ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วอพยพเข้าหลุมหลบภัย
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ จ.สระแก้ว ตึงเครียดถึงขีดสุดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุปะทะกันที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง เมื่อช่วงเย็นถึงค่ำของวันที่ 12 พ.ย. 68 ส่งผลให้ฝ่ายปกครองของไทยต้องประกาศเตือนให้ชาวบ้านเข้าหลุมหลบภัย ขณะที่ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจยของกัมพูชา ก็สั่งอพยพประชาชนฝั่งตรงข้ามเช่นกัน
ชาวบ้าน "หนองหญ้าแก้ว" ผวา! เสียงปืนดังสนั่น 2 ระลอก
ทีมข่าวได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน โดยชาวบ้านยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 ช่วงเวลา
- เวลา 16.00 น. : ได้ยินเสียงปืนเล็กดังขึ้นนานประมาณ 10 นาที
- เวลา 19.00 น. : ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หนองหญ้าแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้จุดปะทะมากที่สุด เกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย "...จึงได้ย้ายเข้าไปหลบตามหลุมบังเกอร์ บางส่วนยังคงติดตามข่าวสาร...อยู่ในบ้านพัก แต่ก็พร้อมจะอพยพทันที หากมีคำสั่งอย่างเป็นทางการ"
สถานการณ์ตึงเครียด : "กองกำลังบูรพา" รุดลงพื้นที่ - กัมพูชาสั่งอพยพ "บ้านเปรยจัน"
ความเคลื่อนไหวจากทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงค่ำ
- ฝั่งไทย : (เวลา 22.40 น.) พล.ต. เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้เดินทางเข้าพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วทันที เพื่อเยี่ยมเยียนและพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านบริเวณจุดตรวจ ชรบ.
- ฝั่งกัมพูชา : (เวลา 20.00 น.) สื่อกัมพูชารายงานว่า นายอุม เรียตรัย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย "...มีคำสั่งให้ชาวบ้านเปรยจัน (ตรงข้ามกับบ้านหนองหญ้าแก้ว) ... อพยพออกจากบ้านทันที"
เปิดหลักฐาน "จงใจยิง" ! รอยกระสุนพรุนบังเกอร์ทหารไทย
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงได้เปิดเผยภาพร่องรอยกระสุนปืนจำนวนมากบนบังเกอร์ของทหารไทยในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นการยิงปะทะที่มาจากฝั่งกัมพูชา โดยแหล่งข่าวระบุว่าลักษณะการยิงเป็นการจงใจและหวังผล
"เป็นความจงใจของฝ่ายกัมพูชาที่หมายชีวิตทหารไทย เพราะดูจากร่องรอยกระสุนปืนที่ระดมยิงใส่บังเกอร์ที่มีหลายสิบรอย"




























































