ชาวบ้านสุรินทร์ยังไม่มั่นใจ แม้ลงนามถอนอาวุธ
แม้จะมีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ โดยฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มถอนอาวุธหนักออกจากแนวชายแดนตามข้อตกลง RBC แล้ว แต่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ยังคงไม่มั่นใจในสถานการณ์ซ้ำยังเกิดประเด็นใหม่ เมื่อข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึง "ปราสาทตาควาย" ที่กำลังถูกทหารกัมพูชารุกล้ำ
◉ กัมพูชาโชว์คลิป "ถอนอาวุธ" - อาเซียน (AOI) ร่วมสังเกตการณ์
สื่อในประเทศกัมพูชาได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ (ไลฟ์สด) บรรยากาศการถอนอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงออกจากพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดพระวิหาร โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOI) เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
การถอนอาวุธครั้งนี้ เป็นผลมาจากการลงนามบันทึกการประชุม RBC ระหว่างแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา โดยจะมีการถอนอาวุธ 3 ระยะ (1 พ.ย. - 31 ธ.ค. 68)
◉ เสียงสะท้อนจาก "ช่องจอม": ยังไม่วางใจ 100% วอนทหารไทยตรึงกำลังต่อ
แม้จะเห็นภาพการถอนอาวุธของกัมพูชา แต่ชาวบ้านตามแนวชายแดน อ.กาบเชิง (ตลาดช่องจอม) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปิดด่านมานาน ยังคงไม่วางใจในสถานการณ์
"ชาวบ้านตามแนวชายแดนในอำเภอกาบเชิง บอกว่ายังไม่วางใจว่ากัมพูชาจะมีการถอนอาวุธออกจากพื้นที่จริง แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี"
ชาวบ้านยังต้องการให้ทหารไทยคงกำลังไว้ในพื้นที่เพื่อความอุ่นใจ และยังไม่อยากให้มีการเปิดด่าน จนกว่าปัญหาทุกอย่างจะถูกแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
◉ ปมใหม่! "ปราสาทตาควาย" ถูกลืมในข้อตกลง - ชาวบ้านนัดเคลื่อนไหว 7 พ.ย. 68
ประเด็นที่สร้างความกังวลระลอกใหม่ให้ชาวบ้าน คือ การที่ข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้ ไม่ได้กล่าวถึง "ปราสาทตาควาย" ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าทหารกัมพูชาได้เข้าไปยึดครองและดัดแปลงพื้นที่
นายไพรัช คำมณี หรือ "อ้อ ไพรัช" อินฟลูเอนเซอร์ชาวสุรินทร์ ระบุว่า
"การลงนามสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่มีการพูดถึงปราสาทตาควายที่ทหารกัมพูชาเข้าไปยึดครอง ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าจะสูญเสียปราสาทโบราณ"
จึงได้มีการประกาศจัดกิจกรรม "ทวงคืนปราสาทตาควาย" ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ณ โรงเรียนโคกตะเคียนวิทยา อ.กาบเชิง เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และส่งเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหานี้



























































