นิวยอร์กได้นายกเทศมนตรีชาวมุสลิมคนแรก
นครนิวยอร์กได้ผู้นำคนใหม่ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองสหรัฐฯ เมื่อ "โซห์ราน มัมดานี" (Zohran Mamdani) ผู้สมัครสายสังคมนิยมจากพรรคเดโมแครต คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กกลายเป็นชาวมุสลิมและชาวเอเชียใต้คนแรกที่ได้ครองตำแหน่งนี้ ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักจากประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" (Donald Trump)
ประวัติ "โซห์ราน มัมดานี": จากผู้อพยพสู่ผู้นำมหานครที่อายุน้อยที่สุด
ชัยชนะของ "โซห์ราน มัมดานี" ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญ เขาคือนักการเมืองวัย 34 ปี ซึ่งถือเป็นนายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรอบกว่าทศวรรษของนิวยอร์ก
- ภูมิหลัง : เกิดในยูกันดา พ่อแม่มีเชื้อสายอินเดีย ย้ายมาอยู่นิวยอร์กตั้งแต่อายุ 7 ปี และเพิ่งได้รับสัญชาติอเมริกันในปี ค.ศ. 2018
- คำมั่นสัญญาแรก : มัมดานีได้ประกาศเปิดตัวทีมงานเปลี่ยนผ่าน โดยให้คำมั่นว่า "จะสร้างรัฐบาลที่มีความสามารถและความเห็นอกเห็นใจ" โดยเน้นย้ำถึงภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพและสร้างความไว้วางใจของประชาชนกลับคืนมา
การเลือกตั้ง 2568 : คึกคักสุดในรอบ 50 ปี สะท้อนความไม่พอใจ "ทรัมป์"
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กในครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากถึง 2 ล้านคน ซึ่งถือเป็น "ปีที่คึกคักมาก เพราะมีคนออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่การแข่งขันชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีในปี ค.ศ. 1969"
โดย "มัมดานี" ได้รับคะแนนเสียงไปกว่า 1 ล้านคะแนน หรือเกิน 50% นอกจากนี้ ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในรัฐเวอร์จิเนียและนิวเจอร์ซีย์ยังถูกมองว่าได้รับอิทธิพลมาจากความไม่พอใจในนโยบายของรัฐบาล "โดนัลด์ ทรัมป์"
"โดนัลด์ ทรัมป์" เดือด! ตราหน้า "คอมมิวนิสต์" - ขู่ตัดงบประมาณ
ชัยชนะของนักการเมืองสายสังคมนิยมอย่าง "มัมดานี" สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ซึ่งออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง
- ตราหน้า "คอมมิวนิสต์" : "ทรัมป์" ได้ออกมาโจมตีมัมดานีอย่างเปิดเผย โดย "เรียกมัมดานีว่าคอมมิวนิสต์และกล่าวว่ามัมดานีจะยึดครองเมืองหากได้รับเลือกตั้ง"
- ขู่ตัดงบประมาณ : ก่อนหน้านี้ "ทรัมป์" ยังได้แสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจน และ "ขู่ตัดงบนิวยอร์กหากมัมดานีชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้"
บทสรุป: ก้าวใหม่ของนิวยอร์ก ท่ามกลางความท้าทาย
"โซห์ราน มัมดานี" จะเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคมนี้ ท่ามกลางภารกิจหนักในการฟื้นฟูเมือง และความท้าทายทางการเมืองจากการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัฐบาลกลางของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ซึ่งชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมหานครนิวยอร์ก



























































