Profile icon

อ้างนายกฯ “อนุทิน” สั่งเติมน้ำมันไม่อั้นนำร่อง “บุรีรัมย์”

ข่าวปลอมDateClock icon17:46|สังคมและสุขภาพViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์อ้าง นายกฯ อนุทิน ประกาศเติมน้ำมันไม่อั้น โดยให้นำร่องที่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นที่แรก พบเป็นเพียงข่าวปลอม พลังงานจังหวัดออกมาแจงอย่าเชื่อ

Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวปลอมจาก: Facebook 

ภาพเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมระบุว่า “บุรีรัมย์เฮ นายกฯ ประกาศเติมได้ไม่อั้น นำร่องแล้วจังหวัดแรกที่บุรีรัมย์

ภาพเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมระบุว่า “บุรีรัมย์เฮ นายกฯ ประกาศเติมได้ไม่อั้น นำร่องแล้วจังหวัดแรกที่บุรีรัมย์

Thai PBS Verify  พบเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมระบุว่า 

บุรีรัมย์เฮ นายกประกาศเติมได้ไม่อั้น นำร่องแล้วจังหวัดแรกที่บุรีรัมย์ บรรยากาศการเติมคึกคัก ด้านประชาวเน็ตถาม ทำไมถึงได้จังหวัดเดียว ‎”  เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 69 

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 1,300 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 2,000 ข้อความ รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 205 ครั้ง ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว   

บุรีรัมย์เติมน้ำมันไม่อั้น จริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “บุรีรัมย์ เติมไม่อั้น” พบว่า เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 69 แชร์คลิปกล่าวว่า พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ชี้แจงข่าวลือ “เติมน้ำมันไม่อั้น” ไม่เป็นความจริง ยืนยันยังคงจำกัดวงเงินเติมเพื่อบริหารจัดการให้ทั่วถึง

ภาพเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ แชร์คลิปกล่าวว่า พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ชี้แจงข่าวลือ “เติมน้ำมันไม่อั้น” ไม่เป็นความจริง ยืนยันยังคงจำกัดวงเงินเติมเพื่อบริหารจัดการให้ทั่วถึง

ภาพเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ แชร์คลิปกล่าวว่า พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ชี้แจงข่าวลือ “เติมน้ำมันไม่อั้น” ไม่เป็นความจริง ยืนยันยังคงจำกัดวงเงินเติมเพื่อบริหารจัดการให้ทั่วถึง


จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดบุรีรัมย์เปิดให้ประชาชนเติมน้ำมันได้โดยไม่จำกัดปริมาณ สำนักงานพลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยปัจจุบันยังคงมีมาตรการจำกัดวงเงินการเติมน้ำมัน เพื่อให้สามารถกระจายปริมาณน้ำมันได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง

นายประสพโชค วรรณขาว รักษาราชการแทนพลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า สถานีบริการน้ำมันบางแห่งได้ปรับเพิ่มวงเงินการเติมให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความจำเป็นในการใช้งานของประชาชน โดยมีแนวทางดังนี้

รถยนต์ 4 ล้อ จากเดิมไม่เกิน 500 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 1,000 บาท

รถยนต์ 6 ล้อ จากเดิมไม่เกิน 1,000 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม การกำหนดรายละเอียดในการให้บริการขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละสถานีบริการน้ำมันเป็นหลัก

ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ยังคงใช้มาตรการในลักษณะเดียวกับหลายจังหวัด เพื่อป้องกันการกักตุนและลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป 

นอกจากนี้ Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “มาตรการจำกัดการเติมน้ำมัน” พบว่าเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 69 กรมธุรกิจพลังงานได้เสนอแนวทางให้สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศพิจารณาดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการการจำหน่ายน้ำมันอย่างเหมาะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้

รถยนต์ 4 ล้อ แนะนำให้จำหน่ายน้ำมันไม่เกิน 500 บาทต่อคัน

รถยนต์ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป แนะนำให้จำหน่ายไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน

สำหรับรถของหน่วยงานราชการ หรือรถที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ ให้สถานีบริการพิจารณาจำหน่ายตามความเหมาะสม

กรณีการจำหน่ายน้ำมันใส่ภาชนะบรรจุ ขอให้งดดำเนินการ ยกเว้นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีความจำเป็น โดยจำกัดวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อรายต่อวัน

นายกฯ ประกาศ บุรีรัมย์เติมน้ำมันไม่อั้นจริงหรือไม่? 

Thai PBS Verify ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างที่ว่า  นายอนุทินประกาศบุรีรัมย์เติมน้ำมันได้ไม่อั้นนั้น ปรากฏว่า ไม่พบการให้แถลงการณ์ เอกสาร การสัมภาษณ์ หรือข้อความว่า บุรีรัมย์เติมน้ำมันไม่อั้น พบเพียงการรายงานว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำมันในประเทศไทยยังอยู่ในภาวะปกติและไม่ขาดแคลน แม้จะมีความกังวลจากสถานการณ์โลก โดยระบุว่ารัฐบาลติดตามการนำเข้าน้ำมันอย่างใกล้ชิด รวมถึงตรวจสอบพิกัดเรือขนส่งน้ำมันไทยที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหลังอิหร่านอนุญาตให้ผ่าน พร้อมย้ำว่ามีกำลังการผลิตและสต็อกเพียงพอรองรับความต้องการ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนสามารถเดินทางได้ตามปกติ 

ขณะเดียวกันได้สั่งการเข้มงวดปราบปรามการกักตุนและลักลอบเก็งกำไรน้ำมัน รวมถึงควบคุมราคาให้เป็นธรรม นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านกลไกภาษีและการพยุงราคา พร้อมรณรงค์ให้ใช้พลังงานอย่างประหยัดและส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบด้านพลังงานในระยะยาว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าประเทศจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์พลังงานได้ แม้ความตึงเครียดในต่างประเทศยังคงดำเนินอยู่

สถานการณ์น้ำมันล่าสุดเป็นอย่างไร ?

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุม ศบก. ว่า รัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้นำน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นออกสู่ตลาด เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันที่ปัจจุบันสูงถึงวันละ 82–84 ล้านลิตร มากกว่าปริมาณที่ผลิตได้ พร้อมตั้งเป้าภายในสัปดาห์นี้จะต้องไม่มีสถานีบริการใดขาดน้ำมันจำหน่าย ขณะเดียวกันโรงกลั่นจะเดินเครื่องเต็มกำลัง 100% และมีการเพิ่มทางเลือกอย่างน้ำมันบี 20 สำหรับภาคอุตสาหกรรมและประมงเพื่อบรรเทาผลกระทบ นอกจากนี้ ภาครัฐยังสั่งเข้มตรวจสอบการกักตุนและการกระจายน้ำมันทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นยังไม่พบการกักตุนในภาพรวม ยกเว้นบางจุดที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบความผิดปกติเพื่อดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 6 บาท และดีเซลลิตรละ 8 บาท มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ส่งผลให้ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 25 มี.ค. ประชาชนจำนวนมากนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาต่อคิวเติมน้ำมันล่วงหน้าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันตามแนวถนนสายหลัก เช่น วิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ พบรถต่อแถวยาวหลายร้อยเมตร ทั้งสถานีของ ปตท. และบางจาก บางแห่งต้องปิดให้บริการก่อนเวลา เนื่องจากน้ำมันหมดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุจากมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่เห็นชอบให้ปรับลดอัตราการชดเชย ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้นทันที

ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยอมรับว่าเร่งมาเติมน้ำมันล่วงหน้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย โดยมองว่าการปรับขึ้นในอัตราสูงจะกระทบต่อค่าครองชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้รถเป็นหลัก เช่น คนขับรถรับจ้าง ไรเดอร์ และธุรกิจขนส่ง

ในหลายพื้นที่ เช่น อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ การจราจรติดขัดอย่างหนักจากรถที่ต่อคิวเติมน้ำมันยาวตามถนนสายหลัก ขณะที่บางสถานียังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่มีปริมาณน้ำมันจำกัด

ส่วนในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และเส้นทางสายสำคัญ เช่น บางนา-ตราด เทพารักษ์ และศรีนครินทร์ ก็พบประชาชนจำนวนมากเข้าคิวเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การจราจรโดยรอบชะลอตัว และน้ำมันบางชนิด โดยเฉพาะดีเซล หมดอย่างรวดเร็ว

ด้าน จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณถนนโรจนะ พบรถต่อคิวแน่นเต็มพื้นที่สถานีบริการ ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะ ขณะที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยต้องปรับแผนการทำงาน โดยมีการสำรวจปั๊มที่ยังมีน้ำมัน และเตรียมเติมล่วงหน้าเพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือประชาชน พร้อมพิจารณาลดจำนวนรถปฏิบัติการในแต่ละจุด หากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันยืนยันว่า ไม่มีการกักตุน โดยน้ำมันที่ได้รับจะทยอยจำหน่ายตามรอบจนหมด ขณะที่สถานการณ์โดยรวมพบว่าหลายปั๊มมีน้ำมันไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากประชาชนเข้ามาใช้บริการพร้อมกันจำนวนมาก ส่งผลให้บางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราวหลังเปิดได้ไม่นาน

ประชาชนจำนวนมากยังเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบด้านค่าครองชีพ และต้นทุนการประกอบอาชีพในระยะยาว

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า โพสต์อ้าง บุรีรัมย์เฮ นายกประกาศเติมไม่อั้น เป็นข่าวปลอมที่ทำให้เข้าใจผิดว่า จังหวัดบุรีรัมย์ สามารถเติมน้ำมันไม่อั้น เนื่องจาก  พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ชี้แจงข่าวลือ “เติมน้ำมันไม่อั้น” ไม่เป็นความจริง ยืนยันยังคงจำกัดวงเงินเติมเพื่อบริหารจัดการให้ทั่วถึง

ขณะที่สถานการณ์น้ำมันล่าสุด มีประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 6 บาท และดีเซลลิตรละ 8 บาท มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการประกาศจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเติมน้ำมันไม่อั้นของจังวัดบุรีรัมย์แต่อย่างใด 

 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ : เมื่อใช้คำสำคัญ “บุรีรัมย์เติมไม่อั้น” พบว่า เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ แชร์คลิปกล่าวว่า พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ชี้แจงข่าวลือ “เติมน้ำมันไม่อั้น” ไม่เป็นความจริง ยืนยันยังคงจำกัดวงเงินเติมเพื่อบริหารจัดการให้ทั่วถึง
  2. ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ :ไได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างที่ว่า  นายอนุทินประกาศบุรีรัมย์เติมน้ำมันได้ไม่อั้นนั้น ปรากฏว่า ไม่พบการให้แถลงการณ์ เอกสาร การสัมภาษณ์ หรือข้อความว่า บุรีรัมย์เติมน้ำมันไม่อั้น พบเพียงกรมธุรกิจพลังงานแนะปั๊มทั่วประเทศจำกัดการเติมน้ำมัน รถเล็กไม่เกิน 500 บาท และรถใหญ่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคันยกเว้นรถราชการและเกษตรกรที่จำเป็น เพื่อบริหารจัดการน้ำมันให้เพียงพอต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 69
  3. ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ :ใช้การค้นหาคำสำคัญ “นายกประกาศเติมได้ไม่อั้น” ไม่พบว่า นายอนุทน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์หรือแถลงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด พบเพียงการรายงานว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำมันในประเทศไทยยังอยู่ในภาวะปกติและไม่ขาดแคลน

ผลกระทบของข้อมูลเท็จ

  1. ประชาชนตื่นตระหนกและแห่ใช้บริการ: เมื่อเชื่อว่ามีการ “เติมไม่อั้น” หรือกำลังจะขาดแคลน ทำให้ประชาชนจำนวนมากรีบไปเติมน้ำมันพร้อมกัน ส่งผลให้ปั๊มแน่น เกิดคิวยาว และการจราจรติดขัด
  2. น้ำมันขาดช่วงชั่วคราว (Artificial Shortage): แม้ปริมาณน้ำมันโดยรวมอาจเพียงพอ แต่การแห่เติมพร้อมกันทำให้บางสถานี “หมดเร็วผิดปกติ” จนต้องปิดชั่วคราว สร้างภาพเหมือนวิกฤตจริง
  3. กระทบต่อผู้ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเร่งด่วน: เช่น รถพยาบาล ขนส่งสินค้า หรือผู้ประกอบอาชีพ อาจไม่สามารถเติมน้ำมันได้ทันเวลา ส่งผลต่อการทำงานและบริการสาธารณะ
  1. เพิ่มภาระค่าครองชีพโดยไม่จำเป็น: บางคนกักตุนหรือเติมเกินความจำเป็น ทำให้ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในทันที และอาจบริหารค่าใช้จ่ายผิดพลาด
  2. เปิดช่องให้เกิดการกักตุนและฉวยโอกาส: ข่าวลือกระตุ้นให้บางกลุ่มกักตุนเพื่อเก็งกำไร หรือขายต่อในราคาสูง สร้างความไม่เป็นธรรมในตลาด
  3. กระทบความเชื่อมั่นต่อภาครัฐและระบบพลังงาน: เมื่อข้อมูลเท็จแพร่กระจาย อาจทำให้ประชาชนสับสน ไม่เชื่อถือข้อมูลทางการ และเข้าใจสถานการณ์คลาดเคลื่อน
  4. สร้างความปั่นป่วนในสังคมและเศรษฐกิจ: ข่าวปลอมลักษณะนี้ส่งผลเป็นลูกโซ่ ทั้งด้านการเดินทาง การขนส่งสินค้า และต้นทุนธุรกิจ

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุดก่อนแชร์: หากข้อมูลกระทบวงกว้าง เช่น ราคาน้ำมัน การจำกัดการเติม ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อน ไม่ส่งต่อทันทีเพราะอาจสร้างความตื่นตระหนก
  2. ตรวจสอบแหล่งข่าว: ดูว่าเป็นข้อมูลจากหน่วยงานทางการหรือไม่ เช่น กระทรวงพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัด หรือสื่อที่น่าเชื่อถือ หากเป็นเพียงโพสต์ไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน มีโอกาสเป็นข่าวปลอม
  3. เช็กหลายแหล่ง (Cross-check): เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายสื่อ หากเป็นเรื่องสำคัญจริง มักจะมีรายงานตรงกันจากหลายแหล่งที่เชื่อถือได้
  4. ระวังพาดหัวชวนเชื่อ: ข่าวปลอมมักใช้คำแรง เช่น “ด่วน!”, “ไม่อั้น!”, “รีบเติมทันที!” เพื่อกระตุ้นอารมณ์และให้คนแชร์เร็ว
  5. ดูวันเวลาและบริบท: บางครั้งเป็นข่าวเก่าหรือคนละพื้นที่ แต่ถูกนำมาแชร์ใหม่จนทำให้เข้าใจผิด
  6. ติดตามประกาศทางการโดยตรง: ในกรณีเรื่องน้ำมันหรือราคาพลังงาน ควรติดตามจากหน่วยงานรัฐหรือประกาศอย่างเป็นทางการเป็นหลัก
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน