ชาวนา จ.ชัยนาท ถือฤกษ์วันพืชมงคล ไถหว่านรับพลังบวก
Key Takeaway: สรุปประเด็นสำคัญของชาวนาชัยนาทในวันพืชมงคล
- สิริมงคลเริ่มต้นฤดูกาล: ชาวนา ต.เขาท่าพระ จ.ชัยนาท ถือฤกษ์ไถหว่านข้าวพร้อมพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยให้ผลผลิตบริบูรณ์
- วิกฤตต้นทุนการผลิต: ราคาปุ๋ยพุ่งจาก 700-800 บาท เป็น 1,200 บาทต่อกระสอบ ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนทำนาพุ่งเกิน 5,000 บาทต่อไร่
- ราคาข้าวตกต่ำ: ปัจจุบันราคาข้าวอยู่ที่ตันละ 6,200-6,300 บาท ซึ่งเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างหนัก
- ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล: เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลพยุงราคาข้าวให้อยู่ที่อย่างน้อยตันละ 8,000 บาท เพื่อให้สามารถดำเนินอาชีพต่อไปได้โดยไม่ขาดทุน
ชาวนาชัยนาทถือฤกษ์วันพืชมงคล เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคล
ในช่วงเช้าตรู่ของวันพืชมงคล เกษตรกรในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท ได้นำเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรออกมาลงมือไถดินหว่านข้าวเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ โดยชาวนาตั้งใจให้ตรงกับช่วงเวลาของพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่จัดขึ้น ณ ท้องสนามหลวง เพื่อรับพลังบวกและความเป็นสิริมงคล เชื่อว่าจะช่วยให้พืชพรรณธัญญาหารงอกงาม ปราศจากศัตรูพืชและภัยธรรมชาติต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีการตั้งเครื่องเซ่นไหว้บอกกล่าวแม่โพสพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลผืนดิน เพื่อคุ้มครองผลผลิตและครอบครัวเกษตรกรให้มีความสุขสวัสดี
เปิดต้นทุนทำนาปี 2569: เมื่อราคาปุ๋ยและน้ำมันพุ่งสูงขึ้น กระทบรายได้ชาวนา
แม้จะเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยใจที่เปี่ยมหวัง แต่เกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ชาวนาในพื้นที่ระบุว่าราคาปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยหลักได้พุ่งสูงขึ้นจากเดิมกระสอบละ 700-800 บาท กลายเป็น 1,200 บาทในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีภาระจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร ส่งผลให้ในปัจจุบันต้นทุนการทำนาเฉลี่ยพุ่งสูงกว่า 5,000 บาทต่อไร่ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก
ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล: ผลักดันราคาข้าวตันละ 8,000 บาท เพื่อทางรอดของเกษตรกร
จากสถานการณ์ราคาข้าวในปัจจุบันที่ตกต่ำอยู่ที่ประมาณตันละ 6,200-6,300 บาท ชาวนาจังหวัดชัยนาทมองว่าหากราคายังคงอยู่ในระดับนี้ เกษตรกรจะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะขาดทุนทันทีเนื่องจากไม่สมดุลกับต้นทุนที่จ่ายไป จึงต้องการส่งเสียงถึงรัฐบาลให้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันราคาข้าวให้ขยับขึ้นมาอยู่ที่อย่างน้อยตันละ 8,000 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เกษตรกรจะสามารถพยุงตัวและดำเนินวิถีชีวิตชาวนาต่อไปได้โดยไม่เป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น




























































