ชาวบ้านกังวลใจ ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด
สถานการณ์ "ชายแดนไทย-กัมพูชา" ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุทหารไทย 2 นาย สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1611 เหยียบกับระเบิด (ทุ่นระเบิด) ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และเร่งส่งทีม EOD เข้าตรวจสอบที่มาของวัตถุระเบิด
ทหารเหยียบกับระเบิดขณะลาดตระเวน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ (10 พ.ย. 68) ขณะที่กำลังพลกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามเส้นทางปกติ บริเวณทิศตะวันออกห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร
- จ.ส.อ. เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ : เหยียบทุ่นระเบิดจน "ข้อเท้าขวาขาด" ถูกส่งตัวผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์
- พลทหารวัชชิระ พันธนา : ได้รับบาดเจ็บ มีอาการแน่นหน้าอกจากแรงอัดระเบิด
- พลทหารอีก 2 นาย : ถูกส่งตัวไปรักษาด้วยเช่นกัน
กองทัพภาคที่ 2 เร่งสอบ ! ระเบิดเก่า หรือถูกลอบวางใหม่ ?
พล.ต. กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงข่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที "เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับประเภทและที่มาของวัตถุระเบิด"
ประเด็นสำคัญ คือ การพิสูจน์ทราบว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างมานาน หรือเป็นทุ่นระเบิดที่ "ถูกลักลอบนำมาวางใหม่" ซึ่งจะส่งผลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่
ชาวบ้านผวา "นี่คือครั้งที่ 7" - หวั่นสถานการณ์บานปลาย
ปฏิกิริยาของชาวบ้านในพื้นที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ แสดงความกังวลอย่างชัดเจน โดยระบุว่า "รู้สึกเสียใจที่ทหารไทยบาดเจ็บ เพราะถือเป็นครั้งที่ 7 แล้ว และกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลาย"
ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวลือว่าทหารกัมพูชามีการยิงปืนยั่วยุบริเวณปราสาทตาควายและตาเมือนธม แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น "ยังไม่มีคำยืนยันจากหน่วยงานทหารในพื้นที่"



























































