ฟิลิปปินส์เก็บกวาดความเสียหายจากไต้ฝุ่น "คัลแมกี"
"พายุคัลแมกี" (Kalmaegi) สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในประเทศ "ฟิลิปปินส์" ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงอย่างน้อย 142 คน สูญหาย 127 คน กลายเป็นพายุไต้ฝุ่นที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของปีนี้ ขณะที่ ประชาชนใน จ.เซบู เริ่มเข้าเก็บกวาดซากปรักหักพังและดินโคลนที่ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ส่วนเส้นทางพายุลูกนี้กำลังมุ่งหน้าสู่แผ่นดินใหญ่ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยกำลังจับตาสถานการณ์ "พายุคัลแมกีเข้าไทย" อย่างใกล้ชิด
"ฟิลิปปินส์" ประกาศภาวะภัยพิบัติแห่งชาติ - ยอดเสียชีวิตพุ่ง 142 ศพ
ความรุนแรงของ "พายุคัลแมกี" ทำให้ประธานาธิบดี "เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์" ต้องประกาศ "ภาวะภัยพิบัติแห่งชาติ" (National State of Calamity) เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย และควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นได้
- ยอดผู้เสียชีวิต : อย่างน้อย 142 คน (สื่อท้องถิ่นรายงาน 150 คน)
- ผู้สูญหาย : อย่างน้อย 127 คน
- ไร้ที่อยู่อาศัย : มากกว่า 500,000 คน
"พายุลูกนี้กลายเป็นพายุไต้ฝุ่นที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของปีนี้"
ซ้ำเติม! "ฟิลิปปินส์" ยังต้องเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ "ฟงวอง"
ขณะที่ยังคงเร่งเก็บกวาดความเสียหายจาก "พายุคัลแมกี" ล่าสุด "ฟิลิปปินส์" ยังต้องเตรียมรับมือกับพายุอีกลูก คือ "พายุโซนร้อนฟงวอง" (Fiong) ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่นอกชายฝั่ง และคาดว่าจะพัดถล่มเกาะลูซอนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (10 พ.ย. 68)
จับตา "พายุคัลแมกีเข้าไทย" - กรมอุตุฯ เฝ้าระวังผลกระทบ
หลังจาก "พายุคัลแมกี" เคลื่อนตัวออกจาก "ฟิลิปปินส์" ลงสู่ทะเลจีนใต้ พายุลูกนี้ได้มุ่งหน้าต่อมายังประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ซึ่งขณะนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชันและกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย
- พื้นที่เฝ้าระวัง : "พายุคัลแมกีเข้าไทย" จะส่งผลกระทบหลักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
- "กรมอุตุ" เตือนประชาชน "ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ... มีโอกาสเกิดน้ำท่วมได้ ต้องระมัดระวังให้ดี"



























































