Profile icon

ภาพกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล ถูกถล่มจนพังจากขีปนาวุธ แท้จริงสร้างจาก AI

DateClock icon17:45|รอบโลกViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์อ้างภาพกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ถูกทำลายจากความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิหร่าน พบว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างด้วย AI สูงถึง 99.9% ไม่มีแหล่งที่มาตรงกับสื่อหลัก ขณะที่ภาพถ่ายทอดสดและรายงานจาก AP และ AFP ระบุว่า สถานการณ์มีความตึงเครียดจริง แต่ภาพระดับความเสียหายไม่ได้รุนแรงอย่างที่โพสต์อ้าง

Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวปลอมจาก: X

โพสต์อ้างภาพกรุงเทลอาวีฟ ที่ประเทศอิสราเอล ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบโพสต์อ้างภาพกรุงเทลอาวีฟ ที่ประเทศอิสราเอล ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน พร้อมระบุว่า

You didn’t need therapy, all you needed was to witness Tel Aviv burning.

เมื่อแปลด้วย Google Translate ได้ข้อความว่า

คุณไม่จำเป็นต้องเข้ารับการบำบัด เยียวยาอะไร แค่ได้เห็นเทลอาวีฟลุกไหม้ก็เพียงพอแล้ว

โดยโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 จำนวนผู้เข้าชมกว่า 501,863 ครั้ง

ภาพดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์จริงหรือไม่ ?

เมื่อนำภาพดังกล่าวไปค้นหาแหล่งที่มาโดยการใช้ Google Lens ไม่พบว่าตรงกับรายงานของสื่อต่างประเทศต่าง ๆ แต่อย่างใด มีเพียงการเผยแพร่ภาพดังกล่าวตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยบัญชีไม่เป็นทางการ และไม่ระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน

นอกจากนี้เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI ถึง 99.9 %

ตรวจสอบภาพ ด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI 99.9 %

ด้าน สถาพน พัฒนะคูหา CEO บริษัท Guardian AI ยืนยันกับ Thai PBS Verify ว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI โดยสามารถสังเกตความผิดปกติได้หลายจุด เมื่อเปรียบเทียบกับภาพข่าวจริงจากสถานการณ์เดียวกัน จะเห็นว่าลักษณะของขีปนาวุธในภาพมีความแตกต่างอย่างชัดเจน รวมถึงองค์ประกอบของเปลวไฟและกลุ่มควันที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความสมจริง

Thai PBS Verify ตรวจสอบย้อนหลังไปยังภาพถ่ายทอดสด (Live) บรรยากาศในกรุงเทลอาวีฟ วันที่ 2 มี.ค. 69 ตามการเผยแพร่ของสำนักข่าว AP พบว่า สถานการณ์ที่ปรากฏในวันดังกล่าวมีรายงานเกี่ยวกับความตึงเครียดจากเหตุการณ์ความขัดแย้งจริง 

อย่างไรก็ตาม ระดับความรุนแรงและความเสียหายที่เห็นจากภาพถ่ายทอดสด ยังไม่สอดคล้องกับภาพที่ถูกเผยแพร่ในโพสต์ซึ่งมีลักษณะความเสียหายอย่างหนัก

คลิปถ่ายทอดสดบรรยากาศกรุงเทลอาวีฟ วันที่ 2 มี.ค. 69

คลิปถ่ายทอดสดบรรยากาศเมืองเทลอาวีฟ วันที่ 2 มี.ค. 69

เมื่อเทียบกับภาพย้อนหลังจากเหตุการณ์กรุงเทลอาวีฟ วันที่ 1 มี.ค.69 (ภาพจาก AFP)

Tel Aviv, Israel Photo by AHMAD GHARABLI / AFP

ภาพจากสำนักข่าว AFP วันที่ 1 มี.ค.69 ซึ่งระบุว่า เป็นภาพร่องรอยของจรวดจากการสกัดกั้นโดยระบบป้องกันขีปนาวุธ Iron Dome ของอิสราเอลเหนือกรุงเทลอาวีฟ จะเห็นว่าลักษณะของแสง เส้นทางจรวด และองค์ประกอบบนท้องฟ้ามีความสอดคล้องกับเหตุการณ์จริงมากกว่า

โดยคำบรรยายภาพดังกล่าวระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่สื่อสาธารณะของอิสราเอลรายงานว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านตกเป็นเป้าหมาย และอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มใส่รัฐในอ่าวเปอร์เซียและอิสราเอล

บรรยากาศกรุงเทลอาวีฟ วันที่ 16 มี.ค.69  (ภาพจาก AFP)

ทั้งนี้ภายใต้คำอธิบายของภาพดังกล่าวของ AFP ระบุว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ นักข่าวต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ในหลายประเทศจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้สื่อข่าว รวมถึงการรายงานภาพถ่ายและวิดีโอสดจากพื้นที่ที่ละเอียดอ่อน รัฐบาลบางแห่งและกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มได้สั่งห้ามเผยแพร่ภาพการโจมตีด้วยจรวดหรือโดรน และภาพจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงอื่น ๆ

จากข้อจำกัดด้านการถ่ายภาพและการรายงานข่าวดังกล่าว ทำให้ภาพและวิดีโอที่เผยแพร่ออกมา ไม่สามารถสะท้อนรายละเอียดทุกจุดของเหตุการณ์ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังช่วยให้เราเห็น บรรยากาศโดยรวมของเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ได้อย่างชัดเจน 

เหตุการณ์ในกรุงเทลอาวีฟในช่วงเวลาดังกล่าว

วันที่ 2 มี.ค.69

  • (รอยเตอร์) – เช้าวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.69 เสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในหลายพื้นที่ของอิสราเอล รวมถึงกรุงเยรูซาเล็ม หลังจากกองทัพอิสราเอลรายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธเข้ามาจากอิหร่าน

วันที่ 3 มี.ค.69

(รอยเตอร์) – กองทัพอิสราเอลรายงานเมื่อวันอังคารว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่เทลอาวีฟของอิสราเอล

กองทัพอิสราเอลแถลงว่า “หน่วยค้นหาและกู้ภัย พร้อมด้วยทีมฉุกเฉินจำนวนมาก กำลังปฏิบัติการในพื้นที่ประสบเหตุภาคกลางของอิสราเอล ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานการณ์”

หน่วยบริการรถพยาบาลของอิสราเอลระบุว่า มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ณ จุดเกิดเหตุ และกำลังได้รับการรักษา

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

Thai PBS Verify พบโพสต์อ้างภาพกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน โดยโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มี.ค 69 เมื่อนำภาพไปตรวจสอบด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาตรงกับสื่อต่างประเทศ มีเพียงบัญชีโซเชียลฯ ไม่เป็นทางการเผยแพร่ และการตรวจสอบด้วยเครื่องมือ AI จาก Hive Moderation พบว่า ภาพมีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI สูงถึง 99.9%

ด้าน สถาพน พัฒนะคูหา CEO บริษัท Guardian AI ให้ความเห็นว่า ภาพมีความผิดปกติหลายจุด ทั้งขีปนาวุธ เปลวไฟ และควันที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความสมจริง หากเทียบกับภาพข่าวจริงจาก AP และ AFP ของเหตุการณ์วันที่ 1–2 มี.ค.69 จะเห็นว่า แม้มีความตึงเครียดและการยิงขีปนาวุธจริง แต่ระดับความเสียหายและภาพลักษณ์ของเมืองไม่ได้รุนแรงอย่างในภาพโพสต์

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ค้นหาแหล่งที่มาโดยการใช้ Google Lens: ไม่พบว่าตรงกับรายงานของสื่อต่างประเทศต่าง ๆ แต่อย่างใด มีเพียงพบการเผยแพร่ผ่านรูปดังกล่าวตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยบัญชีไม่เป็นทางการ และไม่ระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน

2.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI: จากเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI 99.9 %

3.สอบถามผู้เชี่ยวชาญด้าน AI: ด้าน สถาพน พัฒนะคูหา CEO บริษัท Guardian AI ยืนยันกับ Thai PBS Verify ว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างขึ้นด้วย AI โดยสามารถสังเกตความผิดปกติได้หลายจุด เมื่อเปรียบเทียบกับภาพข่าวจริงจากสถานการณ์เดียวกัน จะเห็นว่าลักษณะของขีปนาวุธในภาพมีความแตกต่างอย่างชัดเจน รวมถึงองค์ประกอบของเปลวไฟและกลุ่มควันที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความสมจริง

4.ตรวจสอบย้อนหลังไปยังภาพถ่ายทอดสด (Live) บรรยากาศในกรุงเทลอาวีฟ จากวันที่ 2 มี.ค. 69 ตามการเผยแพร่ของสำนักข่าว AP พบว่า สถานการณ์ที่ปรากฏในวันดังกล่าวมีรายงานเกี่ยวกับความตึงเครียดจากเหตุการณ์ความขัดแย้งจริง อย่างไรก็ตาม ระดับความรุนแรงและความเสียหายที่เห็นจากภาพถ่ายทอดสด ยังไม่สอดคล้องกับภาพที่ถูกเผยแพร่ในโพสต์ซึ่งมีลักษณะความเสียหายอย่างหนัก

นอกจากนี้ยังนำภาพดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับภาพบรรยากาศโดยรวมของเมืองกับภาพข่าวของ AFP

 

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้

1.เกิดความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวในสังคม

  • ภาพหรือข้อความที่อ้างว่าเมืองถูกทำลายอย่างหนัก อาจทำให้ประชาชนหรือผู้ติดตามข่าวออนไลน์เกิดความหวาดกลัวเกินจริง
  • ส่งผลต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยแม้สถานการณ์จริงจะไม่รุนแรงเท่าที่เห็น

2.บิดเบือนความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์จริง

  • ผู้รับข้อมูลอาจเข้าใจผิดว่าเหตุการณ์รุนแรงกว่าความจริง
  • ส่งผลต่อการประเมินสถานการณ์ ความเชื่อมั่นในสื่อ และการตัดสินใจส่วนบุคคล

3.กระตุ้นการแพร่กระจายข้อมูลเท็จต่อเนื่อง

  • ผู้คนแชร์โพสต์หรือภาพโดยไม่ได้ตรวจสอบ ทำให้ข้อมูลปลอมแพร่ไปอย่างรวดเร็ว
  • อาจสร้างคลื่นความเชื่อผิด ๆ และบิดเบือนการรับรู้ในวงกว้าง

4.อาจนำไปสู่ผลกระทบทางจิตใจหรือสังคม

  • ผู้ที่รับข้อมูลแล้วเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป
  • อาจเกิดความเครียดสะสม ความวิตกเรื่องสงคราม หรือแม้แต่การตัดสินใจผิดพลาดในชีวิตประจำวัน
  1. ตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างรอบคอบ ดูว่าโพสต์มาจากสื่อหลักที่เชื่อถือได้หรือไม่ และหากเป็นบัญชีโซเชียลไม่เป็นทางการหรือไม่มีที่มาชัดเจน ให้ตั้งข้อสงสัยก่อนแชร์
  2. ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบภาพหรือวิดีโอ ใช้ Google Lens หรือเครื่องมือตรวจสอบ AI เช่น Hive Moderation ตรวจสอบว่าภาพหรือวิดีโอเป็นของจริงหรือสร้างขึ้นด้วย AI
  3. เปรียบเทียบกับรายงานข่าวจากสื่อมืออาชีพ ตรวจสอบเหตุการณ์เดียวกันจาก AP, AFP, Reuters เพื่อสังเกตความสอดคล้องของเหตุการณ์ เวลา และสถานที่
  4. ระมัดระวังการแชร์ต่อหรือคอมเมนต์ หากไม่แน่ใจ ควรหลีกเลี่ยงการส่งต่อหรือโพสต์ซ้ำ เพราะการแชร์ข้อมูลผิด ๆ อาจกระจายข่าวปลอมเพิ่มขึ้น
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน