Profile icon

คลิปดรามา “เนทันยาฮู” หลุดด่า 2 รัฐมนตรีสหรัฐฯ Thai PBS Verify ตรวจพบเป็น Deepfake

DateClock icon18:35|รอบโลก
Thai PBS Verify แกะรอยคลิป "เนทันยาฮู" ด่ารัฐมนตรีสหรัฐฯ พบพิรุธ AI ตัดต่อหน้า-ตัวหายวาร์ป ขณะที่ผลตรวจชี้ชัดดัดแปลงใบหน้า เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือการเมืองโลก!

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook

คลิปอ้างเนทันยาฮู พูดกับสองรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ

Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Sitthikorn KA โพสต์คลิปที่ระบุว่าเป็นภาพของ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล กับภาพของ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม พร้อมข้อความระบุว่า

… >>เนทันยาฮู​กำลังด่า พีท เฮกเซธ และมาร์โค รูบิโอ ในงานศพของลินด์เซย์ เกรแฮม…
===
ข่าวล่าสุด: ด้วยการใช้ AI อ่านริมฝีปากแบบควอนตัมเชิงทดลอง เทคโนโลยีการสร้างเสียงขึ้นใหม่จาก DARPA ที่เป็นความลับ และไมโครโฟนไมโครเวฟของ NSA ที่เหลืออยู่ซึ่งเราพบในถังขยะ เราสามารถกู้คืนบทสนทนาส่วนตัวทั้งหมดระหว่างเนทันยาฮู พีท เฮกเซธ และมาร์โค รูบิโอ ในงานศพของลินด์เซย์ เกรแฮม ได้สำเร็จ
นี่คือสิ่งที่พูดทั้งหมด:

สำหรับคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา เป็นภาพของเนทันยาฮู พูดกับสองรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ โดยมีเนื้อหาที่ดูหมิ่นรัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 2 คน ของสหรัฐฯ จนทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 850 คน รวมถึงแชร์คลิปดังกล่าวไปกว่า 140 ครั้ง

คลิปที่เห็นเป็นคลิปจริงหรือไม่ ?

เรานำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Detectvideo.ai ผลการตรวจสอบพบว่า มีแนวโน้มว่ามีการดัดแปลงใบหน้าด้วย Deepfake โดยพบหลักฐานการดัดแปลงที่ความน่าจะเป็น 67%

นอกจากนี้เรายังได้นำคลิปดังกล่าวไปแยกคีย์เฟรมผ่านเว็บไซต์ Bibigpt.co เพื่อหาความผิดปกติในคลิปดังกล่าว จนพบว่าช่วงเวลาที่ 00.08 น.  ของคลิปดังกล่าว ซึ่งเป็นจังหวะที่ เนทันยาฮู กำลังเดินผ่านนายพีท เฮกเซธ แต่ตอนมาในวินาทีที่ 00.09 น. ตัวของนายพีท เฮกเซธ กลับหายไปจากคลิป แต่กลับมีภาพของชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับ นายมาร์โก รูบิโอ เดินตามนายเนทันยาฮู แทน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความผิดปกติของวิดีโอที่ถูกสร้างจาก AI

ภาพแสดงความผิดปกติของคลิปวิดีโอที่มักเกิดขึ้นกับวิดีโอที่สร้างจาก AI

“เนทันยาฮู” พูดดูหมิ่น 2 รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ จริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนกลับ Google Lens เราพบว่าภาพดังกล่าวตรงกับข่าวการร่วมพิธีศพของนายเบนจามิน เนทันยาฮู ที่เข้าร่วมพิธีศพของวุฒิสมาชิก ลินด์เซย์ เกรแฮม ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา

ภาพผลการค้นหาด้วย Google Lens พบตรงกับข่าว เนทันยาฮู เข้าร่วมพิธีศพของวุฒิสมาชิก ลินด์เซย์ เกรแฮม ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 69

นอกจากนี้ยังพบคลิปต้นฉบับ ซึ่งเป็นภาพของเนทันยาฮูกำลังสนทนากับสองรัฐมนตรีของสหรัฐฯ ที่ถูกเผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์ CBS ของอเมริกา ซึ่งจากภาพพบว่า เป็นการพูดคุยกันเป็นไปตามปกติ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดแต่อย่างใด รวมถึงช่วงท้ายของคลิป ยังเห็นได้ว่า เนทันยาฮู เดินกลับไปทางซ้ายของกล้อง ไม่ได้เดินไปทางขวาตามที่คลิปปลอมเผยแพร่แต่อย่างใด

คลิปข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CBS

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

  • เนทันยาฮูไม่ได้พูดดูหมิ่น 2 รัฐมนตรีสหรัฐฯ: ข่าวและบทสนทนาที่อ้างว่าเนทันยาฮูด่าทอดูกระด้างใส่นายมาร์โก รูบิโอ และนายพีท เฮกเซธ เป็นเรื่องโกหกที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด

  • คลิปดังกล่าวเป็น “คลิป Deepfake” ที่ถูกดัดแปลงด้วย AI: จากการสแกนไฟล์วิดีโอพบร่องรอยการตัดต่อดัดแปลงใบหน้าด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 67% รวมถึงมีการแต่งเรื่องชวนเชื่อเรื่อง “การอ่านริมฝีปากด้วย AI ควอนตัม” เพื่อหลอกให้คนหลงเชื่อ

  • ภาพเหตุการณ์จริงเป็นการพูดคุยปกติ: ภาพจริงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ในพิธีศพของวุฒิสมาชิก ลินด์เซย์ เกรแฮม ที่กรุงวอชิงตัน โดยคลิปต้นฉบับจากสถานีโทรทัศน์ CBS ของอเมริกา เผยให้เห็นว่า นายกฯ อิสราเอล สนทนากับสองรัฐมนตรีของสหรัฐฯ ด้วยบรรยากาศปกติ ไม่ได้มีความเครียดหรือการพูดจาดูหมิ่นใด ๆ และช่วงท้ายของคลิป เนทันยาฮูก็เดินกลับไปทางซ้ายของกล้อง ไม่ได้เดินไปทางขวาตามที่คลิปปลอมแพร่กระจาย

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับ AI (AI Detection Tools): นำคลิปวิดีโอไปเข้าเครื่องมือสแกน Detectvideo.ai ผลการตรวจสอบฟ้องชัดเจนว่า มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นคลิปดัดแปลงใบหน้าด้วยเทคโนโลยี Deepfake โดยพบหลักฐานการดัดแปลงที่ความน่าจะเป็น 67%

  • แยกคีย์เฟรมหาข้อบกพร่องทางเทคนิค (Visual & Frame Analysis): นำคลิปไปแยกดูเฟรมภาพอย่างละเอียดผ่าน Bibigpt.co จนพบจุดจับโป๊ะชัดเจนในช่วงเวลา 00.08 – 00.09 น. ซึ่งเป็นจังหวะที่เนทันยาฮูกำลังเดินผ่านนายพีท เฮกเซธ แต่วินาทีถัดมา ตัวของนายพีทได้ “หายไปจากคลิป” อย่างผิดธรรมชาติ แล้วมีภาพชายอีกคนที่มีใบหน้าคล้ายนายมาร์โก รูบิโอ เดินตามแทน ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ความผิดพลาดปกติของการเจนวิดีโอด้วย AI

  • ทวนสอบภาพและคลิปวิดีโอต้นฉบับ (Reverse Image & Video Search): นำภาพนิ่งไปค้นหาย้อนกลับผ่าน Google Lens พบว่าตรงกับข่าวภาพพิธีศพวุฒิสมาชิก ลินด์เซย์ เกรแฮม ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 และเมื่อตรวจสอบคลิปบันทึกเหตุการณ์จริงจากสถานีโทรทัศน์ CBS (สหรัฐอเมริกา) พบว่าทั้งสามคนพูดคุยกันตามปกติ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียด และช่วงท้ายเนทันยาฮูเดินกลับไปทางซ้ายของกล้อง ไม่ใช่ทางขวาเหมือนในคลิปปลอม

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

สร้างความเข้าใจผิดและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ: การทำคลิป Deepfake บิดเบือนว่าผู้นำประเทศหลุดคำด่าใส่รัฐมนตรีของประเทศพันธมิตร อาจสร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับสากล

การใช้เทคโนโลยีหลอกลวงที่ซับซ้อนขึ้น: ผู้ไม่หวังดีเริ่มนำภาพเหตุการณ์จริงมาผสมผสานกับเทคโนโลยี AI พร้อมแต่งเรื่องเล่าเชิงเทคนิคชวนเชื่อ (เช่น อ้างชื่อหน่วยงาน DARPA หรือ NSA) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนทั่วไปแยกแยะความจริงกับความลวงได้ยากขึ้น

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ตั้งข้อสังเกตเนื้อหาที่อ้างเรื่องลึกลับหรือเทคโนโลยีเกินจริง: หากเจอโพสต์อ้างว่าใช้ “ไมโครโฟนแอบอัดจากถังขยะ” หรือ “AI ควอนตัมกู้คืนเสียง” ให้สงสัยไว้ก่อนทันทีว่าเป็นเรื่องแต่งเชิงตลกร้ายหรือข่าวลวงหลอกลวง
  • สังเกตความผิดปกติของภาพวิดีโอ: คลิปที่สร้างจาก AI หรือ Deepfake มักจะมีจุดหลุด เช่น ใบหน้าเบลอผิดปกติ แสงเงาบนหน้าไม่สมจริง หรือตัวละครวาร์ปหาย/สลับหน้ากันอย่างปุบปับเหมือนในวินาทีที่ 00.08 – 00.09 ของคลิปนี้
  • เช็กคลิปจากสำนักข่าวหลักที่เป็นกลาง: เมื่อเป็นข่าวเกี่ยวกับบุคคลสำคัญระดับโลก ให้ทวนสอบกับสื่อหลักสากล (เช่น CBS, Reuters, AFP) หากไม่มีการรายงานข่าวเรื่องการด่าทอกัน ให้เชื่อมั่นไว้ก่อนว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปตัดต่อ
  • หยุดแชร์และแจ้งเบาะแส: ไม่กดส่งต่อคลิปปลอมที่สร้างความเข้าใจผิด และสามารถส่งลิงก์มาให้ทีมงาน Thai PBS Verify ช่วยทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตัดวงจรเฟคนิวส์ในสังคมออนไลน์
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน