารายใหญ่และผู้นำเข้าน้ำมันหลักจากอิหร่าน ให้ช่วยผลักดันให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ
"ทรัมป์" ระบุชัดเจนว่าต้องการพูดคุยกับผู้นำจีนเกี่ยวกับประเด็นนี้แบบเจาะลึก แต่ยังคงท่าทีแข็งกร้าวว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาจีนในเรื่องอิหร่าน เพราะมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายชนะไม่ว่าจะด้วยวิธีทางการทูตหรือการใช้กำลัง
นโยบายการค้าและสัญญาณบวกจากกระทรวงการต่างประเทศ
แม้ประเด็นสงครามจะตึงเครียด แต่ "ทรัมป์" ยังคงกล่าวถึง "สี จิ้นผิง" ในเชิงบวก โดยมองว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานร่วมกันได้ และยืนยันว่าหัวใจหลักของการหารือคือเรื่องการค้า อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณของการประสานงานทางการทูตเมื่อ "มาร์โก รูบิโอ" รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ต่อสายตรงถึง "หวัง อี้" รัฐมนตรีต่างประเทศจีน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าน่านน้ำสากลอย่างช่องแคบฮอร์มุซต้องไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเดินเรือ ซึ่งเป็นจุดร่วมสำคัญในการกดดันให้อิหร่านยกเลิกการควบคุมเส้นทางเดินเรือ
ความอดทนที่เริ่มหมดลงและแนวโน้มปฏิบัติการทางทหาร
สำนักข่าว CNN รายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า "ทรัมป์" เริ่มหมดความอดทนต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและอุปสรรคในการเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่งผลให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มหันมาไตร่ตรองถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่อย่างจริงจังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าภารกิจการเยือนจีนในครั้งนี้จะเสร็จสิ้นลง




























































