"รัสเซีย-จีน" จ่อวีโตมติ UN เรื่องช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ
Key Takeaway: สรุปประเด็นสำคัญมติ UN กรณีช่องแคบฮอร์มุซ
- ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ: ผลักดันมติให้พิสูจน์ประสิทธิภาพของ UN โดยให้อิหร่านหยุดการวางทุ่นระเบิดและการโจมตีในพื้นที่เส้นทางเดินเรือสำคัญ
- ท่าทีของพันธมิตร: เอกอัครราชทูตบาห์เรนประณามการกระทำของอิหร่าน และเร่งสรุปร่างมติให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
- การตอบโต้จากอิหร่าน: ปฏิเสธความชอบธรรมของสหรัฐฯ ในการปกป้องเสรีภาพการเดินเรือ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมเรืออิหร่านอยู่
- อุปสรรคสำคัญ: จีนและรัสเซียมีแนวโน้มใช้สิทธิวีโต (Veto) เหมือนครั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลให้มตินี้ไม่สามารถบังคับใช้ได้
สหรัฐฯ และพันธมิตรเรียกร้องมติ UN ยุติการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
"ไมค์ วอลซ์" เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วยผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ได้แถลงข่าวร่วมกันเพื่อกดดันให้สมาชิกสหประชาชาติลงมติเห็นชอบต่อร่างข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าให้ภาวะความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซยุติลง โดยเฉพาะการที่อิหร่านถูกกล่าวหาว่าวางทุ่นระเบิดและโจมตีเรือขนส่งสินค้า ซึ่งวอลซ์เตือนว่าหากมตินี้ถูกล้มล้าง จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายต่อความมั่นคงโลก
ขณะที่ เอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำสหประชาชาติ ได้ร่วมประณามพฤติการณ์ของอิหร่านและแสดงความเชื่อมั่นว่าคณะมนตรีความมั่นคงจะสามารถร่วมมือกันสรุปร่างมติดังกล่าวให้สมบูรณ์ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วันข้างหน้า
อิหร่านโต้กลับมติ UN ขาดความชอบธรรม ชี้สหรัฐฯ มีแรงจูงใจทางการเมือง
เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติออกมาคัดค้านมติดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเนื้อหาของมติมีข้อบกพร่องและลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ ไม่มีสถานะทางกฎหมายหรือความชอบธรรมทางศีลธรรมที่จะตั้งตนเป็นผู้ปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงดำเนินการปิดล้อมเรือบรรทุกของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามตินี้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองที่มีวาระซ่อนเร้น
จับตาจีนและรัสเซียจ่อใช้วีโต สกัดมติสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียด
แม้สหรัฐฯ จะพยายามผลักดันมตินี้อย่างหนัก แต่นักการทูตหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า จีนและรัสเซียมีแนวโน้มสูงที่จะใช้สิทธิวีโตเพื่อยับยั้งมติดังกล่าว เช่นเดียวกับเหตุการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมาที่ทั้งสองประเทศเคยใช้สิทธิวีโตมติของบาห์เรนมาแล้ว เนื่องจากเกรงว่ามติเหล่านี้อาจเป็นใบเบิกทางให้สหรัฐฯ และพันธมิตรใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่ากรณีนี้คือบททดสอบสำคัญขององค์การสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้มหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียละเว้นการใช้สิทธิวีโต เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ




























































