โพสต์อ้างกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ 2 หมื่นล้าน ที่จริงเพียง 1.2 หมื่นล้าน

ข่าวบิดเบือนDateClock icon17:24|สังคมและสุขภาพViews0
Thai PBS Verify พบโพสต์อ้างน้ำมันเบนซินจ่อปรับราคาทุกสัปดาห์ หลังกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ 2 หมื่นล้านบาท ตรวจสอบแล้วพบปัจจุบันกองทุนฯ ขาดทุนเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook

ภาพโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ด่วน ตรึงไม่ไหวแล้ว คนไทยเตรียมตัว! “รัฐบาล” เผย “น้ำมันเบนซิน” จ่อปรับทุกสัปดาห์ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ลั่นตรึงราคาไม่ได้แล้ว หลังกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ2หมื่นล้านบาทแล้ว” ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 69

ภาพโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ด่วน ตรึงไม่ไหวแล้ว คนไทยเตรียมตัว! “รัฐบาล” เผย “น้ำมันเบนซิน” จ่อปรับทุกสัปดาห์ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ลั่นตรึงราคาไม่ได้แล้ว หลังกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ2หมื่นล้านบาทแล้ว” ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 69

Thai PBS Verify พบโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 

“ด่วน ตรึงไม่ไหวแล้ว คนไทยเตรียมตัว! “รัฐบาล” เผย “น้ำมันเบนซิน” จ่อปรับทุกสัปดาห์ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ลั่นตรึงราคาไม่ได้แล้ว หลังกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ2หมื่นล้านบาทแล้ว” 

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 7,300 ครั้ง การแสดงความคิดเห็น 629 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 482 ครั้ง 

นอกจากนี้ยังพบว่า มีโพสต์ในลักษณะเดียวกันระบุว่า 

“คนไทยเตรียมตัว! “รัฐบาล” เผย “น้ำมันเบนซิน” จ่อปรับในแต่ละ “สัปดาห์” ให้เป็นไปตามสถานการณ์ “น้ำมันดิบ” พุ่ง 90 ดอลลาร์/บาร์เรล ลั่นปล่อยราคาตามกลไกตลาดจาก “ภาวะสงคราม” 

น้ำมันเบนซินปรับขึ้นทุกสัปดาห์จริงหรือไม่ ? 

จากข้อความที่กล่าวว่า 

“รัฐบาล เผย น้ำมันเบนซินจ่อปรับขึ้นทุกสัปดาห์” 

Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “น้ำมันเบนซิน” พบคลิปวิดีโอการแถลงข่าวของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ย้ำถึงแนวทางการบริหารจัดการราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ในช่วงวิกฤตพลังงานปี 69 ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินขยับขึ้นลงตาม “ราคาตลาดโลก” แบบรายสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ) ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตามแม้จะปรับตามตลาดโลก แต่รัฐบาลมีนโยบายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ใช้เงินกองทุนฯ เข้าช่วยบริหารจัดการให้การขึ้นราคาเป็นแบบ “ขั้นบันได” หรือทยอยปรับ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกจากการกระชากของราคาที่สูงเกินไปในคราวเดียว

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ย้ำถึงแนวทางการบริหารจัดการราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ในช่วงวิกฤตพลังงานปี 69

ส่วนข้อความที่กล่าวว่า 

“น้ำมันดิบ พุ่ง 90 ดอลลาร์/บาร์เรล” จากการใช้การค้นหาคำสำคัญ “น้ำมันดิบ” 

พบข้อมูลจากเว็บไซต์ Reuters  ระบุไว้ ณ วันที่ 15 มี.ค. 69 ราคาน้ำมันดิบโลก อยู่ในช่วงประมาณ 93 – 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

 ราคาน้ำมันดิบโลก อยู่ในช่วงประมาณ 93 – 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะที่ข้อความที่ระบุว่า 

“หลังกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว”  

Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ กองทุนน้ำมัน  เราพบคลิปวิดีโอการแถลงข่าวของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า จากรายงานสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 พบว่าตัวเลขการเงินอยู่ในสภาวะ “ติดลบแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท” ซึ่งสาเหตุหลักมาจากสภาวะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ช่องแคบฮอร์มุซ) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้รัฐบาลต้องใช้กลไกกองทุนฯ เข้าไปอุดหนุนเพื่อประคองราคาขายปลีกในประเทศไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการกำหนดกรอบเพดานความเสี่ยงไว้ว่า “กองทุนฯ ไม่ควรติดลบเกิน 40,000 ล้านบาท” เนื่องจากเป็นระดับที่ยังสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องและชำระหนี้คืนแก่สถาบันการเงินได้ตามแผน หากปล่อยให้ยอดติดลบสูงเกินกว่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาระภาษีในอนาคต

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า จากรายงานสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 พบว่าตัวเลขการเงินอยู่ในสภาวะ "ติดลบแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท" ดอลลาร์/บาร์เรล

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบในเว็บไซต์กระทรวงพลังงาน ในหัวข้อ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พบการรายงานสถานการณ์กองทุนอยู่ที่ 12,605 ล้านบาท 

ภาพแสดงประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มี.ค. 69

ภาพแสดงประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มี.ค. 69

สถานการณ์น้ำมันในประเทศเป็นอย่างไร ?

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 69 โดยจะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยในระดับ “หลักสตางค์” ไม่ถึงหลักบาท พร้อมยืนยันจะพยายามตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินได้ทยอยปรับขึ้นมาแล้วในช่วง 1–2 สัปดาห์ก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีแนวคิดปรับโครงสร้างสูตรน้ำมัน เช่น การใช้ B20 สำหรับภาคขนส่งและอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนบางส่วน ทั้งนี้ย้ำว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอใช้ได้หลายสิบวัน ปัญหาที่เกิดขึ้นใ นบางปั๊มเป็นเพียงเรื่องการขนส่งไม่ทัน ไม่ใช่การขาดแคลน พร้อมระบุว่ารัฐกำลังหาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณานำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

ขณะที่ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์  อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ออกมาขอโทษประชาชน กรณีเกิดความโกลาหลและน้ำมันบางปั๊มไม่เพียงพอ โดยชี้แจงว่าเกิดจากความต้องการใช้น้ำมันที่พุ่งสูงผิดปกติ ประกอบกับปัญหาคอขวดในการกระจายเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการส่งผ่าน “จ็อบเบอร์” ทำให้บางพื้นที่ขาดช่วงชั่วคราว ทั้งที่กำลังการกลั่นของประเทศยังเพียงพอ ขณะเดียวกันภาครัฐได้เร่งประสานโรงกลั่นให้เดินเครื่องเต็มกำลัง และปรับระบบขนส่งน้ำมันให้คล่องตัวขึ้น พร้อมยืนยันว่าปริมาณน้ำมันสำรองของไทยยังมีเพียงพอรวมมากกว่า 100 วัน จึงขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน และใช้ชีวิตตามปกติ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงด้านการกระจาย ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมันในภาพรวม

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลในโพสต์มีทั้งส่วนที่เป็น “ข้อเท็จจริง” และ “ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน” ดังนี้:

  • การปรับราคาเบนซินรายสัปดาห์: เป็นเรื่องจริง รัฐบาลมีนโยบายปล่อยให้ราคากลุ่มเบนซินสะท้อนกลไกตลาดโลกแบบรายสัปดาห์ เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมัน
  • ราคาน้ำมันดิบโลก: เป็นเรื่องจริง ข้อมูลจาก Reuters (15 มี.ค. 69) ยืนยันว่าราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงอยู่ในช่วง 93 – 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จริง จากภาวะสงครามและวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

สถานะกองทุนน้ำมัน: คลาดเคลื่อน โพสต์อ้างว่าขาดทุนทะลุ 2 หมื่นล้าน แต่ข้อมูลทางการระบุว่า ติดลบประมาณ 12,000 – 12,605 ล้านบาท (ยังไม่ถึง 2 หมื่นล้านตามที่กล่าวอ้าง)

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ: จากข้อความที่กล่าวว่า “รัฐบาลเผย น้ำมันเบนซินจ่อปรับขึ้นทุกสัปดาห์” Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “น้ำมันเบนซิน”  พบคลิปวิดีโอ พิพัฒน์  ย้ำ ปรับราคา “เบนซิน” ในแต่ละสัปดาห์ ตามราคาตลาดโลก 
  2. ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ: ส่วนข้อความที่กล่าวว่า “น้ำมันดิบ พุ่ง 90 ดอลลาร์/บาร์เรล” จากการใช้การค้นหาคำสำคัญ “น้ำมันดิบ” พบว่าวันที่ 15 มี.ค. 69 ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 93-100 ดอลลาร์ /บาร์เรล 
  3. ตรวจสอบด้วยการค้นหาความสำคัญ: ขณะที่ข้อความ “หลังกองทุนน้ำมันขาดทุนทะลุ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว”  Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “กองทุนน้ำมัน”  พบคลิปวิดีโอ  “พิพัฒน์” รองนายกฯ เผย กองทุนน้ำมันจนถึง 16 มี.ค. 69 ติดลบแล้ว 12,000 ล้านบาท หารือกันว่าไม่ควรติดลบเกิน 40,000 ล้านบาท พร้อมแย้มแนวทางแก้ และขั้นตอนของรัฐบาล นอกจากนี้ เมื่อเข้าไปเว็บไซต์กระทรวงพลังงาน ในหัวข้อ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พบการรายงานสถานการณ์กองทุนอยู่ที่ 12,605 ล้านบาท 

ผลกระทบของข้อมูลเท็จ 

  1. สร้างความตื่นตระหนกในสังคม: ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าราคาน้ำมันจะขึ้นแรงและต่อเนื่อง จนอาจเกิดความกังวลเกินจริง
  2. กระตุ้นพฤติกรรมกักตุน/แห่เติมน้ำมัน: เมื่อเชื่อว่าราคาจะขึ้นทุกสัปดาห์ อาจทำให้คนไปเติมน้ำมันพร้อมกัน ส่งผลให้บางปั๊มเกิดภาวะขาดช่วงชั่วคราว
  3. บิดเบือนภาพสถานการณ์เศรษฐกิจ: ตัวเลขขาดทุนที่เกินจริง  ทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงกว่าความเป็นจริง
  4. กระทบความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ: ทำให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบริหารกองทุนน้ำมันล้มเหลว หรือควบคุมราคาไม่ได้
  5. เพิ่มแรงกดดันทางสังคมโดยไม่จำเป็น: ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หรือเรียกร้องนโยบายบนฐานข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
  6. ทำให้การสื่อสารนโยบายภาครัฐสับสน: เพราะข้อมูลเท็จไปปะปนกับข้อเท็จจริง เช่น ประเด็น “ปรับราคาตามตลาด” กับ “ขาดทุนกองทุน” ถูกโยงผิดบริบท

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. เช็กตัวเลขจากแหล่งต้นทาง: ตรวจสอบฐานะกองทุนน้ำมันได้โดยตรงที่เว็บไซต์ กระทรวงพลังงาน หรือสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)
  2. สังเกตคำโฆษณาชวนเชื่อ: โพสต์ที่ใช้คำว่า “ด่วน”, “เตรียมตัว!”, หรือ “ตรึงไม่ไหว” มักเป็นลักษณะของ Clickbait เพื่อสร้างยอดแชร์ ควรพิจารณาเนื้อหาอย่างถี่ถ้วนก่อนส่งต่อ
  3. ติดตามประกาศการปรับราคา: ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยจะมีการประกาศล่วงหน้า 1 วันผ่านช่องทางหลักของ ปตท. (OR) และ บางจาก เสมอ ไม่มีการปรับขึ้นทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน